วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

'ศุภชัย' ฉายภาพ' ทรู' ควบรวมครบ 3 ปี พลิกเกมโครงข่ายหนุน 'คลาวด์-เอไอ'

'ศุภชัย' ฉายภาพ' ทรู' ควบรวมครบ 3 ปี พลิกเกมโครงข่ายหนุน 'คลาวด์-เอไอ'

การควบรวมกิจการระหว่างบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น และบมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) มูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาท เมื่อกว่า 2 ปีก่อน นับเป็นหนึ่งในดีลประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย ที่เปลี่ยนโครงสร้างตลาดจากผู้เล่น 3 ราย เหลือ 2 ราย ทั้งจุดประกายการถกเถียงเชิงนโยบายอย่างเข้มข้นทั้งเรื่องการแข่งขัน การคุ้มครองผู้บริโภค และบทบาทของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลต่อเศรษฐกิจประเทศ โดยวันที่ 1 มี.ค.2569 นี้ จะครบรอบ 3 ปีของการควบรวม

เบื้องหลังการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ครั้งนั้น คือ “ศุภชัย เจียรวนนท์” ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งผลักดันดีลควบรวมภายใต้แนวคิด Equal Partnership ระหว่าง “กลุ่มซีพี” กับ “เทเลนอร์ กรุ๊ป” เพื่อสร้างองค์กรใหม่ที่ไม่หยุดอยู่แค่การเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ แต่ยกระดับสู่ “บริษัทเทคโนโลยี” ที่มีศักยภาพแข่งขันกับแพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลก

ศุภชัย มองว่า หากประเทศไทย ยังติดกับดักการแข่งขันเชิงราคา ลงทุนซ้ำซ้อน และขาดขนาดเศรษฐกิจที่เพียงพอ จะทำให้การพัฒนาโครงข่าย 5G คลาวด์ และ AI ไม่สามารถก้าวทันประเทศชั้นนำ การควบรวมจึงไม่ใช่เพียงกลยุทธ์ธุรกิจ แต่เป็นเครื่องมือยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศในระยะยาว

หลอมรวมองค์กรสร้างฐานแข่งขันใหม่

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 ของการควบรวม ศุภชัย ประเมินว่า การหลอมรวมองค์กรมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ วัฒนธรรมองค์กรผสานกันแล้วราว 70% และคิดว่าจะครบ 100% ได้ในปีนี้อย่างแน่นอน ทั้งในมิติบุคลากร ระบบงาน กระบวนการตัดสินใจ และโครงสร้างการบริหาร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้าง “องค์กรเดียว” แทนการอยู่ร่วมกันแบบสองแบรนด์ในช่วงเปลี่ยนผ่าน

การผสานทรัพยากร ทำให้ทรูลดต้นทุนซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพลงทุน และจัดสรรงบประมาณไปสู่เทคโนโลยีอนาคตมากขึ้น แตกต่างจากช่วงก่อนควบรวมที่แต่ละค่ายต้องแข่งขันลงทุนโครงข่ายแข่งกันอย่างเข้มข้นจนเกิดภาระต้นทุนสูง

ในเชิงโครงสร้างตลาด แม้จำนวนผู้เล่นลดลง แต่การแข่งขันไม่ได้หายไป กลับเปลี่ยนรูปแบบจาก “แข่งราคา” ไปสู่ “แข่งคุณภาพเครือข่าย บริการดิจิทัล และแพลตฟอร์ม” มากขึ้น สอดคล้องทิศทางเศรษฐกิจดิจิทัล ที่ต้องการมูลค่าเพิ่ม ไม่ใช่เพียงปริมาณผู้ใช้

 

ลูกค้าเพิ่ม-ครองคลื่นความถี่ครบสุด

ตัวเลขล่าสุดไตรมาสสาม ปี 2568 ทรูมีจำนวนผู้ใช้บริการมือถือ 46.9 ล้านเลขหมาย ในส่วนนี้มีผู้ใช้งาน 5G มากถึง 15.5 ล้านราย ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบ้าน (บรอดแบนด์) จำนวน 3.8 ล้านราย 

ปัจจุบัน ทรู เป็นผู้ให้บริการที่มีชุดคลื่นความถี่ครอบคลุมและครบที่สุดในประเทศไทย รวมทั้งหมด 8 คลื่นความถี่ ทั้งคลื่นความถี่ต่ำ กลาง และสูง ได้แก่ 700 MHz, 900 MHz, 1500 MHz, 1800 MHz, 2100 MHz, 2300 MHz, 2600 MHz และ 26 GHz ซึ่งสามารถนำมาบริหารจัดการเครือข่ายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดสู่อนาคต เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งาน 5G และ 4G เหนือระดับให้กับคนไทย

การลงทุนเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ทรู ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้ใช้งาน และเตรียมพร้อมรับมือกับการเติบโตของเทคโนโลยีแห่งอนาคต 

ชู One Network โครงข่ายคุณภาพของไทย

หมุดหมายสำคัญของการควบรวม คือ โครงการ “One Network” ที่รวมโครงข่ายทรูและดีแทคเสร็จสมบูรณ์ 100% ไม่ใช่เพียงการยุบเสาสัญญาณหรือรวมอุปกรณ์ แต่เป็นการปรับสถาปัตยกรรมเครือข่ายใหม่ทั้งระบบ ตั้งแต่การจัดการคลื่นความถี่ การเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายแกนกลาง (Core Network) ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมรองรับบริการดิจิทัลในอนาคต

ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ คือ ความจุเครือข่ายทั่วประเทศเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.37 เท่า และเฉพาะเครือข่าย 5G เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า คุณภาพสัญญาณ 5G และ 4G ดีขึ้นเฉลี่ย 76% ครอบคลุมประชากร 5G ราว 94% และ 4G ราว 99% ทำให้รองรับการใช้งานหนาแน่นในพื้นที่เศรษฐกิจ เมืองท่องเที่ยว และอีเวนต์ขนาดใหญ่ได้อย่างมีเสถียรภาพ

จังหวัดเศรษฐกิจหลัก เช่น กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร และนครราชสีมา มีอัตราการพัฒนาคุณภาพสัญญาณสูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ สะท้อนบทบาทของโครงข่ายในฐานะโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจ ไม่ต่างจากถนน ท่าเรือ หรือสนามบินในอดีต

วางโครงข่ายหนุนท่องเที่ยว-ศก.ฐานราก

โครงข่ายที่มีคุณภาพสูงช่วยยกระดับภาคท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ตั้งแต่เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี ชลบุรี ระยอง ไปจนถึงกรุงเทพมหานคร ช่วยรองรับการใช้งานดิจิทัลของนักท่องเที่ยว การชำระเงินออนไลน์ การทำคอนเทนต์ และการตลาดดิจิทัลของผู้ประกอบการท้องถิ่น

ศุภชัย มองว่า โครงข่ายไม่ได้เป็นเพียงต้นทุนของธุรกิจโทรคมนาคม แต่เป็น “ทุนของประเทศ” ที่ช่วยเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ข้อมูล และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ในระดับพื้นที่

ดังนั้น หลังควบรวม ทรู มีพอร์ตคลื่นความถี่ครอบคลุมทั้งย่านต่ำ กลาง และสูงมากที่สุดในตลาด จากการได้คลื่น 2300 MHz และ 1500 MHz เพิ่มเติม ทำให้มีความยืดหยุ่นในการบริหารทราฟฟิก รองรับ IoT, Smart City, อุตสาหกรรมดิจิทัล และบริการใหม่ในอนาคต

โดยย้ำว่า การลงทุนด้านคลื่นไม่ใช่เพียงการแข่งขันเชิงธุรกิจ แต่คือการลงทุนเพื่อความสามารถเชิงโครงสร้างของประเทศ โดยต้องใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสร้างประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง

3แกนยุทธศาสตร์ ‘ดิจิทัลมีเดีย คลาวด์ เอไอ’

ล่าสุด ศุภชัย ได้เผยทิศทางอนาคตของกลุ่มทรูกับ “สื่อเครือเนชั่น” ว่าทิศทางการเติบโตของทรูหลังจากนี้ จะเน้น 3 แกนหลัก ได้แก่

  1. ดิจิทัล มีเดีย มุ่งสร้างแพลตฟอร์มท้องถิ่น ลดพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ สร้างระบบนิเวศคอนเทนต์ไทย และต่อยอดเศรษฐกิจสร้างสรรค์
  2. คลาวด์ ช่วยลดต้นทุนด้านไอที เปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีและสตาร์ตอัปเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงโดยไม่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอง เพิ่มความสามารถแข่งขันของธุรกิจไทย
  3.  AI เครื่องมือเพิ่มผลิตภาพทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูล การบริการลูกค้าอัจฉริยะ ไปจนถึงการพัฒนาดีปเทค และนวัตกรรมเชิงอุตสาหกรรม

สำหรับผลประกอบการปี 2568 สะท้อนการฟื้นตัวอย่างเป็นรูปธรรม EBITDA เติบโตจากการควบคุมต้นทุนและการลดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน อัตราส่วนหนี้สินต่อ EBITDA ปรับดีขึ้น ขณะที่กระแสเงินสดมีเสถียรภาพเพียงพอรองรับการลงทุนระยะยาว และสามารถจ่ายเงินปันผลได้อีกครั้ง

แม้จำนวนเลขหมายมือถือปรับลดจากการคัดกรองคุณภาพลูกค้า แต่ผู้ใช้ 5G เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่ตลาดคุณภาพมากกว่าปริมาณ

จากดีลธุรกิจสู่กลไกเศรษฐกิจดิจิทัล

ศุภชัย มองว่า ความสำเร็จของการควบรวมไม่ได้วัดเพียงผลกำไรของบริษัท แต่ต้องสะท้อนความสามารถของประเทศในการแข่งขันบนเวทีดิจิทัล ตั้งแต่โครงข่ายอัจฉริยะ คลาวด์สำหรับธุรกิจ ไปจนถึงแพลตฟอร์มข้อมูลและ AI ที่ช่วยยกระดับผลิตภาพแรงงาน ลดช่องว่างดิจิทัล และสร้างมูลค่าเพิ่มใหม่

ครบ 3 ปีของทรู-ดีแทค จึงไม่ใช่แค่บทพิสูจน์ของการหลอมรวมองค์กร แต่คือจุดเริ่มต้นของบทบาทใหม่ในฐานะ “เครื่องยนต์โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล” ที่กำลังเชื่อมโยงเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความสามารถการแข่งขันของประเทศเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบและยั่งยืน