เครื่องตรวจกระดูก-อาหารต้านแก่ นวัตกรรมสูงวัยได้ประโยชน์

เครื่องตรวจกระดูก-อาหารต้านแก่  นวัตกรรมสูงวัยได้ประโยชน์

เครื่องวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกตอบเทรนด์ผู้สูงอายุ สิ่งประดิษฐ์ที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ ใช้เป็นตัวช่วยคัดกรองผู้ป่วยกระดูกพรุนในท้องถิ่น ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายสาธารณสุขประเทศนักวิจัย

สจล.ส่งเปิดตัวในงานมหกรรมวิจัยแห่งชาติหวังสะดุดตาสะดุดใจภาคธุรกิจเอกชน เผยถูกกว่าของนำเข้ากว่า 2 เท่าตัว

ขณะที่มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ เปิดบูธนำเสนอโภชนาการเพื่อผู้สูงวัยในรูปแบบเยลลี่พร้อมดื่มอุดมสารต้านอนุมูลอิสระ ผ่านการคิดค้นให้ตัวสารสำคัญปลอดภัยจากกรดน้ำย่อยในกระเพาะและลำไส้ แล้วถูกดูดซึมเข้าเซลล์มากที่สุด

แก้ปัญหาด้วยนวัตกรรม

ศ.ชูชาติ ปิณฑวิรุจน์ ภาควิชาอิเล็กทรอนิกส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า เครื่องวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกถูกพัฒนาขึ้นจากประสบการณ์ที่พบเห็นผู้สูงอายุต้องไปเข้าคิวรอใช้บริการเครื่องวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ที่มีอยู่ไม่กี่เครื่องด้วยต้องนำเข้าจากต่างประเทศในราคาที่สูง

“เราอยากพัฒนาเรื่องวัดที่มีขนาดเล็กลง ราคาถูกลง เพื่อให้คนไทยมีโอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ง่ายและสะดวกขึ้น เพื่อให้สามารถวัดบริเวณข้อนิ้วเพื่อเป็นการคัดกรองความเสี่ยงโรคกระดูกพรุนได้” นักวิจัยกล่าว

โดยปกติแล้ว ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปมีความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน ควรเข้ารับการตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก เพราะเมื่ออายุมากกว่า 50 ปี กระดูกจะบางลงทุก 1-3% ทุกปี โรคนี้เกิดจากการที่กระดูกเริ่มเสื่อมและบางลงเนื่องจากการสูญเสียแคลเซียมที่สะสมในกระดูก แม้จะไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดแต่ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะกระดูกหักหรือกระดูกสันหลังผิดรูปในผู้สูงอายุ

ทีมพัฒนาจึงออกแบบตัวเครื่องโดยประยุกต์ใช้เครื่องเอกซเรย์ฟันที่มีขนาดเล็ก ราคาถูกกว่าและใช้เทคนิคการเอกซเรย์เพื่อวัดความหนาแน่นของมวลกระดูก (Bone Mineral Density) โดยใช้การถ่ายภาพเอกซเรย์ 2 ระดับพลังงาน จากนั้นนำภาพเหล่านั้นมาคำนวณและใช้เทคนิคทางคอมพิวเตอร์ (Image Processing) เพื่อหาความหนาแน่นของมวลกระดูก

ผลงานวิจัยนี้จะช่วยแพทย์วินิจฉัยผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน จากปกติเครื่องมือแพทย์ที่ใช้ตรวจวินิจฉัยโรคนี้มีราคาหลายล้านบาท ในขณะที่เครื่องที่พัฒนาขึ้นใช้งบไม่เกิน 5 แสนบาท มีความแม่นยำสูงหรือผิดพลาดไม่เกิน 0.27% เมื่อเทียบกับเครื่องมือมาตรฐาน ในเฟสต่อไปคือ การทดลองทางคลินิก โดยส่งให้กับโรงพยาบาลที่เป็นพันธมิตรเพื่อนำไปใช้และเก็บสถิติ โดยจะเริ่มในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้

“ปัจจุบัน อยู่ระหว่างรอภาคเอกชนเข้ามารับถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือร่วมวิจัยต่อ เพราะเรามองว่า ผลงานนี้ มีความเป็นไปได้ที่จะต่อยอดเชิงพาณิชย์ เพราะแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุกำลังมา โรคที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมตามวัยก็เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่เครื่องมือทางการแพทย์ราคาสูงมักอยู่ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่หรือโรงพยาบาลศูนย์ ที่คนอาจจะเข้าถึงได้ยาก หรือหากเข้าถึงได้ก็ต้องรอคิวเป็นเวลานาน”

การที่พัฒนาเครื่องวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกที่มีขนาดเล็ก ราคาถูกเช่นนี้ จะทำให้สามารถนำไปใช้ในโรงพยาบาลชุมชน ทำหน้าที่ตรวจคัดกรองระดับหนึ่ง เพื่อลดภาระและค่าใช้จ่ายของทั้งประชาชนและประเทศชาติอีกด้วย

--- ล้อมกรอบ ---


โภชนาการเพื่อผู้สูงอายุ
นอกจากนี้ยังมีผลงานที่น่าสนใจอยู่ระหว่างวิจัยและพัฒนาอีกมาก ที่พร้อมจะมาจัดแสดงในงานมหกรรมวิจัยแห่งชาติ 2560 ระหว่างวันที่ 23-27 ส.ค.นี้ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ อาทิ เยลลี่พร้อมดื่มอุดมสารต้านอนุมูลอิสระจากมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

“เราได้รับทุนจากโครงการเพิ่มค่าผลไม้ไทย จึงมองโจทย์วิจัยจากผลหม่อนและมะม่วงน้ำดอกไม้เป็นผลไม้ไทยที่มีสารสำคัญเป็นสารต้านอนุมูลอิสระคือ สารแอนโธไซยานินในผลหม่อนและสารแคโรทีนอยด์ในมะม่วงน้ำดอกไม้ สารสำคัญเหล่านี้มีประโยชน์ด้านสุขภาพ เช่น ป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง” นางสาวอลิษา สุนทรวัฒน์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ กล่าว

ปัญหาคือ ระหว่างกระบวนการดูดซึมสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้เกิดการสูญเสียสารสำคัญไป ทีมวิจัยศึกษาพบว่า หากรับประทานสารต้านอนุมูลอิสระปริมาณ 5 กรัม จะเกิดการสูญเสียระหว่างการย่อย 2 ส่วนคือ ระบบกระเพาะและระบบลำไส้ช่วงต้น จึงหลงเหลือไปสู่การดูดซึมสารในลำไส้ช่วงปลายเพียง 0.25 กรัม

ทีมงานจึงคิดที่จะพัฒนารูปแบบของสารต้านอนุมูลอิสระให้คงเหลือไปสู่ระบบดูดซึมที่ถูกต้องในลำไส้ช่วงปลาย ออกมาเป็นเยลลี่พร้อมดื่มผสมสารสกัดจากผลหม่อนหรือมะม่วงน้ำดอกไม้เสริมโปรไบโอติก มีสารต้านอนุมูลอิสระและจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อผู้สูงอายุและคนรักสุขภาพ

อีกทั้งช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาบริโภคผลไม้มากขึ้น และเป็นทางเลือกใหม่ในการบริโภคอาหารสุขภาพและเพิ่มมูลค่าให้กับผลไม้ไทย