เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของทหารและตำรวจ จุดประกายให้นักวิจัยพัฒนาตัวช่วยเพื่อลดความรุนแรงที่อาจเกิดโดยไม่ตั้งใจ “กระสุนทางเลือก” อุปกรณ์เสริมรูปทรงกลมสวมปากกระบอกปืนพกสั้น 9 และ 11 มม. ช่วยลดความเร็วกระสุน ลดการสูญเสีย
อีกทั้งต้นทุนถูกพร้อมผลิตเพื่อใช้จริง เตรียมส่งต่อกองทัพบกทำการทดสอบตามระเบียบราชการ หวังขยายผลใช้ทั้งทหารและตำรวจ
จุดเด่นของกระสุนทางเลือกคือ ใช้กับปืนพกสั้นโดยบรรจุเป็นกระสุนนัดแรก หากยิงถูกผู้ต้องสงสัยจะไม่เสียชีวิต และเพิ่มการยับยั้งชั่งใจของเจ้าหน้าที่ในการใช้ปืนพกสั้นประจำกายเพื่อหยุดผู้ต้องสงสัย แต่หากไม่เป็นผลก็สามารถใช้กระสุนจริงในนัดที่สองได้ตามขั้นตอน
ลดทอนฤทธิ์กระสุนนัดแรก
“เราเคยได้ยินข่าวตำรวจยิงคนร้ายที่มีอาวุธมีดพร้อมเข้ามาทำร้าย เพื่อป้องกันตัวแล้วคนร้ายเสียชีวิต เหตุการณ์จบลงด้วยดี แต่ในทางคดีความ ตำรวจคนนั้นถูกตัดสินจำคุก 4 ปีฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา เหตุการณ์เช่นนี้เป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ ที่เจ้าหน้าที่อาจต้องไตร่ตรองเพื่อใช้อาวุธที่มีคือ ปืนพกสั้นในการแก้ไขสถานการณ์” รศ.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวและว่า กระสุนนัดแรกจึงสำคัญมากที่จะนำไปสู่เหตุการณ์บานปลายหรือการสูญเสีย
โครงการ “อุปกรณ์เสริมกระสุนทางเลือกสำหรับปืนพกสั้นเพื่อลดการสูญเสีย” จึงเกิดขึ้นภายใต้โครงการทุนพัฒนาศักยภาพนักวิจัยด้านยุทโธปกรณ์เพื่อเพิ่มศักยภาพของกองทัพและการป้องกันประเทศ โดยสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) ภายใต้ความร่วมมือของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และกองทัพบก
รศ.วีรชัยออกแบบอุปกรณ์เสริมในลักษณะปลอกสวมปืน โดยมีกระสุนทางเลือกที่ทำจากโลหะชนิดพิเศษราคาถูก ออกแบบเป็นทรงกลม มีเบ้าที่เพิ่มหน้าสัมผัสของกระสุน ทำให้กระสุนจริงลดความเร็วลง และลดความเสียหายที่จะเกิดจากกระสุนนัดแรก
ในช่วงแรก ทีมงานออกแบบกระสุนทางเลือกรองรับปืนราชการคือ ปืนพกสั้นขนาด 11 มม. ที่ทหารใช้ และปืนกล็อค 9 มม.ที่ตำรวจใช้ จากนั้นนำไปทดสอบความเร็วของกระสุนและแรงกระแทกทั้งในห้องปฏิบัติการและภาคสนาม โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดชุดพิเศษร่วมทดสอบในระยะหวังผลที่ 5-15 เมตร พบว่า จากความเร็วกระสุนที่ราว 400 เมตรต่อวินาที เมื่อสวมปลอกกระสุนทางเลือกพบว่า ปืนกล็อค 9 มม. มีความเร็วลดลงที่ 60 เมตรต่อวินาที และปืนพกสั้น 11 มม. ความเร็วลดลงที่ 70 เมตรต่อวินาที
“ผู้ต้องสงสัยอาจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากแรงกระแทกและอาจหยุดชะงัก ทำให้ทหารหรือตำรวจมีเวลาพิจารณาและสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ นอกจากนี้ เมื่อทดสอบกับเนื้อหมู พบว่า แรงกระแทกดังกล่าวไม่ส่งผลต่อซี่โครงหรืออวัยวะภายใน” รศ. วีรชัย กล่าว
นวัตกรรมพึ่งพาตนเอง
ปัจจุบัน โครงการพัฒนากระสุนทางเลือกนี้เสร็จสิ้นระยะวิจัย และอยู่ระหว่างยื่นจดสิทธิบัตร จากนั้นจะส่งต่อให้กับกองทัพบกทำการทดสอบตามกระบวนการทางทหารเพื่อนำไปสู่การใช้จริงต่อไป ขณะที่ึ่ีัี้่ตำรวจก็สามารถใช้ประโยชน์จากกระสุนทางเลือกนี้ได้เช่นกัน
ทั้งนี้ กระสุนทางเลือกเป็นหนึ่งในนวัตกรรมวิจัยที่สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบกร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พัฒนานวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ใหม่ทางทหารตามนโยบายพึ่งพาตนเอง สู่การผลิตใช้งานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ หลังการลงนามความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา ระยะเวลา 5 ปี
นอกจากนี้ยังมี “การพัฒนาการออกแบบและผลิตแม่พิมพ์แบบเที่ยงตรงของแหวนยาวกันซึมที่มีพิกัดความคลาดเคลื่อนต่ำ เพื่อใช้ในการพัฒนาชิ้นส่วนยุทโธปกรณ์ในการป้องกันประเทศ” ผลงานของ ผศ. ศุภสิทธิ์ รอดขวัญ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่สามารถต่อยอดสู่ผลิตชุดแม่พิมพ์สำหรับยางกันซึม และชุดแหวนยางกันซึมที่ใช้ในปืน ปกค.๒๕ (เอ็ม198) ในเชิงพาณิชย์และได้รับรองการใช้งานจริงในกองทัพบกเรียบร้อยแล้ว
พลตรีศักดิ์สิทธิ์ เชื้อสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก กล่าวว่า ทั้งกองทัพบกและ ม.เกษตรฯ มีความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง หลายโครงการได้รับการต่อยอดใช้จริงเพื่อสนับสนุนภารกิจของกองทัพบก อีกทั้งช่วยสนับสนุนให้สามารถดำรงสภาพในลักษณะการพึ่งพาตนเอง ลดการนำเข้า โดยการวิจัยพัฒนานวัตกรรมที่ตอบความต้องการใช้งานอย่างแท้จริง ผลิตได้เองในประเทศและผลิตได้ในเวลาที่ต้องการใช้จริง นำไปสู่การสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ





