วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

‘หัวเว่ย’ ดัน ธุรกิจใหม่ 'ดิจิทัลพาวเวอร์' หนุน 'ไทย' สู่ผู้นำลดก๊าซเรือนกระจกในภูมิภาค

‘หัวเว่ย’ ดัน ธุรกิจใหม่ 'ดิจิทัลพาวเวอร์' หนุน 'ไทย' สู่ผู้นำลดก๊าซเรือนกระจกในภูมิภาค

'อาเบล เติ้ง' ซีอีโอหัวเว่ย ประเทศไทย ย้ำชัด ไทยยังน่าลงทุน ครึ่งปีหลังเดินแผนลงทุนหนุนการพัฒนา 5จี คลาวด์ ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ชี้หน่วยธุรกิจใหม่ "ดิจิทัลพาวเวอร์" จะหนุนไทยสู่ผู้นำด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภูมิภาค

“ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่ท้าทายสำหรับทุกคน การรับมือกับสถานการณ์โรคระบาดทำให้ทุกประเทศหันมาพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น หัวเว่ยพบว่าประเทศที่มีความพร้อมทางด้านไอซีทีมากกว่าประเทศอื่นจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้น้อยกว่า ทั้งในแง่ของภาคสังคมและภาคเศรษฐกิจ รวมทั้งยังสามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่า”

นายอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงกลยุทธ์และแนวทางการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยของหัวเว่ย ว่า หัวเว่ยมีแผนเข้ามาสร้างการเติบโต พร้อมๆ กับผลักดันการเติบโตของประเทศไทย โดยวางตำแหน่งเป็นพันธมิตรในการพัฒนาเทคโนโลยีและสร้างมูลค่าเพิ่มให้สังคมไทย

พร้อมกันนี้ มุ่งสนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นดิจิทัลฮับของภูมิภาคอาเซียน ขณะนี้ไทยเป็นตลาดกลยุทธ์ซึ่งหัวเว่ยยังคงเชื่อมั่น ครึ่งปีหลังมีแผนเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาโครงข่ายการเชื่อมต่อเทคโนโลยี 5จี พัฒนาทักษะด้านดิจิทัล นำเสนอโซลูชั่นที่ชาญฉลาดซึ่งช่วยขับเคลื่อนการเติบโตธุรกิจไทย

โดยกลยุทธ์ของหัวเว่ยให้ความสำคัญกับการพัฒนาอีโคซิสเต็ม 5 จี ดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ ดิจิทัลโซลูชั่น ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น การพัฒนาทักษะดิจิทัลให้กับบุคลากร สนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพ รวมถึงการบริหารจัดการพลังงานด้วยดิจิทัล โดยล่าสุดจัดตั้งหน่วยธุรกิจใหม่ “ดิจิทัล พาวเวอร์” เข้ามาดูแลด้านนี้โดยเฉพาะ ตั้งเป้าไว้ว่าจะผลักดันให้ไทยขึ้นไปเป็นผู้นำด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอาเซียน

เขากล่าวว่า ในทุกวิกฤติย่อมมีโอกาสอยู่เสมอ การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด และแน่นอนว่าได้ส่งผลกระทบไปในวงกว้าง ทว่าอีกทางหนึ่งเป็นโอกาสของภาคธุรกิจที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ เพื่อยกระดับการทำงาน รวมถึงการบริหารจัดการ

อย่างไรก็ดี ไทยยังต้องเดินหน้าพัฒนาด้านดิจิทัลให้มากขึ้น โดยเฉพาะการผลักดันให้เกิดสตาร์ทอัพระดับยูนิคอน เทคคอมพานี ยกระดับเอสเอ็มอีด้วยดิจิทัล

สำหรับหัวเว่ยการรับมือภาวะวิกฤติที่ผ่านมา ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยโดยให้พนักงานเวิร์คฟรอมโฮม ขณะเดียวกันมีการแตกไลน์การทำธุรกิจโดยมุ่งโฟกัส 5จี คลาวด์ ลงทุนด้านบุคลากรรองรับโมเดลธุรกิจใหม่ด้านพลังงานดิจิทัล ภายใต้โจทย์สำคัญคือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปช่วยธุรกิจขับเคลื่อนการเติบโต ลดต้นทุน รองรับการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ ช่วยให้ประเทศไทยสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว พร้อมสนับสนุนให้ก้าวขึ้นสู่การเป็นดิจิทัลฮับในอาเซียน