วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

ตลาดงานเทคยังซบหนัก งาน Data & Analytics แข่งขันสูง จาก AI และผู้สมัครล้นระบบ

ตลาดงานเทคยังซบหนัก งาน Data & Analytics แข่งขันสูง จาก AI และผู้สมัครล้นระบบ

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาชีพสายเทคโนโลยีโดยเฉพาะ “สายข้อมูล (Data)” ถูกยกให้เป็นสัญลักษณ์ของงานดาวรุ่ง ทุกภาคส่วนต่างผลิตบุคลากรด้านดาต้าออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับคำบอกเล่าว่า งานด้านนี้มีความต้องการสูง และจะเติบโตไปพร้อมเศรษฐกิจดิจิทัล

แต่รายงานล่าสุดของ Indeed แพลตฟอร์มหางานรายใหญ่ระดับโลก ซึ่งถูกรวบรวมโดย Business Insider ชี้ว่า ตลาดงานเทคทั่วโลกกำลังเข้าสู่ “ภาวะหดตัว” อย่างต่อเนื่อง

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ สาย Data & Analytics รวมถึงอาชีพอย่าง นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล นักวิเคราะห์ข้อมูล นักพัฒนา และออกแบบระบบ Business Intelligence และนักวิเคราะห์ธุรกิจ 

ตลาดงานเทคยังซบหนัก งาน Data & Analytics แข่งขันสูง จาก AI และผู้สมัครล้นระบบ

หลังปี 2565 ซึ่งเป็นปีเฟื่องฟูของตลาดแรงงานเทค จำนวนประกาศรับสมัครงานเริ่มค่อยๆ ลดลงต่อเนื่อง ตัวชี้วัด Job Postings Index ของ Indeed ระบุว่า ดัชนีประกาศรับสมัครงานในสายนี้เคยพุ่งขึ้นกว่า 200 จุด แต่ในปีนี้ลดลงเหลือเพียง 67 จุดเท่านั้น

สำหรับงานสายดาต้า ตัวเลขยิ่งลดลงหนักกว่านั้น โดยดัชนีงาน Data & Analytics เหลือเพียง 60 จุด ณ เดือนตุลาคม ทำให้สายนี้มีจำนวนตำแหน่งงานใหม่ลดลงกว่า 40% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ตลาดงานไม่ได้หายไปทันที แต่กำลังอยู่ในช่วงหดตัวต่อเนื่องหลายปีหลังผ่านเหตุการณ์ใหญ่ระดับโลก

ในขณะที่จำนวนตำแหน่งงานลดลงอย่างต่อเนื่อง จำนวนผู้สมัครกลับเพิ่มขึ้น พร้อมกับแรงผลักดันจากมหาวิทยาลัย บูตแคมป์ออนไลน์ และโครงการฝึกอบรมต่างๆ ที่ผลิตบุคลากรด้านดาต้าออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยผลักดันให้คนจำนวนมากมีทักษะด้านข้อมูล พร้อมเข้าสู่ตลอาดด้วยกัน

คอรี สเตล (Cory Stahle) นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ Indeed อธิบายปัจจัยหนึ่งที่ทำให้จำนวนผู้สมัครยังคงสูง แม้ตำแหน่งงานจะลดลง นั่นคือ ต้นทุนการเปลี่ยนอาชีพที่สูง ผู้ที่เรียนมาเฉพาะด้านมักยังคงหางานในสายเดิม เพราะต้องใช้เวลา ค่าใช้จ่าย และทรัพยากรมากในการปรับเส้นทางใหม่ 

ปรากฏการณ์นี้ทำให้ตลาดเกิดภาพ “งานน้อยลง แต่ผู้สมัครมากขึ้น” จนการแข่งขันรุนแรงกว่าเดิม

ปัจจัยที่สอง คือ การเติบโตของ Generative AI สเตล อธิบายว่า เทคโนโลยีนี้ไม่ได้เข้ามาแทนที่คนโดยตรง แต่ทำให้ขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูลระดับพื้นฐานเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ทำให้หลายบริษัทใช้ทรัพยากรกับทีมวิเคราะห์ข้อมูลน้อยลง แต่ยังคงทำงานได้เท่าเดิม หรือมากกว่าเดิมอย่างมีประสิทธิภาพ ผลที่ตามมาคือ บริษัทจำนวนมากไม่ได้เปิดรับพนักงานทดแทนเหมือนช่วงปีที่มีการขยายตัวหลังโควิด

“แม้เอไอยังไม่สามารถทดแทนแรงงานได้ แต่ช่วยให้คนทำงาน และธุรกิจทำงานได้มากขึ้นโดยใช้ทรัพยากรน้อยลง ส่งผลให้ตลาดงานสำหรับผู้หางานด้านข้อมูลมีการแข่งขันสูงขึ้น” สเตล กล่าว

เขาระบุเพิ่มเติมว่า การลดลงของตำแหน่งงานควบคู่กับการเพิ่มขึ้นของจำนวนใบสมัคร ทำให้ผู้หางานในสายนี้อาจต้องใช้เวลามากกว่าเดิมในการหางานที่เหมาะสม และการเติบโตของรายได้อาจไม่สูงเหมือนช่วงไม่กี่ปีก่อนหน้า

 

 

อ้างอิง: businessinsider

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์