background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

WEF เปิด 4 ฉากทัศน์งานปี 2030 เอไอเป็นแรงส่งเศรษฐกิจ หรือชนวนวิกฤติแรงงาน?

WEF เปิด 4 ฉากทัศน์งานปี 2030 เอไอเป็นแรงส่งเศรษฐกิจ หรือชนวนวิกฤติแรงงาน?

หากมองเอไอเป็นเหมือนเครื่องยนต์ใหม่ของเศรษฐกิจโลก คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่าเครื่องยนต์นี้แรงแค่ไหน แต่คือ คนที่นั่งอยู่ในรถพร้อมจะขับมันหรือไม่

นี่คือสาระหลักของรายงาน Four Futures for Jobs in the New Economy: AI and Talent in 2030 จากเวทีเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Forum (WEF) ที่พยายามอธิบายว่า โลกการทำงานในปี 2030 จะออกมาในรูปแบบใดบ้าง ภายใต้การมาถึงของเอไออย่างจริงจัง

รายงานเริ่มต้นจากภาพใหญ่ของเศรษฐกิจโลก โดยระบุว่าเทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์กำลังถูกนำมาใช้จริงในองค์กรอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่เป็นเพียงการทดลอง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธุรกิจทั่วโลกเกือบ 9 ใน 10 แห่ง ใช้เอไอในงานอย่างน้อยหนึ่งด้าน 

ขณะเดียวกัน ผู้บริหารจำนวนมากกลับมองผลกระทบแง่ลบต่อแรงงานมากกว่าแง่บวก ผู้ตอบแบบสำรวจของ WEF กว่า 54% เชื่อว่าเอไอจะทำให้งานจำนวนมากหายไป แต่มีเพียง 24% ที่คาดว่าจะเกิดงานใหม่ และมีเพียง 12% เท่านั้นที่คิดว่าเอไอจะช่วยให้ค่าจ้างแรงงานสูงขึ้น

WEF มองว่า อนาคตไม่ได้มีคำตอบเดียว จึงใช้การสร้างฉากทัศน์เพื่ออธิบายความเป็นไปได้ โดยตั้งอยู่บนสองคำถามหลัก คือ หนึ่ง เอไอจะพัฒนาเร็วหรือช้า และสอง คนทำงานจะมีทักษะพร้อมรับเอไอมากน้อยเพียงใด เมื่อรวมสองปัจจัยนี้เข้าด้วยกัน จึงเกิดเป็น 4 ภาพอนาคตของโลกการทำงาน

ฉากทัศน์แรกถูกเรียกว่า การเร่งเครื่องเต็มกำลัง หรือ “Supercharged Progress” เป็นโลกที่เอไอก้าวหน้าแบบก้าวกระโดด และแรงงานจำนวนมากมีทักษะพร้อมใช้งาน เอไอถูกนำมาใช้แทบทุกอุตสาหกรรม งานแบบเดิมจำนวนมากหายไป แต่ก็เกิดงานใหม่ขึ้นอย่างรวดเร็ว คนทำงานบางส่วนไม่ได้ลงมือทำงานเองเหมือนเดิม แต่ทำหน้าที่ควบคุม ดูแล หรือสั่งงานระบบเอไอหลายตัวพร้อมกัน เศรษฐกิจเติบโตแรง ผลิตภาพพุ่ง กำไรบริษัทเพิ่มขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง ระบบสวัสดิการ กฎหมายแรงงาน และกติกาทางสังคมอาจตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเร็วเกินไป

ฉากทัศน์ที่สองคือ “The Age of Displacement” หรือยุคของการถูกแทนที่ เอไอพัฒนาเร็วมาก แต่คนทำงานปรับตัวไม่ทัน ธุรกิจจำนวนมากเลือกใช้ระบบอัตโนมัติแทนแรงงาน เพราะต้นทุนถูกกว่าและเร็วกว่า

การว่างงานเพิ่มสูงในหลายประเทศ งานบางสายหายไปถาวร แม้เศรษฐกิจในภาพรวมจะดูทันสมัยและใช้เทคโนโลยีล้ำหน้า แต่สังคมกลับเผชิญความเหลื่อมล้ำ ความไม่มั่นคง และแรงกดดันต่อรัฐบาลในการดูแลคนตกงาน ระบบสวัสดิการและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงอย่างต่อเนื่อง

ฉากทัศน์ที่สามคือ เศรษฐกิจมนุษย์และเอไอทำงานคู่กัน หรือ “Co-Pilot Economy” เป็นโลกที่เอไอไม่ได้มาแทนคน แต่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย เอไอพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป และแรงงานได้รับการฝึกทักษะใหม่อย่างต่อเนื่อง งานจำนวนมากยังคงอยู่ แต่รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป

คนใช้เอไอช่วยลดงานซ้ำๆ งานเอกสาร หรือการวิเคราะห์พื้นฐาน ทำให้มีเวลาไปโฟกัสงานที่ต้องใช้ความคิด การตัดสินใจ และการสื่อสารมากขึ้น ตลาดแรงงานมีความยืดหยุ่นสูง คนเปลี่ยนอาชีพได้ง่ายขึ้น และทักษะที่เรียกว่า ทักษะมนุษย์ เช่น การแก้ปัญหาและการทำงานร่วมกับผู้อื่น มีความสำคัญมากขึ้น

ฉากทัศน์สุดท้ายคือ “Stalled Progress” เป็นโลกที่เอไอพัฒนาได้ไม่มากอย่างที่คาด และแรงงานจำนวนมากยังขาดทักษะที่จำเป็น ธุรกิจบางแห่งใช้เอไอเฉพาะจุด เพื่อทดแทนแรงงานที่ขาดแคลน แต่ไม่สามารถเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานได้จริง เศรษฐกิจเติบโตช้า ความได้เปรียบกระจุกตัวอยู่ในบางประเทศหรือบางบริษัท งานที่ถูกแทนที่ส่วนใหญ่เป็นงานรูทีน ขณะที่ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้และโอกาสเพิ่มสูงขึ้น

WEF สรุปภาพรวมว่า ไม่ว่าฉากทัศน์ใดจะเกิดขึ้นจริง สิ่งที่เหมือนกันคือ การตัดสินใจในวันนี้จะกำหนดอนาคตของคนทำงานในวันข้างหน้า ทั้งการลงทุนด้านการศึกษา การฝึกทักษะแรงงาน การออกแบบงานให้คนทำงานร่วมกับเอไอได้อย่างมีความหมาย

รวมถึงการวางกติกาและการกำกับดูแลเทคโนโลยีอย่างโปร่งใส ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าเอไอจะกลายเป็นสิ่งที่ช่วยยกระดับชีวิตคนส่วนใหญ่ หรือเป็นตัวเร่งให้ความเหลื่อมล้ำรุนแรงยิ่งขึ้นในทศวรรษหน้า