วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

‘เวิร์คฟรอมโฮม’ ดัน ‘อาเซียน’ เร่งรับมือ 'ไซเบอร์ซิเคียวริตี้'

‘เวิร์คฟรอมโฮม’ ดัน ‘อาเซียน’ เร่งรับมือ 'ไซเบอร์ซิเคียวริตี้'

“ซิสโก้” เผยผลศึกษา 36% องค์กรในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รับมือกับปัญหาความท้าทาย ไซเบอร์ซิเคียวริตี้ได้เหมาะสม ท่ามกลางเทรนด์ “เวิร์คฟรอมโฮม” ระบุ “การใช้งานซอฟต์แวร์-คลาวด์” กลยุทธ์สำคัญสู้ความท้าทาย ชี้ “บุคลากรไซเบอร์” จะเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น

สำหรับ ข้อมูลสำคัญอื่นๆ ที่พบในเอเชียแปซิฟิก จากรายงานฉบับนี้ ได้แก่ ชุดเทคโนโลยีแบบครบวงจรที่บูรณาการเข้าด้วยกันอย่างเหมาะสม เป็นปัจจัยสำคัญอันดับที่สองในการสร้างความสำเร็จด้านไซเบอร์ซิเคียวริตี้ โดยส่งผลดีในเกือบทุกผลลัพธ์ที่มีการประเมิน และเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จโดยรวมที่อัตราเฉลี่ย 7% และที่น่าสนใจ คือ การใช้ระบบแบบครบวงจรช่วยให้องค์กรดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ เพราะทีมงานฝ่ายรักษาความปลอดภัยต้องการใช้งานเทคโนโลยีที่ดีที่สุด

ระบบครบวงจรปัจจัยสำคัญ 

ระบบที่ครบวงจร (Integration) คือปัจจัยสำคัญที่สุดในการสร้างวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยทั่วทั้งองค์กร แทนที่จะดำเนินการฝึกอบรมเรื่องความปลอดภัยในรูปแบบเดิมๆ ซึ่งไม่ได้เกื้อหนุนการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่เหมาะสม องค์กรที่เลือกลงทุนในเทคโนโลยีที่ยืดหยุ่นและมีความคล่องตัวสูงสามารถสร้างผลลัพท์ที่ดีต่อการรักษาความปลอดภัยโดยรวมได้มากกว่า

“การทำงานร่วมกัน” ของทีมงานฝ่ายไอที และฝ่ายรักษาความปลอดภัยมีความเกี่ยวโยงน้อยมากในการสร้างความสำเร็จ ขณะที่ การรักษาความปลอดภัยถือเป็นงานส่วนหนึ่งของฝ่ายไอทีภายใต้การดูแลของซีไอโอ (CIO) ในหลายองค์กร บ่งบอกว่าความร่วมมือทีมงานทั้งสองเป็นเรื่องปกติ ทั้งอาจเป็นไปได้ว่าหลายๆ องค์กรมองว่าโครงการไอทีขนาดใหญ่ เช่น Zero Trust หรือการติดตั้งระบบ SASE/SD-WAN ถือว่าอยู่ภายใต้การกำกับดูแลและความรับผิดชอบของฝ่ายรักษาความปลอดภัย และโดยมากแล้วเป็นการทำงานที่ cross-domain ระหว่างฝ่ายไอทีและฝ่ายรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว

เคอรี่ ซิงเกิลตัน กรรมการผู้จัดการฝ่ายไซเบอร์ซีเคียวริตี้ประจำภูมิภาค เอเชีย แปซิฟิก ของซิสโก้ กล่าวว่า บุคลากรด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้เผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้นในการตัดสินใจอย่างฉับไว เพื่อรองรับรูปแบบ ‘การทำงานจากทุกที่’ ซึ่งแพร่หลายภายในเวลาอันรวดเร็ว และในขณะเดียวกันยังต้องรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง และมุ่งที่จะใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของระบบ

“เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่ไม่ได้มีทรัพยากรมากพอสำหรับการลงทุนในส่วนที่เกี่ยวกับการปรับปรุงเทคโนโลยีหรือวัฒนธรรมด้านความปลอดภัย รวมถึงการว่าจ้างบุคลากรเพิ่มเติม หรือการปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ รายงานฉบับนี้จึงเสนอแนวทางที่จะช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถดำเนินการตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ ที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยได้อย่างเหมาะสมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด” ซิงเกิลตัน กล่าว