ETDA ส่งกขค. คุมปมผูกขาดขนส่งอีคอมเมิร์ซ ชี้ชัดแก่นปัญหาอยู่ที่การแข่งขัน

ETDA ส่งกขค. คุมปมผูกขาดขนส่งอีคอมเมิร์ซ ชี้ชัดแก่นปัญหาอยู่ที่การแข่งขัน

บอร์ดธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์เห็นควรให้สำนักงานการแข่งขันทางการค้าเป็นหน่วยงานหลักกำกับปัญหาแพลตฟอร์มจำกัดผู้ให้บริการขนส่ง คาดความชัดเจนภายในกุมภาพันธ์นี้ ขณะที่ ETDA เร่งศึกษากติกาค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม สร้างความโปร่งใสและเป็นธรรม

KEY

POINTS

  • ETDA มีมติส่งมอบให้กขค. เป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลปัญหาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจำกัดตัวเลือกผู้ให้บริการขนส่ง
  • การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากมองว่าแก่นของปัญหาอยู่ที่ประเด็น "การแข่งขันทางการค้า" มากกว่าเรื่องการกำกับดูแลแพลตฟอร์มโดยตรง
  • กขค. จะทำหน้าที่พิจารณาและกำหนดแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาการผูกขาดและสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมในตลาดขนส่งสินค้าอีคอมเมิร์ซ โดยคาดว่าจะเห็นความคืบหน้าภายในเดือนกุมภาพันธ์
  • ETDA จะยังคงมีบทบาทในการติดตามผลกระทบที่เกิดกับผู้บริโภค และเดินหน้าศึกษาโครงสร้างค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มเพื่อสร้างความโปร่งใสและเป็นธรรม
  • ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อผู้ให้บริการขนส่งรายย่อยที่เสียเปรียบในการแข่งขัน และผู้ขายที่ไม่สามารถเลือกใช้บริการขนส่งที่มีคุณภาพตามความต้องการได้

ทิศทางการแก้ปัญหาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจำกัดผู้ให้บริการขนส่งเริ่มชัดเจน หลังคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มีมติให้สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) รับบทหน่วยงานหลักกำกับดูแล โดยชี้ว่าแก่นของปัญหาอยู่ในมิติการแข่งขันทางการค้า คาดว่าจะเห็นความคืบหน้าภายในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้

ขณะที่ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เดินหน้าศึกษาโครงสร้างค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเพื่อสร้างความโปร่งใสและเป็นธรรม พร้อมยกระดับการกำกับแพลตฟอร์มดิจิทัลครบ 3 มิติ

  • ด้านกฎหมายสินค้า
  • ความเป็นธรรมทางการแข่งขัน
  • การป้องกันอาชญากรรมออนไลน์

นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับผู้เกี่ยวข้องพบว่า ปัญหาการที่แพลตฟอร์มบางรายจำกัดการเลือกผู้ให้บริการขนส่ง ส่งผลกระทบต่อกลไกการแข่งขันมากกว่าประเด็นด้านกฎระเบียบแพลตฟอร์มโดยตรง

คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์จึงมีมติให้ กขค. เป็นเจ้าภาพหลักในการพิจารณาและกำกับดูแลต่อไป ส่วน ETDA จะติดตามผลกระทบต่อผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด หากพบข้อร้องเรียนหรือพฤติการณ์ที่กระทบสิทธิผู้ใช้บริการ จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ควบคู่กัน

ETDA ส่งกขค. คุมปมผูกขาดขนส่งอีคอมเมิร์ซ ชี้ชัดแก่นปัญหาอยู่ที่การแข่งขัน

ETDA ส่งกขค. คุมปมผูกขาดขนส่งอีคอมเมิร์ซ ชี้ชัดแก่นปัญหาอยู่ที่การแข่งขัน

ตลอดช่วงที่ผ่านมา ผู้ให้บริการขนส่งบางส่วนสะท้อนถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงงานผ่านแพลตฟอร์ม และเงื่อนไขการจัดสรรงานที่อาจไม่เป็นธรรม ขณะที่ผู้ขายหรือร้านค้าบนแพลตฟอร์มสะท้อนปัญหาคุณภาพบริการ รวมถึงข้อจำกัดในการเปลี่ยนผู้ให้บริการขนส่งที่แพลตฟอร์มกำหนด ส่งผลให้ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ที่ไม่ได้เป็นพาร์ทเนอร์กับแพลตฟอร์มเสียเปรียบเชิงการแข่งขัน และอาจกระทบต่อประสิทธิภาพของตลาดโดยรวม

ETDA เคยศึกษาทางเลือกเชิงกำกับภายใต้พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ (กฎหมาย DPS) พร้อมจัดทำร่างหลักการกำกับดูแล เช่น ห้ามแพลตฟอร์มกีดกันหรือเอื้อประโยชน์แก่ผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่งอย่างไม่เป็นธรรม เปิดโอกาสให้ผู้ขายสามารถเลือกหรือเปลี่ยนผู้ให้บริการได้ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม และต้องเปิดเผยข้อมูลค่าขนส่งอย่างโปร่งใส

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาเชิงโครงสร้างแล้วเห็นว่าเป็นประเด็นการแข่งขันโดยตรง จึงส่งไม้ต่อให้ กขค. เป็นผู้กำหนดแนวทางหลัก

ETDA ส่งกขค. คุมปมผูกขาดขนส่งอีคอมเมิร์ซ ชี้ชัดแก่นปัญหาอยู่ที่การแข่งขัน

อีกโจทย์ใหญ่ที่ภาคธุรกิจจับตาคือ “ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ” ซึ่งผู้ค้าออนไลน์จำนวนมากสะท้อนว่ามีต้นทุนสูงและไม่ชัดเจน ETDA เตรียมศึกษาความเหมาะสมของโครงสร้างค่าธรรมเนียม เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตั้งแต่การแยกองค์ประกอบค่าใช้จ่าย การชี้แจงว่าค่าธรรมเนียมครอบคลุมบริการใดบ้าง ไปจนถึงการกำหนดผลลัพธ์ขั้นต่ำที่ผู้ขายควรได้รับ พร้อมประสานความร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กขค. สภาองค์กรผู้บริโภค และผู้ประกอบการแพลตฟอร์ม เพื่อจัดทำแนวปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและไม่ซ้ำซ้อนกับอำนาจของหน่วยงานกำกับอื่น

ในภาพรวม ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มดิจิทัลแจ้งข้อมูลการประกอบธุรกิจผ่านระบบ ETDA แล้ว 2,056 แพลตฟอร์ม (ข้อมูล ณ วันที่ 13 มกราคม 2569) สะท้อนการเข้าสู่ระบบกำกับดูแลอย่างเป็นรูปธรรม

โดย ETDA วางกรอบการกำกับออกเป็น 3 มิติหลัก ได้แก่ มิติแรก การปฏิบัติตามกฎหมายของสินค้าและบริการบนแพลตฟอร์ม มิติที่สอง ความเป็นธรรมด้านค่าธรรมเนียมและการแข่งขัน และมิติที่สาม การป้องกันการฉ้อโกงทางออนไลน์

ในมิติการกำกับสินค้า ETDA ได้ประกาศรายชื่อแพลตฟอร์มตลาดสินค้า 21 ราย ที่เข้าข่ายเป็นแพลตฟอร์มลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18(2) และต้องปฏิบัติตามประกาศที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยมุ่งกำกับการขายและโฆษณาสินค้าที่ต้องมีมาตรฐานตามกฎหมาย

โดยเฉพาะสินค้าที่อยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำหนดให้ แพลตฟอร์มต้องมีระบบตรวจสอบ แจ้งเตือน และนำออกหรือปิดกั้นรายการขาย (Notice and Take Down) ที่สามารถใช้งานได้จริง พร้อมแสดงข้อมูลสินค้าและเอกสารมาตรฐานอย่างชัดเจน

ETDA ยังเตรียมขยายการกำกับไปยัง แพลตฟอร์มประเภทโซเชียลคอมเมิร์ซ โดยอยู่ระหว่างจัดทำประกาศเพิ่มเติม เพื่อให้โซเชียลมีเดียที่มีฟังก์ชันสนับสนุนการซื้อขายต้องอยู่ภายใต้กติกาเดียวกับอีคอมเมิร์ซ หลังที่ผ่านมาเกิดช่องว่างการกำกับจากการที่บางแพลตฟอร์มอ้างว่าไม่ได้เป็นผู้ให้บริการตลาดสินค้าโดยตรง หากในอนาคตเกิดความเสียหายจากการหลอกลวงหรือสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน แพลตฟอร์มจะต้องร่วมรับผิดชอบมากขึ้น

ด้านการกำกับ แพลตฟอร์ม Ride Sharing หรือรถยนต์และรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ ปัจจุบันมีผู้ขับขี่ขึ้นทะเบียนผ่านระบบ Driver Verify แล้วกว่า 27,000 ราย โดย ETDA อยู่ระหว่างหารือกับกรมการขนส่งทางบก หน่วยงานด้านประกันภัย และผู้ให้บริการลิสซิ่ง เพื่อลดภาระต้นทุนและอุปสรรคในการขึ้นทะเบียน คาดว่าจะได้ข้อสรุปเชิงนโยบายในระยะใกล้

ขณะเดียวกัน ETDA ยังผลักดันแนวทางกำกับดูแลผ่านกลไก Self-regulation เพื่อยกระดับมาตรฐานตลาดสินค้าออนไลน์ในกลุ่มสินค้าความเสี่ยงสูง เช่น อาวุธปืน ซิมบ็อกซ์ และบุหรี่ไฟฟ้า โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างแพลตฟอร์ม หน่วยงานกำกับ และภาคผู้บริโภค ตั้งแต่กระบวนการคัดกรอง แจ้งเตือน ระงับรายการขาย ไปจนถึงการจัดการผู้กระทำผิดซ้ำ เพื่อลดความเสียหายเชิงระบบ

ในมิติการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ นายชัยชนะ ระบุว่า ETDA ได้จัดทำร่างประกาศว่าด้วยมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ ภายใต้ พระราชกำหนดป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566

โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มต้องมีมาตรการเชิงป้องกัน เช่น การพิสูจน์ตัวตนผู้ใช้และผู้ลงโฆษณา การตรวจสอบและกลั่นกรองเนื้อหา การระงับหรือปิดกั้นเนื้อหาที่เข้าข่ายความผิดอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันผ่านการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะแล้ว และคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ภายในเดือนมีนาคมนี้

พร้อมกันนี้ ETDA ยังเตรียมขับเคลื่อนเครือข่ายความร่วมมือผ่านโครงการ DPS Trust Every Click ปีที่ 2 เพื่อเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานกำกับ แพลตฟอร์ม และภาคธุรกิจร่วมออกแบบแนวทางกำกับดูแลที่สามารถใช้งานได้จริง สร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรม การแข่งขัน และการคุ้มครองผู้บริโภคในเศรษฐกิจดิจิทัล