วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

Meta ชะลอรับคนด้าน AI ปรับโครงสร้างทีมใหม่ หลังใช้จ่ายมหาศาล

Meta ชะลอรับคนด้าน AI ปรับโครงสร้างทีมใหม่ หลังใช้จ่ายมหาศาล

ยักษ์โซเชียลมีเดียหยุดรับคนใหม่แผนก AI หลังใช้เงินมหาศาลดึงหัวกะทิจากคู่แข่ง นักวิเคราะห์มองเป็น ‘จังหวะพักหายใจ’ เพื่อจัดทัพ ก่อนลงทุนรอบใหม่ ท่ามกลางกระแสฟองสบู่เทคโนโลยี

เมตา (Meta) บริษัทแม่ของ Facebook และ Instagram ประกาศหยุดการรับบุคลากรใหม่เข้าสู่แผนกเอไอ หลังจากใช้เงินทุ่มซื้อคนเก่งด้านปัญญาประดิษฐ์อย่างมหาศาลในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา การหยุดรับสมัครครั้งนี้มีผลตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว และถือเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างองค์กรภายใน

โฆษกของเมตาให้ข้อมูลกับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่า การหยุดจ้างงานครั้งนี้ไม่ใช่สัญญาณล่าถอย แต่เป็นการจัดระเบียบองค์กรขั้นพื้นฐาน เพื่อสร้างโครงสร้างที่มั่นคงสำหรับการพัฒนาระบบซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์ (Superintelligence) หรือเอไอที่มีศักยภาพเหนือกว่ามนุษย์

จ่ายโบนัสถึง 100 ล้านดอลลาร์

ตลอดปีนี้ เมตาใช้เงินมหาศาลในการดึงคนเก่งจากบริษัทเอไออื่นๆ มีการเปิดเผยว่ามีข้อเสนอที่รวมโบนัสเซ็นสัญญาสูงถึง 100 ล้านดอลลาร์ (กว่า 3.5 พันล้านบาท) เพื่อแย่งตัวนักวิจัยและวิศวกรชั้นนำ

หนึ่งในดีลใหญ่ที่สุดคือ การเข้าถือหุ้น 49% ของสตาร์ตอัปอย่าง Scale มูลค่า 14,300 ล้านดอลลาร์ พร้อมคว้าตัว อเล็กซานเดอร์ หวัง (Alexandr Wang) ผู้ก่อตั้งบริษัทมาเป็นหัวหน้าทีมวิจัย Llama โมเดลโอเพนซอร์สที่เมตาผลักดันอย่างหนัก

ในช่วงไตรมาสล่าสุด เมตาทำผลประกอบการเกินคาด ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้จะเพิ่มค่าใช้จ่ายลงทุน (Capex) กว่า 17,000 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสสอง และคาดการณ์ค่าใช้จ่ายลงทุนรวมทั้งปี 2025 สูงถึง 72,000 ล้านดอลลาร์

จังหวะพักหายใจท่ามกลางกระแสฟองสบู่เอไอ

การชะลอการจ้างงานรอบนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ตลาดเทคโนโลยีสหรัฐเผชิญแรงขายหุ้น และมีเสียงเตือนว่าการลงทุนด้านเอไออาจร้อนแรงเกินไป

แซม อัลท์แมน (Sam Altman) ประธานกรมมการบริหารบริษัท OpenAI ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวในช่วงเดียวกันว่า สถานการณ์เอไอกำลังอยู่ใน “ภาวะฟองสบู่” แต่ก็มีนักวิเคราะห์จำนวนมากที่ไม่เห็นด้วย หลายฝ่ายเชื่อว่าเอไอยังมีพื้นที่เติบโตอีกมาก

ขณะเดียวกัน แดน อีฟส์ (Dan Ives) นักวิเคราะห์จาก Wedbush มองว่า “นี่คือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หุ้นเทคโนโลยียังถูกประเมินค่าต่ำไปด้วยซ้ำ” พร้อมชี้ว่า เมตาแค่เข้าสู่ช่วงย่อยอาหาร หลังทุ่มซื้อคนลงทุนก้อนใหญ่  และเชื่อว่าวงจรหุ้นเทคโนโลยีจะยังดำเนินต่ออย่างน้อย 2-3 ปี

แดเนียล นิวแมน (Daniel Newman) ประธานบริหารของ Futurum Group ก็ให้ความเห็นในทำนองเดียวกัน โดยมองว่าการหยุดครั้งนี้เป็นจังหวะให้เมตาได้จัดวางกำลังพลที่เพิ่งได้มาว่าสามารถสร้างการก้าวกระโดดด้านเอไอได้จริงหรือไม่ ก่อนจะเดินหน้าทุ่มลงทุนรอบใหม่ 

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีแรงกดดัน ตลาดยังมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตเอไอ หุ้นเมตายังปรับตัวขึ้นราว 28% ตั้งแต่ต้นปี

โครงสร้างใหม่ Meta Superintelligence Labs

ตามรายงานของวอลล์สตรีทเจอร์นัล เมตาได้ปรับโครงสร้างการทำงานด้านเอไอออกเป็น 4 ทีมหลัก ได้แก่

  1. ทีมวิจัย TBD lab (To Be Determined) เน้นพัฒนาเอไอระดับซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์
  2. ทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์เอไอสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์
  3. ทีมด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure)
  4. ทีมวิจัยระยะยาวและงานทดลอง

ทั้ง 4 ทีมถูกจัดให้อยู่ภายใต้ชื่อ “Meta Superintelligence Labs” ซึ่งสะท้อนวิสัยทัศน์ของมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ผู้ก่อตั้งเมตา ที่ต้องการสร้างเอไอที่สามารถทำงานเชิงความคิดได้ดีกว่ามนุษย์ที่ฉลาดที่สุด

การแข่งขันในสนามเอไอ

ขณะเดียวกัน บริษัทยักษ์เทคโนโลยีรายใหญ่อื่นๆ อย่าง Google และ Microsoft ยังคงเดินหน้าลงทุนด้านเอไออย่างเต็มที่ Google ใช้งานโมเดล Gemini เป็นหัวหอกเชิงพาณิชย์ 

ส่วน Microsoft อาศัยพันธมิตรกับ OpenAI เพื่อนำ ChatGPT และ Copilot มาต่อยอดในผลิตภัณฑ์ของตนเอง ทั้งสองรายยังคงทุ่มเงินมหาศาลไปกับโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และศูนย์ข้อมูล เพื่อรองรับการเติบโตของบริการเอไอในระยะยาว

อ้างอิง: CNBC และ WSJ