จากรายงานของ Datareportal ระบุว่า ปี 2025 ประชากรโลก 74% หรือราว 6 พันล้านคน ใช้อินเทอร์เน็ต เพิ่มขึ้นจาก 71% (5.8 พันล้านคน) ในปีก่อนหน้า แม้การใช้อินเทอร์เน็ตจะเติบโตต่อเนื่อง แต่ยังมีประชากรกว่า หนึ่งในสี่ของโลก ที่ไม่สามารถเข้าถึงโลกออนไลน์ได้
ความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงยังคงชัดเจนตามระดับรายได้ โดยประเทศรายได้สูงมีอัตราการใช้อินเทอร์เน็ตสูงถึง 94% ขณะที่ประเทศรายได้ต่ำมีเพียง 23% เท่านั้น
การจัดอันดับประเทศที่มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุด 20 อันดับแรก ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า “ขนาดประชากร” มักมีอิทธิพลเหนือ อัตราการเชื่อมต่อ
จีน–อินเดีย ครองอันดับด้วยพลังของ “ขนาด”
จีน ครองอันดับหนึ่งด้วยผู้ใช้อินเทอร์เน็ตราว 1.30 พันล้านคน คิดเป็นมากกว่า 90% ของประชากรทั้งประเทศ ขณะที่ อินเดีย ตามมาเป็นอันดับสองด้วยผู้ใช้มากกว่า 1.03 พันล้านคน แม้อัตราการเข้าถึงจะต่ำกว่าที่ 70%
เมื่อรวมกันแล้ว จีนและอินเดียมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่า ประเทศในอันดับ 3-20 รวมกันทั้งหมด สะท้อนอิทธิพลเชิงโครงสร้างของประชากรขนาดมหาศาลต่อภูมิทัศน์ดิจิทัลโลก
‘ไทย’ผู้ใช้เน็ตเฉียด 68 ล้านคน ตลาดเกิดใหม่มา
ถัดจากสองประเทศยักษ์ใหญ่ อันดับที่เหลือเผยให้เห็นบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ ตลาดเกิดใหม่ อย่าง “อินโดนีเซีย บราซิล ปากีสถาน และไนจีเรีย” ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเทียบเท่าหรือมากกว่าหลายประเทศพัฒนาแล้ว ชี้ให้เห็นการเคลื่อนศูนย์กลางกิจกรรมออนไลน์ของโลกไปสู่ Global South อย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ ประเทศไทย ติดอันดับที่ 19 มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 67,826,000 คน
แอฟริกายังถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
แม้การเติบโตของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกจะรวดเร็ว แต่ “ทวีปแอฟริกา” ยังมีตัวแทนค่อนข้างน้อยในรายชื่อประเทศที่มีผู้ใช้ออนไลน์มากที่สุด “ไนจีเรีย” เป็นประเทศแอฟริกาเพียงแห่งเดียวใน 10 อันดับแรก และมีเพียงสองประเทศ จากแอฟริกาที่ติด 20 อันดับแรก สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความสามารถในการจ่าย และการเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตที่ยังเป็นช่องว่างสำคัญในหลายพื้นที่ของทวีป
ตัวเลขผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ความเหลื่อมล้ำยังคงอยู่ชัดเจน ประเทศที่มีประชากรจำนวนมากยังคงครองอันดับสูง ขณะที่การขยายการเข้าถึงในประเทศรายได้ต่ำ โดยเฉพาะในแอฟริกา ยังเป็นโจทย์ใหญ่ของการพัฒนาโลกดิจิทัลในทศวรรษต่อไป





