วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม 2569

Login
Login

Zhipu บริษัทเอไอจีน เข้าตลาดหุ้นฮ่องกงเป็นรายแรกในกลุ่ม ‘เสือเอไอ’

Zhipu บริษัทเอไอจีน เข้าตลาดหุ้นฮ่องกงเป็นรายแรกในกลุ่ม ‘เสือเอไอ’

บริษัท Knowledge Atlas Technology JSC หรือที่ใช้ชื่อทางธุรกิจว่า จื้อผู่ (Zhipu) ผู้พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จากประเทศจีน เริ่มซื้อขายหุ้นวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง หลังจากระดมทุนจากการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป (IPO) ได้เป็นมูลค่ารวมประมาณ 558 ล้านดอลลาร์

การเข้าตลาดครั้งนี้ทำให้จื้อผู่กลายเป็นบริษัทแรกในกลุ่มสตาร์ตอัปเอไอจีนที่ถูกเรียกว่า “เสือเอไอ” ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกบริษัทเอไอจีนรุ่นใหม่ที่มุ่งพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง โดยเฉพาะโมเดลภาษาขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในแชตบอตและระบบเอไอสนทนา

หุ้นของจื้อผู่เสนอขายในราคา 116.20 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อหุ้น โดยบริษัทนำหุ้นออกขายประมาณ 37.4 ล้านหุ้น ในวันแรกของการซื้อขาย ราคาหุ้นเปิดสูงกว่าราคาไอพีโอเล็กน้อย ก่อนจะปรับขึ้นไปแตะระดับสูงสุดประมาณ 130 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือเพิ่มขึ้นราว 12% จากราคาเสนอขาย ก่อนจะเคลื่อนไหวในกรอบดังกล่าวตลอดวัน

จากการประเมินมูลค่าหลังการเข้าตลาด จื้อผู่มีมูลค่ากิจการราว 4.3 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 551 ล้านดอลลาร์) นับเป็นการระดมทุนของบริษัทเอไอที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับบริษัทเทคโนโลยีในช่วงหลัง และเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดหุ้นฮ่องกงเป็นหนึ่งในตลาดไอพีโอที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

อย่างไรก็ตาม แม้ราคาหุ้นของจื้อผู่จะปรับตัวดีกว่าดัชนีเทคโนโลยีของฮ่องกงในวันเดียวกัน แต่การเปิดตัวครั้งนี้ เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า ยังไม่โดดเด่นนัก หากเปรียบเทียบกับบริษัทเทคโนโลยีจีนบางรายก่อนหน้า โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิป ซึ่งเคยมีหุ้นพุ่งขึ้นหลายเท่าตัวในวันแรกของการซื้อขาย

จื้อผู่ก่อตั้งปี 2019 โดยกลุ่มนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิงหัว ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีน บริษัทเริ่มต้นจากฐานงานวิจัยทางวิชาการ ก่อนจะพัฒนาเป็นธุรกิจที่มุ่งสร้างโมเดลภาษาขนาดใหญ่เพื่อใช้งานในภาคองค์กรและสถาบันเป็นหลัก แตกต่างจากบริษัทเอไอจีนบางรายที่มุ่งเน้นตลาดผู้บริโภคทั่วไป

ระยะเริ่มต้น บริษัทได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยชิงหัว ก่อนจะได้รับเงินลงทุนจากกองทุนที่มีภาครัฐจีนสนับสนุน รวมถึงนักลงทุนเอกชนรายใหญ่ ทำให้จื้อผู่ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในบริษัทเอไอที่มีความเชื่อมโยงกับนโยบายพัฒนาเทคโนโลยีของจีน

Zhipu บริษัทเอไอจีน เข้าตลาดหุ้นฮ่องกงเป็นรายแรกในกลุ่ม ‘เสือเอไอ’

(REUTERS/Kane Wu)

ในแวดวงเอไอ จื้อผู่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มบริษัทที่พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่เพื่อแข่งขันกับบริษัทระดับโลกอย่าง โอเพนเอไอ (OpenAI) และแอนโทรปิก (Anthropic) โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทได้รับการกล่าวถึงจากโอเพนเอไอว่า เป็นหนึ่งในบริษัทจีนที่มีความคืบหน้าอย่างเห็นได้ชัดในการแข่งขันด้านเอไอ แม้ชื่อเสียงในระดับโลกจะยังไม่เทียบเท่าบริษัทเอไอจีนบางราย

ในกลุ่มเสือเอไอของจีน ยังมีบริษัทอื่น เช่น ดีปซีก (DeepSeek) ซึ่งเคยได้รับความสนใจจากการเปิดตัวโมเดลเอไอที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในตลาดโลก ทำให้บริษัทเอไอจีนกลุ่มนี้ถูกจับตามองทั้งในเชิงเทคโนโลยีและในฐานะผู้เล่นรายใหม่ในตลาดทุน

นอกจากการดำเนินงานในจีนแล้ว จื้อผู่ยังขยายกิจการไปยังต่างประเทศ โดยมีสำนักงานในสหราชอาณาจักร สิงคโปร์ มาเลเซีย และหลายประเทศในตะวันออกกลาง รวมถึงการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมร่วมกับพันธมิตรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินโดนีเซียและเวียดนาม เพื่อพัฒนาและนำเทคโนโลยีเอไอไปใช้งานในระดับภูมิภาค

อีกด้านหนึ่ง ธุรกิจของจื้อผู่เกิดขึ้นท่ามกลางข้อจำกัดจากสหรัฐ โดยในเดือนมกราคม 2025 บริษัทถูกกระทรวงพาณิชย์สหรัฐบรรจุไว้ในบัญชี Entity List หลังจากเจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่าบริษัทมีความเกี่ยวข้องกับกองทัพจีน การถูกขึ้นบัญชีดังกล่าวส่งผลให้บริษัทเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง รวมถึงองค์ความรู้และทรัพยากรด้านเทคโนโลยีจากสหรัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฝึกและพัฒนาโมเดลเอไอ

ตามข้อมูลในหนังสือชี้ชวน จื้อผู่ระบุว่าจะนำเงินประมาณ 70% จากการระดมทุนครั้งนี้ไปใช้ในงานวิจัยและพัฒนาโมเดลเอไออเนกประสงค์ ข้อมูลทางการเงินระบุว่า ในปี 2024 บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 312.4 ล้านหยวน (ประมาณ 43-44 ล้านดอลลาร์)

ขณะเดียวกัน บริษัทยังขาดทุน โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 2.96 พันล้านหยวน (ประมาณ 411 ล้านดอลลาร์) และในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ขาดทุนเพิ่มอีก 2.36 พันล้านหยวน (ประมาณ 326 ล้านดอลลาร์)

ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2025 จื้อผู่มีเงินสดและเงินฝากในธนาคารรวมประมาณ 2.5 พันล้านหยวน (ประมาณ 345 ล้านดอลลาร์) ซึ่งสะท้อนลักษณะของธุรกิจเอไอที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากในระยะยาว

จาง เผิง (Zhang Peng) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อจีนเมื่อปลายปี 2024 ว่า ธุรกิจของบริษัทเป็นงานที่มีความทะเยอทะยานสูงและต้องใช้เงินลงทุนมาก พร้อมระบุว่าบริษัทมีแผนระดมทุนอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้เงินทุนสอดคล้องกับเป้าหมายในแต่ละช่วงของการพัฒนา

ในช่วงเวลาเดียวกัน สตาร์ตอัปเอไอจีนรายอื่น เช่น มินิแม็กซ์ (MiniMax) และมูนช็อต (Moonshot) ก็อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมสำหรับการระดมทุนหรือการเข้าตลาดหุ้นเช่นกัน ทำให้ตลาดหุ้นฮ่องกงกลายเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับบริษัทเอไอจีนที่ต้องการเงินทุนเพื่อขยายการพัฒนาเทคโนโลยีในระยะต่อไป

อ้างอิง: CNBC