background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'ไอแทป' ดึงเทคโนโลยีปั้น 'มะม่วงไทย' สู่ผลไม้พรีเมี่ยม หวังรุกตลาดไฮเอนด์

'ไอแทป' ดึงเทคโนโลยีปั้น 'มะม่วงไทย' สู่ผลไม้พรีเมี่ยม หวังรุกตลาดไฮเอนด์

โปรแกรมไอแทป สวทช. เดินหน้ายกระดับคุณภาพ “มะม่วงไทย” จ.ราชบุรี ปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการบ่มมะม่วงด้วยแก๊สเอทิลีน แทนถ่านแก๊สแคลเซียมคาร์ไบด์ ลดความสูญเสียที่เกิดขึ้้น ดันสู่ผลไม้พรีเมียม หวังเพิ่มช่องทางตลาดไฮเอนด์ ปรับกลยุทธ์ดันยอดขายสู้วิกฤติโควิด

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโครงการโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการบ่มมะม่วงด้วยแก๊สเอทิลีน แทนการใช้ถ่านแก๊สแคลเซียมคาร์ไบด์  ช่วยลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นในระหว่างการบ่มและลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อเกษตรกร ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้วิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตมะม่วงส่งออกอำเภอบางแพ จ.ราชบุรี ได้มะม่วงที่มีคุณภาพเกรดพรีเมียมส่งขายในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำปรับกลยุทธ์ด้านการตลาด ดันยอดขายสู้วิกฤตโควิด-19 ช่วยสร้างงานและเพิ่มรายได้ให้ชุมชน

160683490771

นางสาวเสาวภา ยุววุฑโฒ ที่ปรึกษาอาวุโส โปรแกรม ITAP สวทช. กล่าวว่า ภารกิจหลักของ ITAP  คือ การสร้างกลไกเชื่อมโยงและจัดหาผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค เข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการด้วยการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อการยกระดับ เพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงวิสาหกิจชุมชน ผ่านเครือข่าย ITAP ที่มีอยู่ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ การเข้าร่วมโครงการ ITAP ของวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตมะม่วงส่งออกอำเภอบางแพ จ.ราชบุรีในครั้งนี้ใช้เวลาดำเนินการ 1 ปี (พ.ศ. 2562-พ.ศ.2563) ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ ITAP ได้ทำงานตอบโจทย์แก้ไขปัญหาร่วมกันกับผู้ประกอบการ โดยประธานวิสาหกิจฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเข้ามาปรับปรุงการดำเนินงานเพื่อเพิ่มคุณภาพผลไม้ไทย ซึ่งแม้ว่าจะเกิดวิกฤตโควิด-19 แต่ก็นับเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวและอยู่รอดได้

นายราเชนทร์  สุขหวานอารมณ์  ประธานวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตมะม่วงส่งออกอำเภอบางแพ จ.ราชบุรี กล่าวว่า วิสาหกิจุชมชนฯ นี้ก่อตั้ง ปี พ.ศ.2555 บนพื้นที่กว่า 58 ไร่ จำหน่ายมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง น้ำดอกไม้เบอร์ 4 มะม่วง R2E2 และมหาชนก โดยมีผลผลิตปีละ 200 ตัน จำหน่ายทั้งตลาดในและส่งออกต่างประเทศ เช่น รัสเซียและประเทศในแถบตะวันออกกลาง เป็นต้น มะม่วงของกลุ่มฯ ผ่านการปลูกด้วยมาตรฐาน ThaiGAP และคัดบรรจุผ่านมาตรฐาน GMP อย. ซึ่งการดำเนินงานของวิสาหกิจฯ จะคำนึงถึงคุณภาพของการส่งมะม่วงให้กับลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญและยึดมั่นมาโดยตลอด

160683492114

ที่ผ่านมาจะบ่มมะม่วงด้วยถ่านแก๊สแคลเซียมคาร์ไบด์ ซึ่งมีผลเสียต่อสุขภาพคนงาน และมะม่วงเน่าเสียในระหว่างการบ่ม เนื่องจากควบคุมยาก เมื่อได้ปรึกษากับ ITAP เพื่อแก้ไขปัญหาและนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ ก็ได้พบทางออกด้วยการสร้างห้องบ่มมะม่วงด้วยแก๊สเอทิลีนขนาด 30.375 ลูกบาศก์เมตร บ่มมะม่วงได้ครั้งละ 3 ตัน ใช้เวลาบ่ม 24 ชั่วโมงต่อ 1 ครั้ง เมื่อนำออกจากห้องบ่ม บรรจุและจัดส่งให้กับลูกค้าได้เลย ข้อดีของการใช้แก๊สเอทิลีน นอกจากจะปลอดภัยต่อทั้งคนงาน ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยให้มะม่วงมีเนื้อสัมผัสแน่น ไม่เละ ไม่เน่าเสียง่าย เพิ่มระยะเวลาในการวางจำหน่ายได้นานขึ้น ทำให้มีกำไรมากขึ้นด้วย

และในปี 2563 นี้ “มะม่วงน้ำดอกไม้ เบอร์ 4 และมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง” ของวิสาหกิจฯ ได้รับคัดเลือกจากท็อปส์มาร์เก็ต ให้เป็นสินค้าเกรดคุณภาพ แบรนด์ My Choices จำหน่ายในท็อปส์ และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ เพื่อให้คนไทยได้ทานมะม่วงที่มีคุณภาพคุ้มค่า คุ้มราคา และจากวิกฤตโควิด-19 นี้ วิสาหกิจฯ ได้ปรับกลยุทธ์ด้านราคา ทำให้มียอดขายเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงและชุมชนมีงานทำและมีรายได้อย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือให้ผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

นายพีรพงษ์  แสงวนางค์กูล นักวิจัยชำนาญการ ศูนย์เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ ITAP กล่าวว่า การบ่มผลไม้ด้วยการใช้ถ่านแก๊สแคลเซียมคาร์ไบด์เป็นวิธีที่เกษตรกรส่วนใหญ่คุ้นเคย เพราะเป็นวิธีปฏิบัติที่ง่าย แต่ส่งผลกระทบเชิงลบค่อนข้างมาก เช่น สูญเสียน้ำหนักระหว่างบ่ม ควบคุมการสุกของผลไม้ได้ยาก หากใช้ถ่านแก๊สมากเกินไป จะส่งผลให้ผลไม้สุกเร็วและเนื้อนิ่ม หรืออาจทำให้ผิวผลไม้มีลักษณะไหม้ได้  และในระหว่างบ่มจะเกิดกลิ่นของแก๊สอะเซทิลีนจากการระเหิดของถ่านก้อน มีกลิ่นฉุนติดไปกับผลไม้ และกลิ่นอาจเป็นอันตรายต่อระบบหายใจของผู้ปฏิบัติงาน และถ่านแก๊สยังมีโอกาสปนเปื้อนสารหนูซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานและผู้บริโภคด้วย

160683493652

ย จึงเป็นข้อจำกัดในการส่งออกสินค้าไปบางประเทศในสหภาพยุโรป นอกจากนี้ ส่วนที่เหลือของถ่านแก๊สภายหลังทำปฏิกิริยาจะเป็นของเหลือทิ้งที่ยากต่อการกำจัด จากปัญหาดังกล่าว ทางวิสาหกิจฯ ได้ขอคำปรึกษากับโครงการ ITAP เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา จึงเกิดเป็นโครงการ “ระบบการควบคุมและบ่มมะม่วงด้วยแก๊สเอทิลีน”

"การบ่มผลไม้ในห้องบ่มด้วยแก๊สเอทิลีน เป็นวิธีบ่มผลไม้ทางการค้าที่ใช้กันทั่วไปในต่างประเทศ ซึ่งต้องใช้ความรู้และความเข้าใจ เพื่อออกแบบห้องบ่มที่สามารถควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และปริมาณแก๊สเอทิลีนที่เหมาะสมกับผลไม้แต่ละชนิดได้ โดยนำผลไม้ที่ต้องการบ่มใส่ในห้องบ่มที่ปิดสนิท และปล่อยแก๊สเอทิลีนให้ไหลเข้าห้องบ่ม ตามความเข้มข้นที่ต้องการในเวลาที่เหมาะสม ทำให้สามารถนำผลไม้ออกมาและปล่อยให้สุกตามธรรมชาติได้ การบ่มด้วยแก๊สเอทิลีนของวิสาหกิจฯ ส่งผลให้ลดการสูญเสียจากผลเน่า 12% เหลือ 7% คิดเป็นมูลค่ากว่า 100,000 บาท ลดค่าใช้จ่ายค่าถ่านก้อนแคลเซียมคาร์ไบด์ 536,426 บาท (ต่อ 1 รอบการผลิตมะม่วง) มียอดสั่งซื้อมะม่วงเพิ่มขึ้น 193.4% (เติบโตเกือบ 2 เท่า) คิดเป็นมูลค่า 3.3 ล้านบาท"

ด้าน นายสมนึก ยอดดำเนิน Head of Farmer's ,Quality Line  Local and sourcing บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า สำหรับวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตมะม่วงส่งออกอำเภอบางแพ จ.ราชบุรี เป็นสวนมะม่วงในโครงการที่ท็อปส์เข้าไปดูแลผลผลิตเพื่อให้ได้มาตรฐานสินค้าขั้นสูงสุด ‘หัวใจคุณภาพ’ (QUALITY AT HEART) แนะนำองค์ความรู้สมัยใหม่ มีการนำคิวอาร์โค้ดมาติดที่ลูกมะม่วง ทำให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งเพาะปลูกและโรงคัดบรรจุได้ อีกทั้งยังสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้ว่าทานวันไหน รสชาติถึงจะอร่อยที่สุด โดยผลมะม่วงจะติดสติกเกอร์วันที่พร้อมทานไว้อย่างชัดเจน

160683495498

หากเกษตรกรหรือวิสาหกิจฯ โรงคัดบรรจุผลไม้ ที่จำเป็นต้องบ่มผลไม้ก่อนจำหน่าย อาทิ มะม่วง กล้วย มะละกอ และทุเรียน สามารถปรับการบ่มจากการใช้ถ่านแก๊สแคลเซียมคาร์ไบด์ มาเป็นการบ่มด้วยแก๊สเอทิลีน จะเกิดประโยชน์มหาศาลทั้งต่อเกษตรกร ผู้ปฏิบัติงานในโรงคัดบรรจุ ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค รวมถึงสิ่งแวดล้อมด้วย