วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

หัวเว่ยชี้ 'Digital Intelligence' อาวุธขับเคลื่อนไทยสู่ 'Digital Hub' อาเซียน

หัวเว่ยชี้ 'Digital Intelligence' อาวุธขับเคลื่อนไทยสู่ 'Digital Hub' อาเซียน

ชวพล จริยาวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดมุมมองบนเวทีสัมมนา “PostToday Thailand Smart City 2026: Data Center - พลิกประเทศ” ว่า Digital Intelligence คืออาวุธสำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย

ที่ผ่านมา การพัฒนาประเทศในแต่ละยุคสมัย มีเทคโนโลยีหลัก 2 สายที่เป็นตัวขับเคลื่อนเสมอมา ได้แก่ เทคโนโลยีด้าน IT/ICT และเทคโนโลยีด้านพลังงาน ในอดีตเทคโนโลยีทั้งสองสายนี้อาจไม่มีความเกี่ยวพันกันโดยตรง แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์และการพึ่งพาอาศัยกันระหว่างเทคโนโลยีทั้งสองชัดเจนยิ่งขึ้น

วันนี้คงไม่สามารถกล่าวถึง AI, Digital Intelligence, หรือ Cloud Infrastructure ได้เลยหากไม่กล่าวถึงเรื่องพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นความยั่งยืน

หัวเว่ยชี้ 'Digital Intelligence' อาวุธขับเคลื่อนไทยสู่ 'Digital Hub' อาเซียน

หัวเว่ยมีมุมมองว่า Digital Intelligence คืออาวุธสำคัญที่ช่วยให้ทั้งภาคธุรกิจและภาครัฐสามารถสร้างความแตกต่างในการแข่งขัน แม้ว่า AI จะเป็น "พระเอก" แต่ AI ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีหลายชั้น

โดยมีองค์ประกอบสำคัญ คือ ดาต้า การสร้างความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนในการบริหารจัดการข้อมูลที่ดี ขณะเดียวกันการมีข้อมูลคุณภาพดีจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาและเปลี่ยนผ่านสู่ AI

อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงและสิ่งที่ต้อง "Check and Balance" ที่สำคัญยังมี “ความเสี่ยงด้านข้อมูล” เพราะข้อมูลในยุคนี้ประกอบด้วยทั้งข้อมูลที่มีโครงสร้าง (Structured) และไม่มีโครงสร้าง (Unstructured) ซึ่งนำมาสู่ความท้าทายด้านความปลอดภัย การควบคุมการเข้าถึง อธิปไตยข้อมูล และอคติ

การบรรลุเป้าหมายในเส้นทางดิจิทัลของไทยต้องเผชิญกับความท้าทายสำคัญ ทั้งด้านไซเบอร์ซิเคียวริตี้ การบริหารจัดการข้อมูล และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ประเมินขณะนี้นับว่าประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่แข็งแรง จากทั้งเครือข่าย 5G ที่ติดอันดับต้นๆ ของโลกซึ่งสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้ในหลากหลายมิติ ได้เห็นด้วยว่าความต้องการใช้ AI ทำให้เกิดความต้องการดาต้าเซนเตอร์ที่มหาศาลและไม่ใช่ดาต้าเซนเตอร์ทั่วไป แต่เป็น AI Data Center

ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ ความท้าทายด้านพลังงาน เนื่องจาก AI GPU มีความเร็วสูงกว่าชิปเซ็ตในรุ่นเก่าเป็นหลักร้อยเท่า จึงใช้พลังงานไฟฟ้ามากกว่ามหาศาล ทำให้จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีที่สามารถจัดหาพลังงานจากแหล่งที่ยั่งยืนรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้เกิดความเสถียรของพลังงาน

สำหรับการนำ AI มาประยุกต์ใช้ หัวเว่ยเน้นสร้าง Industry Specific AI ไม่ใช่ AI ทั่วไป โดยเป็นการโฟกัสในอุตสาหกรรมเฉพาะทาง เช่น การเงิน การผลิต ค้าปลีก หรือการดูแลสุขภาพ ที่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศได้โดยตรง