วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ศุภชัย’ ชงไอเดียผุด ‘ศูนย์นวัตกรรม’

ดึง'มหาวิทยาลัย'ร่วม-เอกชนหนุน

“ศุภชัย” ยันแนวคิดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน 7.5 หมื่นล้าน หนุนเทคโนฯ ใหม่ ดึงมหาวิทยาลัยร่วมดันศูนย์นวัตกรรม หรือศูนย์แห่งความเป็นเลิศ (Excellent Center) อิมพอร์ตผู้เชี่ยวชาญระดับโลกร่วม หนุน 4 เทคโนฯ หลัก 'ไบโอเทค ดิจิทัล โรโบติก นาโน' คาดหวังรัฐเร่งเดินหน้านโยบาย 4.0 จริงจัง จัดหนักการศึกษา สตาร์ทอัพ อาร์แอนด์ดี ดัน อีโคซิสเต็มส์ครบวงจร

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี กรุ๊ป หนึ่งในคณะกรรมการภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ในส่วนนโยบายประชารัฐด้านการศึกษา กล่าวว่า พร้อมผลักดันให้สถาบันการศึกษาของไทย เป็นคีย์สำคัญนำไปสู่การจัดตั้งศูนย์แห่งความเป็นเลิศ (Excellent Center) ซึ่งจะเป็นศูนย์ทดสอบวิจัยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ครบวงจร ที่ต้องอาศัยความร่วมมิือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และนโยบายสนับสนุนด้านการศึกษาของรัฐที่ชัดเจน

หวังรัฐเดินหน้า 4.0 จริงจัง
"หวังว่าประเทศไทยจะเดินหน้า 4.0 อย่างจริงจัง ส่งเสริมเรื่องเอ็ดดูเคชั่น อาร์แอนด์ดีฮับ สตาร์ทอัพ เพราะทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอินโนเวชั่นทั้งหมด"

นายศุภชัย ยกตัวอย่างถึง เทคโนโลยีด้านอวกาศ (Space Technology) เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีแขนงใหม่ ที่เครือซีพีให้ความสนใจว่า ตลาดใหญ่ที่ลงทุนสูงด้านสเปซ เทคฯ คือสหรัฐอเมริกา จีน และฝรั่งเศส โดยหากจะำเรื่องนี้ ต้องอาศัยความร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัย และต้องมีความเชื่อมโยงในระดับโลก ที่สำคัญรัฐต้องมีนโยบายเรื่องนี้อย่างชัดเจน

"การจะไป 4.0 ได้ แค่จัดอีโคโนมิกโซนนิ่ง ยังไม่พอ ถ้าไทยต้องการเป็นฮับระดับภูมิภาค ต้องเน้นหนักเรื่องการศึกษา อาร์แอนด์ดี สตาร์ทอัพ แต่ไม่ควรคิดทำสตาร์ทอัพให้แต่คนไทย ขณะที่สิงคโปร์เปิดกว้างพร้อมให้เข้ามาตั้งสำนักงานในประเทศเขาได้ เท่ากับว่าเขาได้ดึงความสามารถพิเศษ (Talent) ทั่วโลกเข้าไป ถ้าเราไม่คิดแบบนี้ ก็ไม่มีทาง เท่ากับเราหลอกตัวเองว่า คนไทยทำได้ทุกอย่าง ทำไมเราไม่ใช้ทางลัด หรือมาตรการเร่งด่วน (ฟาสแทรค) มาใช้"

นายศุภชัย เสริมว่า อย่างเรื่องสเปซ เทคฯ ต้องดูว่ามหาวิทยาลัยไหนทำการวิจัยเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะในต่างประเทศ หากพูดถึงโรโบติก จะนึกถึงสหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยเอ็มไอที นึกถึงญี่ปุ่นที่มี 3-4 มหาวิทยาลัยเทียบเคียงสหรัฐอเมริกา ดังนั้น อีโคซิสเต็มในประเทศไทยต้องมี ที่จะเป็นตัวผลักดันให้ไทยก้าวเข้าสู่ เทค อินดัสตรี และสเปซ เทคฯ แต่ระบบการศึกษาในไทย และอินเซนทีฟในการตั้งฮับอาร์แอนด์ดีไม่เอื้อ โดนดึงไปประเทศอื่นหมด ขณะที่อนาคตไทยต้องแข่งมากขึ้นกับอินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ตรงนี้ไทยจะรับมืออย่างไร จะมีอีโคซิสเต็มส์อย่างไร

ชงตั้งศูนย์แห่งความเป็นเลิศ
"ผมเองพยายามผลักดัน แม้ยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอยู่ ผมกำลังศึกษาเรื่องโค-โลเคท เอ็กซ์เซอร์เล้นท์ เซ็นเตอร์ กับมหาวิทยาลัย ถ้าเราจะลงทุนสร้างให้เกิดศักยภาพทั้งเรื่อง ไบโอเทค ดิจิทัลเทค โรโบติก หรือนาโน ใน 4 กลุ่มนี้ ซึ่งไทยมีศักยภาพมากพอในหลายๆ ด้าน และต้องโค-โลเคทกับ 5-6 มหาวิทยาลัย ซึ่งแต่ละที่ก็ต้องร่วมมือกัน"

นายศุภชัย กล่าวว่า ศูนย์เหล่านี้จะตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัย จะเรียกว่าศูนย์นวัตกรรม หรือ capability center ก็ได้ ต้องใช้ทุนเบื้องต้นราว 75,000 ล้านบาท ใน 5 ปี โดยส่วนหนึ่งจะลงทุนในเรื่องเครื่องมือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ศูนย์ทดสอบ แล็บต่างๆ ลงทุนเรื่องคน ต้องดึงนักวิทยาศาสตร์ โปรเฟสเซอร์ระดับโลกจ้างเป็นสัญญา 3-6 เดือน ขณะเดียวกัน ต้องมีการลงทุนในโปรเจคจริง เพราะต้องเอาไปขับเคลื่อนการวิจัย

"ทุกวันนี้สิ่งที่ไทยพลาด คือ การเอ็นเกจเม้นท์กับตลาด ทำให้ปัจจุบันกลายเป็นการลงทุนของรัฐ เอกชนไม่ได้เข้าร่วม"

นายศุภชัย กล่าวด้วยว่า ได้เสนอทำกองทุนโครงสร้างพื้นฐานในเรื่องดังกล่าว โดยให้เอกชนร่วมลงทุนด้วยให้ครบ 75,000 ล้าน ซึ่งคงต้องหารือกับเอกชนในแต่ละราย

"เป็นงานระดับประเทศ ที่ต้องมีนโยบายประเทศมาหนุน เปิดให้เอกชนเข้ามา แล้วรัฐก็เสนอว่าเอกชนจะได้อินเซ็นทีฟอย่างไร มีบอร์ดเทคโนโลยีระดับประเทศมาช่วย ไม่ใช่แค่บอร์ดบีโอไออย่างเดียว จะได้มาสร้างเอ็กซ์เซอร์เล้นท์ เซ็นเตอร์ที่ โค-โลเคทกับมหาวิทยาลัย ทำให้มหาวิทยาลัยเราดึงดูดนักศึกษาจากทั่วโลกเข้ามาเรียน โปรเฟสเซอร์ทั่วโลกเข้ามา ถ้าเราบอกว่าเราลงทุน 2-3 พันล้านดอลลาร์ มีเครื่องมือสิ่งอำนวยความสะดวกระดับโลก มีการประสานความร่วมมือของภาคเอกชนทั้งโลคัล และอินเตอร์เนชั่นแนลเป็นการดึงดูด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไทยยังไม่ได้ทำ แต่มาเลเซียทำ สิงคโปร์ทำ ถ้าเวียดนาม ฟิลิปปินส์ ตั้งตัวได้เมื่อไหร่ เราจะทำอย่างไร" นายศุภชัย กล่าว