'กลุ่มสามารถ' ลุยธุรกิจ "คริปโท" ลั่นพร้อมเปิดตัวกลางปีนี้

'กลุ่มสามารถ' ลุยธุรกิจ "คริปโท" ลั่นพร้อมเปิดตัวกลางปีนี้

ฟื้นกลุ่มธุรกิจ "เอสดีซี" ลุยดิจิทัลไลฟ์สไตล์เต็มรูปแบบ มอง "คริปโท-NFT" ตัวสร้างอนาคต เล็งตั้งบริษัทลูกรูปแบบสตาร์ทอัพรุกเต็มตัว พร้อมแถลงทิศทางธุรกิจปี 2565 มั่นใจผลประกอบการฟื้นตัวเป็นบวกถึงกว่า 60 % เผยมีมูลค่างานในมือ แล้วกว่า 22,000 ล้านบาท

นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์และการพัฒนาธุรกิจใหม่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น กล่าวในการแถลงข่าวทิศทางธุรกิจและแนวทางของบริษัทว่า ปี 2565 บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมที่จำนวน 14,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 60 % จากปีก่อน โดยบริษัทมองเห็นโอกาสในการฟื้นตัวของบริษัท สามารถ ดิจิทัล จำกัด หรือ เอสซีดี

โดยบริษัทจะมุ่งสู่การเป็นดิจิทัล ไลฟ์สไตล์ คอนเทนท์ อย่างเต็มตัว และเพื่อให้เกิดความคล่องตัว และมีประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจดิจิทัลใหม่ๆ

บริษัทจึงมีแผนในการจัดตั้งบริษัทในรูปแบบสตาร์ทอัพซึ่งขณะนี้ อยู่ในระหว่างการนำเสนอแผนธุรกิจต่อนักลงทุนที่ให้ความสนใจเป็นอย่างดี คาดว่าจะสามารถเปิดตัวบริษัทใหม่ได้ในไตรมาสสองปีนี้ โดยธุรกิจที่สนใจคือ สกุลเงินดิจิทัล และมองไปที่คริปโท เคอร์เรนซี ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างคุยกับพันธมิตรที่จะเข้าไปลงทุน

นอกจากนี้ ยังอาศัยประสบการณ์ในการให้บริการคอนเทนท์ ทางด้านโหราศาสตร์ กว่า 25 ปี มาพัฒนา Horoworld Application ให้เป็นวันสต็อป เซอร์วิส ทางด้านโหราฯ และความเชื่อ ประกอบด้วยบริการดูดวงสดออนไลน์, ดูโหงวเฮ้ง ฮวงจุ้ย และฤกษ์มงคลต่างๆ อีกทั้งยังเตรียมเปิดตัวอีกหนึ่งออนไลน์ เซอร์วิสสำหรับสายบุญ ทั้งในและต่างประเทศ

เขา กล่าวอีกว่า และจากปัจจัยบวกในหลายด้านมาช่วยเสริมความมั่นใจและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้แก่บริษัท อาทิ นโยบายรัฐในการเร่งพัฒนาอี-กอฟเวอร์เมนต์เซอร์วิส ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจทางด้าน ดิจิทัล ไอซีที โซลูชั่นของกลุ่มสามารถเทลคอม ซึ่งมีความชำนาญในการคัดสรรเทคโนโลยีครบวงจรเพื่อให้บริการภาครัฐ และมีความพร้อมในนำเสนอบริการในรูปแบบเอ้าท์ซอร์ท เซอร์วิสเพื่อลดภาระในการจัดสรรงบประมาณของภาครัฐ ซึ่งปัจจุบันกลุ่มสามารถเทลคอมมีมูลค่างานในมือจำนวน 7,200 ล้านบาท โดยตั้งเป้าตั้งเป้าพิชิตโครงการใหม่ในปีนี้ มูลค่ารวม 11,000 ล้านบาท

ปัจจัยบวกที่สอง คือ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการเดินทางจะสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว หลังโควิดคลี่คลาย ซึ่งบริษัท แคมโบเดีย แอร์ทราฟฟิค เซอร์วิส จำกัด หรือ CATS ที่ให้บริการควบคุมการจราจรทางอากาศที่ประเทศกัมพูชา มีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของรายได้อย่างชัดเจน 

ทั้งนี้ ประเทศกัมพูชาได้เปิดให้มีการเดินทางเข้า-ออกประเทศ ภายใต้ข้อกำหนด ตั้งแต่เดือน พ.ย ปีที่แล้ว ผ่านสนามบินนานาชาติ ทั้ง 3 แห่ง จึงส่งผลให้มีจำนวนเที่ยวบินเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะจากประเทศจีนและเวียดนาม อีกทั้ง กัมพูชามีแผนที่จะเปิดให้บริการสนามบินนานาชาติแห่งใหม่ ที่สามารถเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้ใช้บริการสนามบินอีกเป็นจำนวนมาก ถึง 3 แห่ง ประกอบด้วย ดารา ซากอร์ , นิว เสียมเรียบ และนิว พนมเปญ 

ปัจจัยที่สาม คือ ความต่อเนื่องในการพัฒนาโครงการพื้นฐานในประเทศ อาทิ โครงการที่เกี่ยวโยงกับพลังงานและระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ซึ่งบริษัทเทด้า ที่อยู่ภายใต้สายธุรกิจยูทิลิตี้และทรานสปอนเทชั่น มีความเชี่ยวชาญการก่อสร้างสถานีไฟฟ้า การวางสายส่งไฟฟ้าทั้งบนดินและใต้ดิน ปัจจุบันมีมูลค่างานในมือกว่า 3,300 ล้านบาท และคาดหมายว่าจะเพิ่มงานในมือราว 1,000 ล้านบาทในปีนี้ นอกจากนี้ บริษัทสามารถยูทรานส์ ยังอยู่ระหว่างการศึกษาด้านพลังงานทางเลือกและพลังงานสะอาด เพื่อการลงทุนในอนาคต

จากปัจจัยบวกข้างต้น บริษัทจึงมั่นใจในการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจในกลุ่มสามารถทั้งหมด โดยตั้งเป้ารายได้สายธุรกิจดิจิทัล จำนวน 7,000 ล้านบาท,สายธุรกิจยูทิลิตี้และทรานสปอนเทชั่นจำนวน 2,500 ล้านบาท, สายธุรกิจดิจิทัลจำนวน 3,000 ล้านบาท และสายธุรกิจอื่นๆ อีกจำนวน 1,500 ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้ จะรวมรายได้จากโครงการไดเร็ค โค้ดดิ้งที่จะทยอยรับรู้ในไตรมาสแรกของปีนี้

จากปัจจัยบวกข้างต้น บริษัทจึงมั่นใจในการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจในกลุ่มสามารถทั้งหมด โดยตั้งเป้ารายได้สายธุรกิจ Digital ICT จำนวน 7,000 ล้านบาท,สายธุรกิจ Utilities & Transportation จำนวน 2,500 ล้านบาท, สายธุรกิจ Digital จำนวน  3,000 ล้านบาท และสายธุรกิจอื่นๆ อีกจำนวน 1,500 ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้ จะรวมรายได้จากโครงการ Direct Coding ที่จะทยอยรับรู้ในไตรมาสแรกของปีนี้  รวมรายได้ปี 2565 ที่ตั้งไว้จำนวน 14,000 ล้านบาท  

ปัจจุบัน กลุ่มสามารถมีมูลค่างานในมือรวมกันกว่า 22,000 ล้านบาท  จึงยิ่งเป็นฐานในการสร้างความมั่นคงให้แก่ธุรกิจและความมั่นใจให้แก่นักลงทุน