‘เสียวหมี่’ เปิดสูตรความสำเร็จ เส้นทางสมาร์ทโฟนเบอร์ 2 โลก

‘เสียวหมี่’ เผยสูตรความสำเร็จสมรภูมิสมาร์ทโฟน ปักธงดูอัลเอ็นจิ้น “Smartphone x AIoT” นำเสนอสมาร์ทโฟนควบคู่เอไอโอที โค้งสุดท้าย 2564 เตรียมเปิดเกมรุกหนักสมาร์ทโฟนไทย เล็งพาเหรดผลิตภัณฑ์ใหม่ลงตลาด เพิ่มสาขา พันธมิตร มั่นใจสมาร์ทโฟนไทยโตได้สวนกระแสเศรษฐกิจ
นายโจนาธาน คัง ผู้จัดการ เสียวหมี่ ประเทศไทย กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2564 ที่ผ่านมาธุรกิจสมาร์ทโฟนของเสียวหมี่ประสบความสำเร็จอย่างมาก เห็นได้จากรายได้และยอดการส่งมอบที่เหนือความคาดหมาย ช่วงไตรมาสที่ 2 มีรายได้รวมจากการขายสมาร์ทโฟน 59.1 พันล้านหยวน เติบโต 86.8% ขณะเดียวกันประสบความสำเร็จอย่างมากในการรุกตลาดสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์
เสียวหมี่เดินเกมขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเข้าไปทำตลาดใน 100 ประเทศทั่วโลก และก้าวขึ้นเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟน 5 อันดับแรกใน 65 ประเทศ และเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับที่ 1 ใน 22 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย
บริษัทวิจัยคานาลิสระบุว่า ไตรมาสที่ 2 จำนวนการส่งมอบสมาร์ทโฟนทั่วโลกของเสียวหมี่ขยับขึ้นไปอยู่อันดับที่ 2 มีส่วนแบ่งทางการตลาด 16.7% ส่วนในประเทศไทยก้าวขึ้นมาอยู่อันดับ 1 ได้เป็นครั้งแรก ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 21% พร้อมครองแชมป์อัตราการเติบโตสูงถึง 200%
ปักธงกลยุทธ์ “Smartphone x AIoT”
ปีนี้ถือเป็นปีแห่งการเดินเกมรุกของเสียวหมี่ในหลายๆ ด้าน นับตั้งแต่การปรับอัตลักษณ์ของแบรนด์ผ่านโลโก้ใหม่ ภายใต้แนวคิด “Alive” เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในตลาดพรีเมียมพร้อมยกระดับการรับรู้แบรนด์ การประกาศรุกตลาดธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งจัดตั้งบริษัทในเครือเพื่อใช้ดำเนินธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าด้วยเงินทุน 1 หมื่นล้านหยวน
ปี 2564 เสียวหมี่ก้าวขึ้นสู่อันดับ 338 บน Fortune Global 500 เป็นองค์กรที่เติบโตเร็วที่สุดในปี 2564 ในหมวดหมู่อินเทอร์เน็ตและการค้าปลีก และก้าวขึ้นสู่อันดับ 70 ของแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกในปี 2564 เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ตามการจัดอันดับโดย Kantar BrandZ ด้วยมูลค่าแบรนด์ที่เพิ่มขึ้น 50%
อยู่ลำดับที่ 222 ในรายงานจัดอันดับบริษัทประจำปีของ Forbes Global 2000 ในด้านชื่อเสียงทางนวัตกรรม ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในบริษัทที่ชาญฉลาดที่สุด 50 อันดับแรกของประเทศจีน โดย MIT Technology Review
ที่ผ่านมา ดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์หลัก “Smartphone x AIoT” นำเสนอผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนควบคู่ไปกับ AIoT ให้ความสำคัญกับการค้นคว้าพัฒนานวัตกรรมต่างๆ เพื่อผู้บริโภค ได้รับสิทธิบัตรมากกว่า 19,000 ฉบับจากหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมด้านสมาร์ทโฟน, ผลิตภัณฑ์ AIoT, ฮาร์ดแวร์และเทคโนโลยีด้านอื่นๆ รวมถึงด้านการผลิตและออกแบบผลิตภัณฑ์ เสียวหมี่จึงเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก มียอดผู้ใช้งานต่อเดือนมากถึง 453.8 ล้านคน มีสมาร์ทโฟนในทุกระดับราคาที่มาพร้อมจุดเด่นที่แตกต่างกัน
เปิดเกมรุกหนักโค้งสุดท้าย
สำหรับโค้งสุดท้ายของปีนี้ เสียวหมี่มีแผนนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สู่ตลาดภายใต้ราคาที่จับต้องได้ ขณะเดียวกันเพิ่มโฟกัสสินค้ากลุ่มไฮเอนด์และเอไอโอที โดยวางเป็นดูอัลเอ็นจิ้นที่จะผลักดันการเติบโตให้ไกลมากขึ้น
นอกจากนี้ ขยายแบรนด์ช้อป จากปัจจุบันมีจำนวนหมี่สโตร์ 38 สาขา ปีนี้จะขยายไปให้ได้ถึง 100 สาขา สัดส่วนในกทม.40% ต่างจังหวัด 60% ขณะเดียวกันเพิ่มจุดจำหน่ายสินค้า และยังคงเปิดกว้างที่จะทำงานร่วมกับพันธมิตรใหม่ๆ
เขาเผยว่า เมื่อไตรมาสแรกที่ผ่านมาธุรกิจของเสียวหมี่ในประเทศไทยเติบโตได้สูงถึง 300% และต่อมาไตรมาสที่ 2 เติบโตกว่า 200% ความสำเร็จดังกล่าวนับว่ายังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นและเสี่ยวหมี่จะพยายามรักษาการเติบโตนี้ต่อไป โดยสิ่งที่ให้ความสำคัญมากที่สุดคือความต้องการของลูกค้า
บริษัทวิจัยคานาลิสระบุว่า ไตรมาสที่ 2 ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนไทยตกลงราว 9% ทว่าโดยรวมครึ่งปีแรกเติบโต 16% โดยภาพรวมเสียวหมี่ยังมีมุมมองเชื่อบวกและเชื่อว่าตลอดทั้งปีนี้สมาร์ทโฟนไทยยังสามารถเติบโตได้สวนกระแสกำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจ สัดส่วนแบ่งเป็นสมาร์ทโฟนระดับล่าง 65% กลาง 25% และระดับบน 10% ซึ่งยอดขายเสียวหมี่เองมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับภาพรวมตลาดเช่นกัน







