วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'พุทธิพงษ์' เมิน 'เฟซบุ๊ค' จ่อค้านคำขอปิด 'รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส' ยันทำตามกฎหมาย

'พุทธิพงษ์' เมิน 'เฟซบุ๊ค' จ่อค้านคำขอปิด 'รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส' ยันทำตามกฎหมาย

"พุทธิพงษ์" รมว.ดีอีเอส เมินกรณี "เฟซบุ๊ค" เตรียมดำเนินการทางกฎหมายคัดค้านคำขอรัฐบาลไทย ที่ให้ปิดกลุ่ม "รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส" ยันทำตามกฎหมาย

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กรณีเฟซบุ๊คเตรียมดำเนินการตามกฎหมายเพื่อคัดค้านคำขอของรัฐบาลไทย กรณีสั่งบล็อกกลุ่ม "รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส" ว่า ไม่มีปัญหาอะไร ตนทำตามกฎหมายและหลังจากนี้จะดำเนินการตามกฎหมายของไทยต่อไป หากมีกรณีเช่นนี้อีกก็จะฟ้องเช่นเดิม แต่ขณะนี้ตนยังไม่เห็นว่าเฟซบุ๊คจะฟ้องที่ไหนอย่างไร

นายพุทธิพงษ์ ยืนยันว่า สิ่งที่ดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายทุกเรื่อง อะไรที่ผิดกฎหมายก็ไม่เคยเพิกเฉย และนี่เป็นครั้งแรกที่รัฐดำเนินการไปถึงเจ้าของแพลตฟอร์มที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลไทย เนื่องจากส่งคำสั่งศาลไปให้ลบเนื้อหาต่าง ๆ ที่ไม่ถูกต้องภายใน 15 วัน หากเขาไม่ดำเนินการก็ดำเนินการกับแพลตฟอร์ม ถือเป็นการกดดันและทำตามกฎหมาย แต่หากเขาลบให้ก็ไม่ดำเนินคดี ส่วนที่เขาจะฟ้องกลับอย่างไรตนก็ยังไม่ได้ดูรายละเอียด แต่ก็ต้องยืนยันว่าประเทศไทยก็มีกฎหมาย

“ไม่ว่าเป็นคนไทยหรือคนต่างประเทศเมื่อมาดำเนินธุรกิจต่างๆ ในประเทศไทยก็ต้องเคารพในกฎหมายไทยด้วย และที่เราก็ทำตามกฎหมายไม่ได้รังแกใครเลย เพราะเป็นคำสั่งศาลทั้งสิ้น หากต่อไปมีอะไรผมก็จะดำเนินการตามคำสั่งศาลกับทุกแพลตฟอร์ม ไม่ใช่แต่เฉพาะเฟซบุ๊ค ซึ่งที่ผ่านมาส่วนใหญ่เขาก็ลบให้” นายพุทธิพงษ์ กล่าว

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ของเดิมมีข้อความที่หมิ่นเหม่ในเฟซบุ๊ค 1,120 ยูอาร์แอล (URLs) ซึ่งเขาก็ทยอยลบให้เช่นเดียวกับกลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มหนึ่งของ นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ที่เป็นข่าวไปเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ทางเฟซบุ๊คก็ลบให้ เนื่องจากรัฐมีคำสั่งศาลระบุไปว่ามีความผิด เมื่อมีการลบไปก็ไม่ดำเนินคดี เพราะเขาให้ความร่วมมือ ส่วนข่าวที่ว่าเฟซบุ๊คจะฟ้องตนก็เพิ่งเห็นข่าวเมื่อเช้าวันเดียวกันนี้ ตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับทางเฟซบุ๊คเพราะยึดตามกฎหมาย และเชื่อว่าคนไทยทุกคนเข้าใจ

อย่างไรก็ตาม 10 วันที่ผ่านมา เฟซบุ๊คได้ลบข้อความที่ทางการไทยแจ้งไปตามคำสั่งศาลประมาณ 90% รวมทั้งแพลตฟอร์ม "ยูทูบ" (Youtube) และ "ติ๊กต๊อก" (TikTok) ก็ลบให้หมดแล้ว โดยยึดหลักกฎหมายและดำเนินการทั้งคนไทยและต่างประเทศ

"นี่ถือเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่าอธิปไตยของไทย ซึ่งเป็นมิติใหม่ในระบบไซเบอร์ ที่จะปกป้องคุ้มครองคนไทยภายใต้กฎหมายไทย อธิปไตยไทย ที่เราจะต้องทำและตนเชื่อว่าหากเราไม่ทำไม่บังคับใช้กฎหมายในอนาคตจะยิ่งหนักกว่านี้" นายพุทธิพงษ์ ระบุ