หลายคนรู้จัก "วินท์ สุธีรชัย" ในนาม อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แต่อีกนามหนึ่งของเขาคือ “นางห้างวินท์” นักธุรกิจพันล้านที่หน้าจับตามอง ผู้ขับเคลื่อนวงการอุตสาหกรรมเหล็กไทยสู่ตลาดโลก ภายใต้การบริหารงานแบบคนรุ่นใหม่
"วินท์ สุธีรชัย" จบการศึกษาในสาขา Management Information Systems (MIS) จาก มหาวิทยาลัย Worcester Polytech Institute of Technology (WPI), Massachusetts ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยก่อนหน้าที่จะเข้ามารับบทบาททางการเมืองนั้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพร์ม สตีล มิลล์ จำกัด ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่
โดยไพร์ม สตีล มิลล์ เป็นบริษัทเหล็กที่อยู่ในอุตสาหกรรมกลางน้ำ ผลิตเหล็กม้วนรีดร้อนที่นำไปใช้ได้กับหลายผลิตภัณฑ์ ทั้งเหล็กรูปพรรณ เหล็กโครงสร้างต่างๆ และกรรมการบริษัทอสังหาริมทรัพย์อย่างน้อย 11 แห่ง ในเครือตระกูล “สุธีรชัย”
จุดเริ่มต้นคือ "โอกาส"
ซึ่งเส้นทางของเขา ถูกแบ่งออกเป็น 2 ทางคือ ความฝันบนโลกไอทีและโลกของเกมส์ อีกฝั่งคือความมั่นคงในธุรกิจเหล็กที่สามารถเติบโตได้ไม่จบสิ้น เขาเลือกทางเดินสู่ธุรกิจอุสาหกรรมเหล็กในวันที่ไม่มีอะไร และความรู้ทุกอย่างแทบจะเป็นศูนย์ พร้อมเก็บคำดูถูกของบิดามาเป็นพลังขับเคลื่อนความสำเร็จให้กับชีวิต
วินท์ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของเขามาจากคำว่า "โอกาส" ซึ่งโชคดีที่ได้โอกาสไปทำงานใน 2 บริษัทใหญ่ ได้เรียนรู้กับผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จ ได้เรียนรู้จากคนที่เก่งกว่า ซึ่งจะประสบความสำเร็จได้หากไม่หยุดเรียนรู้ และสังเกตสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว
เหล็กคือพื้นฐานในการพัฒนาประเทศ
โดยเขาสามารถปั้นบริษัทขึ้นมาทัดเทียมกับบริษัทในระดับโลกได้โดยการเชื่อมสัมพันธ์บริษัทคู่แข่ง คือ บริษัท เอเชีย เมทัล จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เดอะสตีล จำกัด (มหาชน) ที่นับเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมเหล็ก โดยให้บริษัทยักษ์ใหญ่ ทั้งสองบริษัทมาเป็นคู่ค้า และเป็นหุ้นส่วนก่อตั้ง ไพร์ม สตีลฯ ที่ต่างเอื้อประโยชน์ต่อทั้งสามบริษัทด้วย
เนื่องจากเขามองว่าการตอบโจทย์ในสิ่งที่ตลาดไม่มี เป็นตัวแปรสำคัญของการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะมีสินค้าครบเรียกได้ว่า One Stop Service ก็ตาม แต่หากความแตกต่างนี้ไม่สามารถให้ลูกค้าได้ผลประโยชน์หรือกำไรขึ้นได้ ก็คงไม่ต่างจากคู่แข่งอย่างชัดเจน ดังนั้นสิ่งแรกที่เขาให้ความสำคัญคือ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์ เพื่อทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลือก หรือนึกถึงทุกครั้ง
“สิ่งที่เราโฟกัสจึงไม่ใช่แค่เรื่องยอดขายเท่านั้น แต่เป็นแบรนด์ดิ้งหรือประสบการณ์ที่ลูกค้าประทับใจ และให้ความไว้วางใจ และถ้าเป็นเรื่องเหล็กก็ต้องเลือกเรา”
ทั้งนี้หลังจากประสบความสำเร็จจากบริษัท ไพร์ม สตีล มิลล์ เขาก็พบกับความท้าทายครั้งใหม่กับการดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อิน-เทค สตีล จำกัด โรงงานผลิตท่อเหล็ก และเหล็กแผ่นคุณภาพสูงให้แก่กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ด้วยทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท ที่ตนเองเป็นผู้ร่วมก่อตั้งโรงงานและมีส่วนร่วมตั้งแต่การเขียนโครงการ การก่อสร้างโรงงาน คิดแผนกลยุทธ์
ขณะเดียวกันบริษัทฯยังเป็นโรงงานเหล็กที่ผลิตท่อเหล็กและแผ่นเหล็กเพื่อเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ใหักับบริษัทผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ต่างๆ เช่น โตโยต้า ฮอนด้า มิตซูบิชิ ยามาฮ่า ฯลฯ อีกทั้งยังเป็นโรงงานสัญชาติไทยแท้ๆโรงงานเดียวที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่สามารถแข่งกับบริษัทที่มีหุ้นส่วนจากต่างประเทศได้
"ปกติอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ เป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้มาตรฐานในการผลิตสูงเนื่องจากใช้ระบบ automatic ในการผลิตเป็นส่วนมากและเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของชีวิตโดยตรง ดังนั้น การที่ผู้ผลิตรถยนต์ให้ความไว้วางใจในโรงงานของเรา จึงเป็นเสมือนเครื่องการันตีในคุณภาพของโรงงานเราว่าได้มาตรฐานสูงเช่นกัน"
ด้วยความหลักแหลมของเขาทำให้บริษัทเติมโตอย่างมั่นคงจนทำให้ปัจจุบันบริษัทดำเนินการได้มีกำไรอย่างน่าจับตามอง และมีแผนที่จะเข้า ตลาดหลักทรัพย์ในปี 2565 ที่จะถึงนี้
เหล็กกล้า ต้องไม่กลัวความร้อน
เมื่อประสบความสำเร็จในด้านการทำธุรกิจแล้ว เป้าหมายต่อไปของเขา คือการนำประสบการณ์มาช่วยพัฒนาประเทศ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเห็นประเทศไทยเติบโตเป็นประเทศพัฒนาแล้วอย่างยั่งยืนผ่านโครงการต่างๆที่กำลังดำเนินการ
ส่วนมุมมองทางด้านแวดวงการเมือง เขามองว่าเป็นบันไดขั้นสำคัญที่จะทำให้เขาบรรลุเป้าหมายในชีวิตในการช่วยพัฒนาประเทศให้ดีขึ้น และคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพควรเข้ามาทำงานการเมืองให้มากๆ เพื่อช่วยปรับภาพของวงการเมืองให้ดีขึ้นและเพื่อให้การเมืองของไทยกลายเป็นการเมืองที่สร้างสรรค์อย่างแท้จริง จึงทำให้ชื่อของ “วินท์ สุธีรชัย” กลับมาเป็นที่จับตาในทั้งวงการธุรกิจและวงการเมืองภายใต้ ความมุ่งมั่นและเจตนารมณ์อันดีนี้จะสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศได้มากน้อยเพียงใด





