กระทรวงดีอีเปิดตัวแอปพลิเคชัน "DE-FENCE" อย่างเป็นทางการ ชูแนวคิด "กัน-ก่อน-ลวง" ผนึกกำลัง 15 หน่วยงาน ทั้ง สตช. กสทช. ธปท. และค่ายมือถือ สร้างฐานข้อมูลกลางคัดกรองสายโทรเข้าและ SMS แบ่งเกรดความเสี่ยง 3 ระดับ Blacklist, Greylist และ Whitelist แจ้งเตือนประชาชนแบบเรียลไทม์
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ฝ่ายข้าราชการประจำ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดตัวแอปพลิเคชัน “DE-FENCE” ว่า กระทรวงฯ ได้เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สร้างความมั่นคงในโลกไซเบอร์ผ่านการพัฒนาเครื่องมือดิจิทัล เพื่อตัดวงจรการหลอกลวงที่สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม
การเปิดตัวแพลตฟอร์ม DE-FENCE ในครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับมาตรการเชิงรุกภายใต้กลยุทธ์ “กัน-ก่อน-ลวง” โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานกำกับดูแลและผู้ประกอบการโทรคมนาคมรวม 15 แห่ง อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กสทช., ธนาคารแห่งประเทศไทย, สมาคมธนาคารไทย, สกมช. และผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือรายใหญ่ (AIS, TRUE-dtac, NT) เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์และ SMS ต้องสงสัยเข้าด้วยกัน
ชู 3 กลไกคัดกรอง ‘Black-Grey-White’
สำหรับกลไกการทำงานหลักของแอปพลิเคชัน จะแบ่งระดับความเสี่ยงของสายโทรเข้าและ SMS ออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อให้ผู้ใช้งานใช้วิจารณญาณก่อนรับสาย ได้แก่:
Blacklist (อันตราย): หมายเลขที่ยืนยันแล้วว่าเป็นมิจฉาชีพ โดยตรวจสอบจากศูนย์ AOC 1441 และตำรวจไซเบอร์ ระบบจะแจ้งเตือนทันทีเพื่อป้องกันความเสียหาย
Greylist (ระวังต้องสงสัย): หมายเลขที่มีพฤติกรรมผิดปกติ เช่น โทรจากต่างประเทศ ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หรือถูกแจ้งเบาะแสจำนวนมาก ระบบจะขึ้นสถานะให้ผู้ใช้ระมัดระวังเป็นพิเศษ
Whitelist (ลงทะเบียน): หมายเลขที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นของหน่วยงานภาครัฐ หรือเบอร์ที่ลงทะเบียนยืนยันตัวตนแล้ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้บริการ
คุมเข้มตั้งแต่ต้นทาง SMS ลวง
นายเวทางค์ ระบุเพิ่มเติมว่า นอกจากการคัดกรองเบอร์โทรศัพท์แล้ว กระทรวงดีอี ยังออกมาตรการคุมเข้มผู้ให้บริการส่ง SMS (Sender) โดยกำหนดให้ต้องลงทะเบียนใหม่ทุกปีเพื่อระบุตัวตนผู้ส่งอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการส่ง SMS ที่แนบลิงก์ (URL) จะต้องแจ้งรายละเอียดข้อความและลิงก์ให้ผู้ให้บริการเครือข่ายตรวจสอบก่อนส่งถึงผู้ใช้บริการ เพื่อสกัดกั้นเว็บไซต์ปลอมและลิงก์ดูดเงินตั้งแต่วงจรแรก
นอกจากนี้ ตัวแอปพลิเคชันยังเชื่อมต่อกับระบบแจ้งความออนไลน์และสายด่วน AOC 1441 เพื่อให้ประชาชนสามารถขอคำปรึกษาหรือแจ้งอายัดบัญชีคนร้ายได้ทันท่วงที โดยปัจจุบันแอปพลิเคชัน DE-FENCE เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีทั้งในระบบ iOS และ Android โดยไม่มีค่าธรรมเนียมและไม่มีโฆษณาแทรก เพื่อเป็นสาธารณูปโภคด้านความปลอดภัยดิจิทัลให้กับประชาชนไทยทุกคน





