วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

รอจับตา โอโซน(ตัวร้าย) ตามหลังฝุ่นจิ๋ว PM2.5 มาติดๆ  

รอจับตา โอโซน(ตัวร้าย) ตามหลังฝุ่นจิ๋ว PM2.5 มาติดๆ  

วิกฤติฝุ่นพิษ PM 2.5 ในกรุงเทพฯและปริมณฑลเริ่มเจือจาง ผลจากมาตรการต่างๆ แต่อย่าเพิ่งดีใจ ดร.อดิสร เตือนตรานนท์ จาก สวทช.ถ่ายทอดผลศึกษาจากจีน ระบุพบการเพิ่มขึ้นของระดับก๊าซโอโซน(ตัวร้าย) หลังจากฝุ่นจิ๋วเจือจาง

หลังจากมีการสั่งหยุดเรียนผนวกกับช่วงตรุษจีนพอดี หลายบริษัทและโรงงานหยุดงานระยะยาว การจราจรขนส่งก็ลดความคับคั่งลงและการรณรงค์ลดการสร้างมลพิษจากการเผาทางการเกษตร การสร้างฝนเทียม ร่วมกับอีกหลากหลายมาตรการ ไม่รวมถึงการใช้โดรนบินขึ้นไปพ่นละอองน้ำ ปรากฏว่า ระดับฝุ่นพิษที่วัดได้ในเขตกรุงเทพฯ ดูเหมือนจะลดลง อากาศกลับมามีคุณภาพดีขึ้นอีกครั้ง แต่อย่าเพิ่งวางใจเพราะเป็นการแก้ไขในระยะสั้นเท่านั้น มาตรการระยะยาวยังคงต้องถูกนำมาใช้อย่างเร่งรีบ เช่น การปรับปรุงคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง การใช้พลังงานสะอาดแทนพลังงานจากฟอสซิล การใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้มากขึ้น และการเร่งพัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้มีประสิทธิภาพ เป็นต้น


ถ้าเราศึกษาจากประสบการณ์ของประเทศจีน จากงานวิจัยพบว่า เมื่อ PM 2.5 ลดลงก็จะเกิดปัญหาตามมาอีกเรื่องหนึ่ง คือ ระดับก๊าซโอโซน(ตัวร้าย)จะเพิ่มขึ้น โอโซนที่เราพูดถึงนี้ไม่ใช่โอโซนในชั้นบรรยากาศที่เป็นโอโซนดี ช่วยปกป้องเราจากแสงยูสี แต่เป็นโอโซนตัวร้ายอยู่ที่ผิวโลกทำให้เกิดการระคายเคืองในระบบหายใจของมนุษย์


โอโซนนี้เองเกิดจากปฏิกิริยาเคมีระหว่างก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์กับสารเคมีระเหยง่ายจำพวก Volatile Organic Compound หรือ VOC ที่ปล่อยมาจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์กับแสงแดด ปัจจุบันประเทศจีนต้องเร่งหาทางลดก๊าซโอโซนกันต่อไปอีก ดังนั้น เรายังคงต้องทำความเข้าใจปัญหาและวงจรของมันทั้งหมดอย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ เรารู้แน่ว่า PM 2.5 มีผลต่อสุขภาพของมนุษย์ แต่ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนถึงผลที่มีต่อชีวิตเราโดยตรง


ล่าสุดผลจากการศึกษาวิจัยโดยทีมนักวิจัยของ University of Texas at Austin ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ Environmental Science &Technology Letters ของสมาคมเคมีแห่งสหรัฐ เปิดเผยผลจากการศึกษา 185 ประเทศทั่วโลก PM 2.5 มีผลทำให้อายุขัยของมนุษย์สั้นลงประมาณ 1 ปี รายงานนี้ระบุว่า กรณีประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในเอเชียที่มีค่า PM 2.5 เฉลี่ยเกิน 50-100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อายุขัยของเราคนไทยจะสั้นลงประมาณ 6 เดือน แต่ถ้าค่า PM 2.5 เฉลี่ยสูงกว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะทำให้อายุขัยเฉลี่ยสั้นลงถึง 2 ปี เช่น บางเมืองในอินเดียและแอฟริกา


ดังนั้น เราต้องรีบหาทางกำจัดเจ้าฝุ่นพิษ PM 2.5 โดยด่วน ศาสตร์หนึ่งที่เข้ามามีบทบาทในเรื่องนี้คือ Geoengineering โดยเฉพาะสาขา Tropospheric Geoengineering ซึ่งเป็นศาสตร์ด้านวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้หลักการทางวิศวกรรมเพื่อจัดการกับภูมิอากาศในชั้นบรรยากาศโลก


ล่าสุดมีแนวคิดที่ประเทศจีนจะใช้ละอองน้ำฉีดลงมาจากตึกระฟ้าทั่วเมืองพร้อมกัน เพื่อให้ละอองน้ำจับกับฝุ่นละอองกลายเป็นหยดน้ำ เป็นเวลาประมาณ 30 นาทีทุกวันช่วงที่ประสบปัญหา หรือการใช้บอลลูนยักษ์ที่บรรจุก๊าซไฮโดรเจนให้ลอยอยู่เหนือตึกทั่วเมือง เพื่อให้แผ่นกรองที่มีรูพรุนจำนวนมากที่อยู่ติดกับบอลลูนได้ดูดซับหมอกควันที่มีสภาพเป็นกรด แล้วไปทำให้กลายเป็นกลางด้วยด่างที่บรรจุอยู่ภายในบอลลูน บางแนวคิดก็ออกแนวเพ้อฝันเหมือนนวนิยายวิทยาศาสตร์ อย่างแนวคิดเรื่องบอลลูนกรองอากาศนี้ แต่อย่างไรก็ตามปัญหาเรื่องฝุ่นพิษ PM 2.5 ยังคงเป็นปัญหาระยะยาวที่ต้องหาทางรับมือ ซึ่งไม่ได้มาแค่สัปดาห์หรือสองสัปดาห์แล้วจบ แต่เป็นสงครามที่ยืดเยื้อที่พวกเราทุกคนต้องรับมือกับมัน

*บทความโดย ดร.อดิสร เตือนตรานนท์ ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ สวทช.,เมธีวิจัยอาวุโส สกว.