วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

'ดีลอยท์' เผย' โควิด'ดันบริการดิจิทัล ‘เทเลเมดิซีน’ 400 ล้านครั้งทั่วโลก

'ดีลอยท์' เผย' โควิด'ดันบริการดิจิทัล ‘เทเลเมดิซีน’ 400 ล้านครั้งทั่วโลก

“ดีลอยท์” เผยรายงานคาดการณ์เทคโนโลยี 'ดิจิทัล' ช่วง 'โควิด' เติบโตสูง คาดปีนี้พบแพทย์ผ่านวิดีโอพุ่ง 400 ล้านครั้งทั่วโลก ใช้จ่ายบนระบบ 'คลาวด์' โตเร็วกว่าการใช้จ่ายในระบบไอที 7 เท่า

นายบูคายย์ กล่าวว่า โควิด-19 ส่งผลให้เทรนด์การรักษาระยะไกล (Telemedicine) เติบโตก้าวกระโดด รวมถึงการพบแพทย์ผ่านทางวิดีโอด้วย โดยผู้บริโภคโดยฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป ได้ทำความเข้าใจและใช้ประโยชน์จากการสื่อสารด้วยวิดีโอผ่านแอพลิเคชั่นมากขึ้น

ทั้งนี้ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของผู้บริโภค รวมถึงแพทย์ ที่ต้องการเปลี่ยนแนวทางการพบแพทย์แบบเดิมเป็นการนัดพบเสมือนจริง ดีลอยท์ คาดการณ์ว่า การพบแพทย์แบบเสมือนจริงผ่านทางวิดีโอจะเพิ่มขึ้น 5% ทั่วโลกปีนี้ จากที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 1% ปีที่แล้ว แม้เปอร์เซ็นต์ของตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจะดูเล็กน้อย แต่เท่ากับการเข้าพบแพทย์ผ่านวิดีโอถึง 8.5 พันล้านครั้ง คิดเป็นมูลค่าทั้งหมดประมาณ 5 แสนล้านดอลลาร์จาก 36 ประเทศที่เข้าร่วมองค์การเพื่อความร่วมมือ และการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือ โออีซีดี (Organisation for Economic Co-operation and Development - OECD) ในปี 2562 

สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การพบแพทย์ผ่านทางวิดีโอ และรายรับของผู้นำตลาดก็เติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงกลุ่มตลาดประเทศที่ได้รับการพัฒนาแล้ว ยังรวมถึงกลุ่มตลาดประเทศที่กำลังพัฒนาด้วย

ดีลอยท์ ยังเผยด้วยว่า ตลาดของเทคโนโลยีโลกเสมือนจริงกำลังขยายตัว จากได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มบริษัทและองค์กรเพื่อการศึกษา คาดการณ์ว่า ยอดขายอุปกรณ์เฮดเซ็ทในเทคโนโลยีเสมือนจริง ทั้ง augmented reality (AR) และ mixed reality (MR) หรือเรียกโดยรวมว่า XR หรือ digital reality จะพุ่งสูงขึ้นเท่าตัวปีนี้ผลจากการซื้อเพื่อใช้ประโยชน์โดยกลุ่มองค์กรและสถาบันการศึกษา

ตลาดเฮดเซ็ท ได้รับแรงกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็วในตลาดบางกลุ่ม เนื่องด้วยประเด็นความเสี่ยงของโควิด-19 ผลักดันให้ครูผู้สอนและนักเรียนนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้การเรียนการสอนแบบเสมือนจริงแทนที่การเรียนการสอนในชั้นเรียน

นอกจากนี้ คาดการณ์ว่า ระบบคลาวด์ จะขยายตัวสูงขึ้นจากความต้องการเพิ่มขึ้นในช่วงที่แพร่ระบาด ระหว่างการปิดกั้นพื้นที่เมือง (lockdown) และระบบการทำงานนอกออฟฟิศ (work-from-anywhere) ดีลอยท์ คาดการณ์ว่า ปริมาณรายรับจะพุ่งสูงขึ้นมากกว่า 30% ตั้งแต่ปี 2564-2568 เนื่องจากบริษัทหลากหลายแห่งย้ายระบบฐานข้อมูลไปยังระบบคลาวด์เพื่อประหยัดงบประมาณ สร้างความคล่องตัวในการทำงาน และเพื่อสรรค์สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ

ขณะที่ เทรนด์ Intelligent edge หรือเทคโนโลยีที่รวมของการเชื่อมต่อไร้สายขั้นสูง หน่วยประมวลผล และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากอุปกรณ์ที่ใช้งานและสร้างข้อมูล จะขยายตัวสูงขึ้นเช่นกัน ซึ่งจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับบริษัทด้านเทคโนโลยีและการสื่อสารขนาดใหญ่หลายแห่ง ดีลอยท์ คาดการณ์ว่า ปี 2564 ตลาด Intelligent edge ทั่วโลกจะมีมูลค่าสูงถึงหนึ่ง1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ เติบโตอย่างต่อเนื่อง 35%