background-default

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม 2569

Login
Login

ยกระดับ ‘ใยกัญชง’ สู่ 'วัสดุการบิน' ในอนาคต

ยกระดับ ‘ใยกัญชง’ สู่ 'วัสดุการบิน' ในอนาคต

เปิดคุณสมบัติเด่นจาก "ใยกัญชง" ที่เป็นได้มากกว่าการสกัดเป็นยา หรืออาหารเสริม เพราะวันนี้ หลายส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับ "เทคโนโลยีอวกาศ" กำลังดำเนินการวิจัยการใช้ใยกัญชง สู่ "วัสดุการบิน" อย่างจริงจัง

ตามข่าวที่ปรากฏในเรื่อง "การผลิตเครื่องบินเล็กจากใยกัญชง" โดยชาวแคนาดา ทำให้เรื่องนี้ถูกพูดถึงไปอย่างแพร่หลายกับคุณสมบัติที่โดดเด่นจากใยกัญชง และหลายส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอวกาศก็กำลังจับตาพร้อมดำเนินการวิจัยกันอย่างจริงจัง

หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวของ “กัญชง” กันมาบ้างแล้วในก่อนหน้านี้ ในเรื่องคุณประโยชน์ในด้านต่างๆ มากมายทั้งในเรื่องของการสกัดเป็นยา อาหารเสริม น้ำมันจากเมล็ดกัญชง หรือน้ำมันหอมระเหยไปจนถึงใช้ถูนวดบรรเทาอาการต่างๆ มากมาย

ในอดีตใครเพาะปลูกพืชชนิดนี้หรือมีไว้ครอบครองก็จะมีความผิด มีโทษต่างๆมากมาย จนกระทั่งเมื่อปี 2560 พืชชนิดนี้ได้รับการอนุมัติจาก ครม.ให้สามารถทำการเพาะปลูกได้ในพื้นที่ที่กำหนด โดยจำกัดพื้นที่ 15 อำเภอใน 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน ตาก เพชรบูรณ์และแม่ฮ่องสอน

จากกฎกระทรวงในด้านการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชง มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 29 ม.ค.2564 เป็นต้นมา ก่อเกิดเป็นงานวิจัยต่างๆ ซึ่งรวมถึงข้อมูลการผลิตและทดสอบเส้นใยกัญชง พบมีความแข็งแรงกว่าใยไฟเบอร์กลาส 25-30% เทียบต่อน้ำหนัก ทำให้ลดการใช้พลังงานได้ และที่สำคัญมีคุณสมบัติดูดกลืนเสียงได้ดีด้วย

ดังนั้น ในอนาคตจะมีการใช้ประโยชน์จากใยกัญชงในรูปแบบของ วัสดุคอมโพสิท FRP (Fiber Reinforced Polymer) เริ่มที่ชิ้นส่วนภายในอากาศยานก่อนหรือใช้ผลิตโครงสร้างทั้งหมดของโดรน ทั้งโดรนเชิงพาณิชย์และโดรนเชิงความมั่นคง หรือโครงสร้างอากาศยานทางทหารที่เป็นเทคโนโลยีล่องหนจากคุณสมบัติดูดซับคลื่นเสียงที่ดี หรือใช้ลดการแพร่กระจายรังสีจากเครื่องยนต์ของยานยนต์ทางทหารต่างๆ เพื่อลดการตรวจจับด้วยกล้องรังสีความร้อน เป็นต้น หากสามารถทำได้จะช่วยส่งเสริมให้อุตสาหกรรมการปลูก แปรรูปและอุตสาหกรรมต่อเนื่องเกิดการขยายตัวและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ปัจจุบัน จิสด้า เริ่มนำใยกัญชงมาทดสอบหา "คุณสมบัติ" ของใยกัญชง ทั้งด้านความแข็งแรง ทนทาน ด้านความถี่ ด้านอุณหภูมิ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ด้านโครงสร้างของอากาศยานไร้คนขับ หรือชิ้นส่วนภายในเครื่องบิน ซึ่งจิสด้ามีพาร์ทเนอร์ด้านนี้อยู่แล้ว หรือหากมีคุณสมบัติที่เข้ากันได้กับการใช้งานบนอวกาศ ก็เป็นไปได้ที่จะนำไปใช้เป็นชิ้นส่วนในดาวเทียมดวงต่อๆ ไปที่เกิดขึ้นจากการสร้างโดยฝีมือคนไทย

ในส่วนของขั้นตอนการทดสอบจะเริ่มอย่างไร ทดสอบที่ไหน พอจะสรุปได้คร่าวๆ ดังนี้คือ เริ่มจากจัดเตรียมข้อมูลมาตรฐานการทดสอบด้านคอมโพสิท โดยในเบื้องต้นจะทดสอบคุณสมบัติเชิงกลในแล็บ GALAXI ที่ศรีราชา ซึ่งได้รับการรับรอง AS9100 ISO/IEC17025 และ NADCAP จากนั้นเตรียมวัสดุผ้าใยกัญชง (ใยธรรมชาติ) เพื่อทำการขึ้นรูปเป็นแผ่นความหนาตามมาตรฐานทดสอบ ตัดและเตรียมชิ้นงานให้ได้ตามมาตรฐานการทดสอบ และทดสอบความแข็งแรง (Tensile Strength) หลังจากนั้นสรุปผลเปรียบเทียบกับไฟเบอร์กลาส/คาร์บอนไฟเบอร์จากฐานข้อมูล

ขั้นตอนต่อมาจะดำเนินการจัดหา ทดลองใช้ เส้นใยไฟเบอร์กัญชง (ปัจจุบันในประเทศไทยมีบริษัทที่ผลิตเส้นใยไฟเบอร์จากใยกัญชงคือ บริษัทก้องเกียรติเทกซ์ไทล์ จำกัด) ที่บริสุทธิ์กว่าใยกัญชงที่ใช้ทอผ้าทั่วไป ทั้งนี้ จากสรุปผลการทดสอบ หากมีข้อได้เปรียบจริงดังข้อมูลอ้างอิง จะต้องสร้างกลไกในการกระตุ้น การผลิต การใช้วัสดุสำหรับอุตสาหกรรมอวกาศและการบินให้เป็นหนึ่งในฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ของประเทศต่อไป

เรื่องราวจากใยกัญชงมีความน่าสนใจมาก อนาคตอาจจะค้นพบคุณประโยชน์ที่นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นได้ เทคโนโลยีเมื่อผสานกับงานวิจัยและองค์ความรู้มักจะก่อเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ๆที่สร้างคุณค่าให้กับประเทศมากมาย การส่งเสริมและผลักดันงานวิจัยจะช่วยให้ประเทศไทยพัฒนาควบคู่กันไปกับการดำเนินงานในทุกมิติ