รู้ทันสายโทรหลอกลวงจากต่างประเทศ! กสทช.แนะวิธีบล็อกเบอร์ปิดช่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์

รู้ทันสายโทรหลอกลวงจากต่างประเทศ! กสทช.แนะวิธีบล็อกเบอร์ปิดช่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์

กสทช. เตือนประชาชนสังเกตสายโทรเข้าที่ขึ้นต้นด้วยเครื่องหมาย “+” เสี่ยงมิจฉาชีพ พร้อมแนะนำวิธีปฏิเสธสายจากต่างประเทศแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกันบอร์ด กสทช. เห็นชอบเพิ่มเอกสารลงทะเบียนซิมสำหรับบุคคลไม่มีสัญชาติไทย เพื่อยกระดับความปลอดภัยและลดการนำซิมไปใช้ในทางผิด

ปัญหาการหลอกลวงทางโทรศัพท์ยังคงเป็นภัยใกล้ตัวที่ประชาชนต้องเผชิญอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า มิจฉาชีพเริ่มกลับมาใช้วิธีโทรศัพท์จากต่างประเทศเพื่อหลอกลวงประชาชนอีกครั้ง ส่งผลให้มีผู้หลงเชื่อและได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ และรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ให้ข้อมูลว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันตนเอง คือการ “สังเกตเบอร์โทรศัพท์ก่อนรับสาย” โดยเฉพาะสายที่โทรเข้าจากต่างประเทศ

ซึ่งมักมีลักษณะเป็นหมายเลขที่ขึ้นต้นด้วยเครื่องหมาย “+” เช่น +697, +698 หรือแม้แต่ +66 ที่ถูกดัดแปลงให้ดูคล้ายเบอร์ในประเทศ

หากประชาชนไม่ได้มีธุระหรือไม่มีญาติพี่น้องอยู่ต่างประเทศ ควรหลีกเลี่ยงการรับสาย และวางสายทันที

เพื่อช่วยลดความเสี่ยง สำนักงาน กสทช. แนะนำให้ประชาชนใช้บริการปฏิเสธการรับสายจากต่างประเทศ ซึ่งสามารถตั้งค่าได้ง่าย ไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงกด 1381# แล้วโทรออก เมื่อตั้งค่าแล้ว ระบบจะไม่อนุญาตให้รับสายที่เป็นการโทรเข้าจากการโรมมิ่งต่างประเทศ ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการป้องกันภัยจากมิจฉาชีพ

รู้ทันสายโทรหลอกลวงจากต่างประเทศ! กสทช.แนะวิธีบล็อกเบอร์ปิดช่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์

กสทช. ย้ำว่า หากรับสายแล้วพบความผิดปกติ เช่น ผู้โทรอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แจ้งว่ามีคดี มีพัสดุต้องสงสัย หรือขอข้อมูลส่วนตัว ขอให้ประชาชนวางสายทันที และพึงระลึกไว้เสมอว่า

“หน่วยงานของรัฐไม่มีนโยบายติดต่อประชาชนเพื่อดำเนินคดีหรือสอบสวนผ่านทางโทรศัพท์หรือวิดีโอคอล” การรู้เท่าทันรูปแบบการหลอกลวงและไม่ตกใจจนตัดสินใจผิดพลาด จะช่วยลดความเสียหายได้อย่างมาก

นอกจากมาตรการเตือนภัยด้านการโทรศัพท์แล้ว ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา ยังได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบแนวทางเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทะเบียนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ สำหรับบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย และบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน เพื่อให้การเข้าถึงบริการโทรคมนาคมเป็นไปอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงและป้องกันการนำซิมการ์ดไปใช้ในทางที่ผิด

สาระสำคัญของมติดังกล่าว คือ การเพิ่มประเภทเอกสารที่สามารถใช้ในการลงทะเบียนซิมการ์ดในกรณีจำเป็นที่ผู้ใช้บริการไม่มีหนังสือเดินทาง โดยครอบคลุมทั้งแรงงานข้ามชาติและบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ได้แก่ เอกสารเดินทาง (Travel Document: TD) หรือเล่มสีดำ สำหรับแรงงานกัมพูชา และหนังสือรับรองบุคคล (Certificate of Identity: CI) หรือเล่มสีเขียว สำหรับแรงงานเมียนมา ซึ่งต้องแนบเอกสารจากหน่วยงานราชการไทยที่เกี่ยวข้องประกอบ

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือที่เรียกกันว่า “บัตรชมพู” ในกรณีที่เลขบัตรขึ้นต้นด้วย 5 6 7 8 และ 00 รวมถึงบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือ “บัตรขาว” ที่เลขบัตรขึ้นต้นด้วย 0 ซึ่งออกโดยกรมการปกครอง ทั้งหมดนี้เป็นการเปิดทางให้บุคคลกลุ่มดังกล่าวสามารถเข้าถึงบริการโทรคมนาคมได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ในด้านการควบคุมและกำกับดูแล กสทช. กำหนดให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต้องจัดทำรายละเอียดขั้นตอน วิธีการ และกระบวนการลงทะเบียน รวมถึงการพิสูจน์และยืนยันตัวบุคคลด้วยเอกสารดังกล่าว และต้องนำระบบมาให้สำนักงาน กสทช. ทดสอบก่อนนำไปใช้งานจริง ระบบต้องสามารถควบคุมจำนวนการลงทะเบียนซิมการ์ดไม่ให้เกิน 3 เลขหมายต่อหนึ่งผู้ให้บริการ แม้บุคคลนั้นจะใช้เอกสารต่างกันในการลงทะเบียน โดยการลงทะเบียนจะต้องดำเนินการที่สาขาหรือตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น

ทั้งนี้ หากในทางปฏิบัติพบข้อจำกัด ความจำเป็น หรือความเสี่ยง สำนักงาน กสทช. ยังสามารถพิจารณาทบทวนประเภทเอกสารและแนวทางการลงทะเบียนได้ต่อไป เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน กับการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

มาตรการทั้งหมดสะท้อนแนวคิดสำคัญว่า การสื่อสารในยุคดิจิทัลต้องเดินควบคู่ทั้ง “ความรู้เท่าทันของประชาชน” และ “ระบบกำกับดูแลที่รัดกุม” ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างการหลอกลวง และสร้างความปลอดภัยในการใช้บริการโทรคมนาคมในระยะยาว