เปิดอาณาจักรเสียวหมี่ จากสมาร์ตโฟนสู่รถ EV พาทัวร์โรงงานอัจฉริยะสู่เป้าเบอร์ 1 โลก

เปิดอาณาจักรเสียวหมี่ จากสมาร์ตโฟนสู่รถ EV พาทัวร์โรงงานอัจฉริยะสู่เป้าเบอร์ 1 โลก

ท่ามกลางการแข่งขันธุรกิจเทคโนโลยีที่ร้อนแรงทั่วโลก เสี่ยวมี่ (Xiaomi) กลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่ถูกจับตามองมากที่สุดไม่ใช่เพียงเพราะการเติบโตของสมาร์ตโฟน แต่เพราะการขยับครั้งใหญ่สู่ “EV + AI + บ้านอัจฉริยะ” จนถูกยกให้เป็น Tech Company ที่มีอีโคซิสเต็มครบที่สุดในจีน และกำลังก้าวขึ้นสู่ระดับสากลอย่างรวดเร็ว

KEY

POINTS

  • เสียวหมี่กำลังเปลี่ยนผ่านจากแบรนด์สมาร์ตโฟนสู่บริษัทเทคโนโลยีครบวงจรที่ครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV), AI และบ้านอัจฉริยะ โดยมีเป้าหมายเพื่อผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก
  • โรงงานผลิตสมาร์ตโฟนอัจฉริยะในกรุงปักกิ่งใช้ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีที่พัฒนาเองเป็นหลัก ทำให้สามารถผลิตสมาร์ตโฟน 1 เครื่องได้ในเวลาเพียง 6 วินาที
  • รุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัวด้วยโรงงานผลิต SU7 ที่สามารถผลิตรถ 1 คันได้ทุก 76 วินาที โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Hyper Die-Casting และระบบตรวจสอบคุณภาพระดับอุตสาหกรรมอวกาศ
  • ชูจุดเด่นด้วยอีโคซิสเต็ม "Human-Car-Home" ที่เชื่อมต่อทุกอุปกรณ์ตั้งแต่สมาร์ตโฟน, รถยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะเข้าด้วยกันผ่านระบบปฏิบัติการ HyperOS
  • ยุทธศาสตร์ "โรงงานอัจฉริยะ" เป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทำให้ธุรกิจสมาร์ตโฟนยังคงแข็งแกร่งและธุรกิจ EV สามารถทำกำไรได้อย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันเทคโนโลยีโลกที่รุนแรงขึ้นทุกปี “เสียวหมี่” (Xiaomi) กำลังขยับบทบาทจากแบรนด์สมาร์ตโฟนราคาคุ้มค่า ไปสู่บริษัทเทคโนโลยีครบวงจรที่มีอีโคซิสเต็มลึกและกว้างที่สุดรายหนึ่งของจีน ตั้งแต่สมาร์ตโฟน รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปจนถึงบ้านอัจฉริยะ โดยมี “โรงงานอัจฉริยะ” เป็นหัวใจของยุทธศาสตร์การเติบโต

การเปิดบ้านให้สื่อมวลชนเข้าชมโรงงานในกรุงปักกิ่งครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการโชว์ศักยภาพการผลิต แต่เป็นการประกาศจุดยืนเชิงเศรษฐกิจว่า เสียวหมี่พร้อมยกระดับตัวเองสู่ผู้เล่นระดับโลก และกำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในทุกมิติ

สมาร์ตโฟน 1 เครื่อง ทุก 6 วินาทีภาพสะท้อน “อนาคตของการผลิต”

ภายในโรงงานผลิตสมาร์ตโฟนของเสียวหมี่ในกรุงปักกิ่งบรรยากาศเงียบ สะอาด และเป็นระเบียบอย่างน่าประหลาด แทบไม่มีเสียงคนงาน เพราะสายการผลิตส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์อัจฉริยะ

หัวใจสำคัญของโรงงานแห่งนี้ คือระบบควบคุมที่เสียวหมี่พัฒนาเองแทบทั้งหมด กว่า 96.8% ของฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์โรงงาน 100% เป็นเทคโนโลยีภายในองค์กร ทำให้ทุกขั้นตอนตั้งแต่การประกอบ ตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงการส่งมอบ ถูกมองเห็นแบบเรียลไทม์ผ่านแพลตฟอร์ม Smart Manufacturing

เปิดอาณาจักรเสียวหมี่ จากสมาร์ตโฟนสู่รถ EV พาทัวร์โรงงานอัจฉริยะสู่เป้าเบอร์ 1 โลก

เปิดอาณาจักรเสียวหมี่ จากสมาร์ตโฟนสู่รถ EV พาทัวร์โรงงานอัจฉริยะสู่เป้าเบอร์ 1 โลก

 

ผลลัพธ์คือความเร็วการผลิตที่กลายเป็นจุดสนใจของสื่อทั่วโลก — สมาร์ตโฟน 1 เครื่อง ใช้เวลาเพียง 6 วินาที

แม้ความเร็วจะสูง แต่กระบวนการตรวจสอบคุณภาพยังคงเข้มงวด ตั้งแต่การสอบเทียบกล้องความละเอียดสูง การตรวจสีและความสว่างหน้าจอ การทดสอบความร้อนของแบตเตอรี่ ไปจนถึงการใช้ AI และ Machine Vision ตรวจจับความผิดปกติในระดับชิ้นส่วน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้สมาร์ตโฟน Xiaomi และ Redmi ได้รับการยอมรับในหลายตลาด รวมถึงประเทศไทย

เปิดอาณาจักรเสียวหมี่ จากสมาร์ตโฟนสู่รถ EV พาทัวร์โรงงานอัจฉริยะสู่เป้าเบอร์ 1 โลก

อ่านเกมอุตสาหกรรมแล้วเข้าใจทันทีว่าทำไมจีนครองตลาดโลก

อีกด้านหนึ่งของกรุงปักกิ่ง คือโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า SU7 สัญลักษณ์ใหม่ของการรุกตลาด EV อย่างจริงจังของเสียวหมี่ โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 718,000 ตารางเมตร และรวมทุกฟังก์ชันสำคัญไว้ในที่เดียว ทั้งการออกแบบ วิจัย พัฒนา ผลิต ทดสอบ และจำหน่าย

เมื่อเดินเครื่องเต็มกำลัง โรงงานสามารถผลิตรถได้ 1 คันทุก 76 วินาที ตัวเลขที่สะท้อนแนวคิด “โรงงานคิดแบบซิลิคอน”

จุดเด่นสำคัญคือเทคโนโลยี Hyper Die-Casting ขนาด 9,100 ตัน ที่เสียวหมี่พัฒนาขึ้นเอง สามารถหลอมอะลูมิเนียมอุณหภูมิสูงกว่า 700 องศาเซลเซียส และขึ้นรูปชิ้นส่วนกว่า 72 ชิ้นให้กลายเป็นชิ้นเดียวในเวลาเพียง 0.1 วินาที ลดจุดเชื่อมลงกว่า 840 จุด เพิ่มทั้งความแข็งแรงและความแม่นยำ

ระบบตรวจสอบคุณภาพยังยกระดับสู่มาตรฐานอุตสาหกรรมอวกาศ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Lidar วัดความคลาดเคลื่อนระดับ 0.05 มิลลิเมตร การสแกนแบตเตอรี่แบบ CT ทั้งแพ็ก และระบบ AI “X-Eye” ตรวจ X-ray ชิ้นส่วนทุกชิ้นด้วยความแม่นยำกว่า 99.9%

ทั้งหมดนี้ทำให้ SU7 ถูกยกให้เป็นหนึ่งในรถ EV จีนที่มีคุณภาพงานประกอบใกล้เคียงแบรนด์ยุโรปมากที่สุด

เปิดอาณาจักรเสียวหมี่ จากสมาร์ตโฟนสู่รถ EV พาทัวร์โรงงานอัจฉริยะสู่เป้าเบอร์ 1 โลก

เปิดอาณาจักรเสียวหมี่ จากสมาร์ตโฟนสู่รถ EV พาทัวร์โรงงานอัจฉริยะสู่เป้าเบอร์ 1 โลก

เมื่อ “โรงงาน” กลายเป็นอาวุธทางเศรษฐกิจ

ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2025 สะท้อนชัดว่า โมเดลธุรกิจของเสียวหมี่เริ่มเข้าสู่จุดเปลี่ยน รายได้รวมแตะ113.1 พันล้านหยวน เติบโต 22.3% ขณะที่กำไรสุทธิปรับปรุงพุ่งกว่า 80.9% สูงสุดเป็นประวัติการณ์

สมาร์ตโฟนยังคงเป็นฐานรายได้หลัก ด้วยยอดส่งมอบกว่า43.3 ล้านเครื่อง และครองอันดับ Top 3 ของโลกต่อเนื่อง21 ไตรมาส ขณะที่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตโดดเด่น โดยเฉพาะประเทศไทยและมาเลเซีย

ด้านธุรกิจ EV เสียวหมี่ส่งมอบรถ SU7 แล้วกว่า 100,000 คัน และสามารถพลิกทำกำไรได้ในเวลาอันรวดเร็ว สะท้อนศักยภาพของการควบคุมเทคโนโลยีการผลิตด้วยตนเอง

เปิดอาณาจักรเสียวหมี่ จากสมาร์ตโฟนสู่รถ EV พาทัวร์โรงงานอัจฉริยะสู่เป้าเบอร์ 1 โลก

เปิดอาณาจักรเสียวหมี่ จากสมาร์ตโฟนสู่รถ EV พาทัวร์โรงงานอัจฉริยะสู่เป้าเบอร์ 1 โลก

ไลฟ์สไตล์ใหม่ “Human–Car–Home”

เมื่อบ้าน รถ และมือถือ กลายเป็นเรื่องเดียวกัน สิ่งที่ทำให้เสียวหมี่แตกต่างจากผู้ผลิตรายอื่น คือการเชื่อมทุกอุปกรณ์เข้าด้วยกันเป็นอีโคซิสเต็มเดียว ตั้งแต่สมาร์ตโฟน รถ EV ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ

ผู้ใช้สามารถสั่งเปิดแอร์จากมือถือก่อนถึงบ้าน รถ SU7 ส่งข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์ผ่าน HyperOS และเมื่อกลับถึงบ้าน ระบบ AI จะปรับอุณหภูมิและแสงตามพฤติกรรมการใช้งานอัตโนมัติ

โรงงานเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะที่อู่ฮั่น ซึ่งมีกำลังการผลิตเครื่องปรับอากาศสูงสุด 7 ล้านเครื่องต่อปี คืออีกจิ๊กซอว์สำคัญที่ทำให้โมเดล Human–Car–Home เป็นจริงในเชิงพาณิชย์

สร้างโรงงาน เพื่อสร้างอนาคต

จากสมาร์ตโฟน 6 วินาทีต่อเครื่อง สู่รถ EV 76 วินาทีต่อคัน เสียวหมี่กำลังพิสูจน์ว่า “โรงงานอัจฉริยะ” ไม่ใช่เพียงฐานการผลิต แต่เป็นหัวใจของความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ

ในวันที่โลกหมุนเร็วด้วยเทคโนโลยี บริษัทที่ควบคุมการผลิต ควบคุมข้อมูล และควบคุมอีโคซิสเต็มได้ครบวงจรย่อมมีความได้เปรียบระยะยาว

และเสียวหมี่ กำลังเดินเกมนั้นอย่างชัดเจนจากมือถือราคาคุ้มค่า สู่ผู้ท้าชิงตำแหน่งมหาอำนาจเทคโนโลยีโลกในอนาคตอันใกล้

เปิดอาณาจักรเสียวหมี่ จากสมาร์ตโฟนสู่รถ EV พาทัวร์โรงงานอัจฉริยะสู่เป้าเบอร์ 1 โลก