วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม 2569

Login
Login

TikTok ชวนพ่อแม่ ทำความเข้าใจ 'เด็กไทย' ยุคดิจิทัล

TikTok ชวนพ่อแม่ ทำความเข้าใจ 'เด็กไทย' ยุคดิจิทัล

TikTok รับกระแสวันเด็ก 2564 ชวนพ่อแม่ ผู้ปกครอง ทำความเข้าใจเด็กไทยในยุคดิจิทัล ชูฟีเจอร์สำคัญ เปิดให้ผู้ปกครอง ร่วมมอนิเตอร์การใช้แพลตฟอร์มของบุตรหลาน ไม่ให้ใช้มากจนเกินไป

TikTok เผยแพร่บทความ เนื่องในวันเด็ก พร้อมเชิญชวนให้ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ทำความเข้าใจเด็กในยุคดิจิทัล โดยระบุว่า ท่ามกลางโลกและสังคมในปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในสิ่งท้าทายของพ่อแม่และผู้ปกครองในยุคนี้ คือ การทำความเข้าใจและเท่าทันกับกระแสดิจิทัลที่กำลังมาแรง ซึ่งหนึ่งในบุคคลใกล้ชิดที่มีส่วนเกี่ยวข้องและได้รับผลกระทบก็คือ “เด็กและเยาวชน”

ขณะที่ ต้องยอมรับความจริงว่า ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้งานดิจิทัลของเด็กได้ และสืบเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ในปัจจุบัน ส่งผลให้ดิจิทัลได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในมุมที่เป็นประโยชน์ดิจิทัลได้เข้ามาเปิดโลกและสร้างโอกาสแห่งความเท่าเทียมในการเข้าถึงแหล่งความรู้และข้อมูลมหาศาลให้กับเด็กยุคใหม่ แต่ในทางกลับกันดิจิทัลก็มาพร้อมภัยที่คาดไม่ถึง และอาจจะรุนแรงเกินกว่าที่เด็กและเยาวชนจะรับมือ

โดยเฉพาะเด็กไทยยุคใหม่ที่เกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่อยู่รอบตัว ซึ่งถือเป็นเครื่องมือที่เข้ามาอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันของพวกเขา อาทิ ติดต่อพูดคุยกับเพื่อน ค้นหาข้อมูลเพื่อการศึกษา การรับชมคอนเทนท์เพื่อความบันเทิง และการเรียนออนไลน์ในช่วงสถานการณ์ COVID-19

ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าการสื่อสารของเด็กไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และในการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วนั้นอาจมีภัยทางออนไลน์แอบแฝงแบบไม่รู้ตัว ต่างจากยุคของพ่อแม่ ผู้ปกครอง ที่ไม่ได้เกิดมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ จึงขาดความเข้าใจในการใช้งานออนไลน์ที่ต่างกับเด็กยุคใหม่

ในวันเด็กแห่งชาติปี 2564 นี้ หนึ่งสิ่งสำคัญของเด็กไทยที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรตระหนักและให้ความสำคัญ คือ การเข้าใจพฤติกรรมการใช้งานออนไลน์ของบุตรหลาน เพื่อให้เกิดการสื่อสารที่ปลอดภัยในยุคดิจิทัล ตอบรับวันเด็กแห่งชาติปี 2564

TikTok ในฐานะแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่เป็นที่นิยมในกลุ่มคนทุกวัยรวมถึงเด็กและเยาวชน ไม่หยุดนิ่งที่จะยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยบนแพลตฟอร์มเพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับชุมชนผู้ใช้ TikTok ควบคู่มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีและฟีเจอร์ที่หลากหลาย เพื่อเป็นเกราะป้องกันภัยจากโลกออนไลน์ที่อาจเกิดขึ้น

เนื่องด้วยสิ่งที่น่าเป็นกังวลสำหรับเด็กไทยยุคดิจิทัล คือ การอยู่กับหน้าจอมากเกินไปจนเกิดปัญหาด้านสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิต, ปัญหาการเสพติดหน้าจอ, การได้รับชมคอนเทนท์ที่ไม่เหมาะสม และการถูกคุกคามในออนไลน์ในหลากหลายรูปแบบ

ทั้งนี้ สอดคล้องกับผลสำรวจสถานการณ์เด็กไทยกับภัยออนไลน์ปี 2563 จากศูนย์ประสานงานขับเคลื่อนส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนในการใช้สื่อออนไลน์ (COPAT) ภายใต้ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ได้ทำการสำรวจกลุ่มเด็กในช่วงอายุ 12-18 ปี

ผลการสำรวจพบหลายประเด็นที่น่าสนใจ ได้แก่ เด็ก 89% เชื่อว่าโลกออนไลน์มีภัยหรือความเสี่ยงต่างๆ, 69% มีประสบการณ์ถูกกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ด้วยการถูกเรียกด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ดูหมิ่น และมีเด็ก 29% เคยนัดพบเพื่อนออนไลน์ เป็นต้น

ความปลอดภัยถือเป็นสิ่งที่ TikTok ให้ความสำคัญสูงสุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กและเยาวชน และเพื่ออุดช่องโหว่จากภัยออนไลน์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตกับกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เป็นผู้ใช้บนแพลตฟอร์ม TikTok ได้พัฒนามาตรฐานความปลอดภัยผ่านฟีเจอร์ต่างๆ ที่ช่วยให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง สามารถดูแลการใช้แพลตฟอร์มของบุตรหลานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอุ่นใจทุกเมื่อที่บุตรหลานมีการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ ดังนี้

Screen Time Management หรือ การจำกัดเวลาใช้บนหน้าจอ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถจำกัดเวลาได้ตั้งแต่ 40 นาที, 60 นาที, 90 นาที หรือสูงสุดที่ 120 นาทีต่อวัน

Restricted Mode หรือ การจำกัดเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม โดยเมื่อเปิดใช้ TikTok จะจำกัดการแสดงเนื้อหาที่อาจไม่เหมาะสมสำหรับผู้ชมในแต่ละกลุ่ม ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมเนื้อหาที่ต้องการรับชมได้ โดยหากต้องการรับชมเนื้อหาที่ไม่ได้ถูกกลั่นกรอง จะต้องใส่รหัสพาสเวิร์ดที่ตั้งไว้

Direct Message หรือ การจำกัดผู้คนที่จะส่งข้อความ โดย TikTok ได้ปิดการรับส่งข้อความสำหรับผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปีเพื่อเป็นการป้องกันคนแปลกหน้าที่จะเข้ามาสื่อสารโดยตรงกับกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งอาจเกิดเป็นภัยคุกคามได้
การค้นหา (Search): ผู้ปกครองสามารถเข้าไปตั้งค่ากำหนดการค้นหาของบุตรหลานได้ ทั้งเนื้อหา ผู้ใช้ แฮชแท็ก และเสียง

ความคิดเห็น (Comments): ผู้ปกครองสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ว่า ใครสามารถเข้ามาแสดงความคิดเห็นในวิดีโอโดยจะเลือกเปิดให้ทุกคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น หรือเลือกเฉพาะคนที่รับเป็นเพื่อน หรืออาจจะตั้งค่าไม่ให้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็น

การค้นหาและดูเนื้อหาในแอคเคาน์ (Discoverability): ผู้ปกครองสามารถเข้าไปตั้งค่าความเป็นส่วนตัวให้กับแอคเคาน์ของบุตรหลานได้ หรือกำหนดว่าใครที่สามารถเข้าถึงหรือดูเนื้อหาของบุตรหลานได้ รวมทั้งสามารถตั้งค่าเป็นสาธารณะที่เปิดให้ทุกคนสามารถค้นหาและดูเนื้อหาได้

วิดีโอที่ชื่นชอบ (Liked videos): ผู้ปกครองสามารถกำหนดได้ว่า ใครที่จะสามารถดูวิดีโอที่บุตรหลานของคุณเข้าไปกดไลค์ หรือชื่นชอบได้

และล่าสุด TikTok ได้กำหนดบัญชีผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปีให้มีสถานะเป็นส่วนตัว โดยผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปีเมื่อเปิดแอคเคาน์บน TikTok แล้ว จะถูกตั้งค่าเป็นส่วนตัวโดยอัตโนมัติ ซึ่งหมายความว่าจะมีเพียงผู้ที่เจ้าของบัญชีอนุมัติเท่านั้นที่จะสามารถติดตามและดูเนื้อหาของพวกเขาได้

รวมถึงวิดีโอที่สร้างโดยผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปีจะไม่สามารถดาวน์โหลดโดยผู้อื่นได้, การแสดงความคิดเห็นบนวิดีโอของผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี จะสามารถตั้งค่าโดยกำหนดให้ "เพื่อน"ที่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ หรือเลือก "ปิดรับความคิดเห็น" และผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี จะไม่สามารถใช้ Duet และ Stitch ได้