ธุรกิจข้ามชาติช้อป! เขย่าวงการหุ่นยนต์โลก

 ธุรกิจข้ามชาติช้อป! เขย่าวงการหุ่นยนต์โลก

ดร.อดิสร พาไปส่องความเคลื่อนไหวในธุรกิจหุ่นยนต์โลก เมื่อ SoftBank บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านไอทีญี่ปุ่น และ Alibaba จากจีน พากันช้อปบริษัทชั้นนำด้านหุ่นยนต์ด้วยจำนวนเงินที่ไม่เปิดเผย แล้วย้อนมามองวงการหุ่นยนต์ในไทย ที่ยังต้องการกำลังใจอีกมาก

“หุ่นยนต์” หรือ Robot คงไม่มีใครไม่รู้จักในยุค ประเทศไทยมีแผนมุ่งสู่ประเทศไทย 4.0 รัฐบาลถึงขั้นวางแผนจะให้มีอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ (Robotics Industry) ในประเทศไทยและเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมาย 1 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้ามายของประเทศ โดยวางแผนจะไปตั้งอยู่ในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ Eastern Economic Corridor of Innovation (EECi) ซึ่งจะผลักดันให้เกิดพื้นที่สร้างสรรค์เทคโนโลยีและนวัตกรรมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของทั้งประเทศ อีกทั้งหวังว่าจะยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมทั้งการผลิต การค้า และบริการ เชื่อมโยงระบบการค้าและการขนส่งสมัยใหม่ ตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซการผลิตของโลก (Global Value Chain) ไปพร้อมกับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

แล้วอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของโลกที่มีการเคลื่อนไหวอย่างน่าติดตามถึงไม่มีใครพูดถึง ผมคงต้องอัพเดททุกท่านว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

เริ่มต้นจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัท SoftBank บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านไอทีและการสื่อสารของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งบริหารโดย Masayoshi Son เศรษฐีชาวญี่ปุ่นผู้โด่งดังจากการลงทุนในบริษัทเกิดใหม่ระดับยูนิคอร์นอย่าง Yahoo และล่าสุดก็ Alibaba หันมาสนใจและเข้าซื้อบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์อย่าง Boston Dynamics ผู้ผลิตหุ่นยนต์สุนัขลาดตระเวนทางการทหารที่มีชื่อเสียงและบริษัท Schaft ที่ก่อตั้งโดยปรมาจารย์ด้านหุ่นยนต์ชั้นแนวหน้าของประเทศญี่ปุ่น ผู้ผลิตหุ่นยนต์เดินสองขา หรือ Humanoid ที่ชนะการแข่งขันระดับโลกมาแล้วจากบริษัท Google (ปัจจุบันคือบริษัท Alphabet) ด้วยจำนวนเงินที่ไม่เปิดเผย

โดยที่ทั้งสองบริษัทนี้เป็น 2 ใน 9 บริษัทด้านหุ่นยนต์ที่ Google ซื้อกิจการมาเพื่อสร้างแผนกหุ่นยนต์ของตัวเอง มันเกิดอะไรขึ้น Google ถึงได้ขายกิจการนี้ออกมาให้แก่ SoftBank วงในบอกว่า บริษัททั้งสองนี้เริ่มสูญเสียคนเก่งๆ ในบริษัทออกไปมากในช่วงสามปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ Google ซื้อกิจการไป ดังนั้น จึงเป็นเหตุผลที่ต้องขายกิจการ

เช่นนี้เป็นบทเรียนแสดงให้เห็นว่า คุณค่าที่แท้จริงของบริษัทใช่อยู่ที่เทคโนโลยีที่บริษัทนั้นมีไม่ แต่อยู่ที่บุคลากรที่ทำงานที่บริษัทนั้นต่างหาก

นอกจากสองบริษัทนี้แล้ว SoftBank ก็ได้เข้าซื้อกิจการบริษัทสัญชาติฝรั่งเศส Aldebaran Robotics ผู้ผลิตหุ่นยนต์ Nao และ Romeo ที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์แต่ตัวเล็ก และหุ่นยนต์ Pepper ที่เป็นหุ่นยนต์พนักงานต้อนรับ และก่อนหน้าไม่นานก็ยังซื้อกิจการของ Fetch Robotics ผู้ผลิตหุ่นยนต์ที่ใช้หยิบและเก็บของในโกดังขนาดใหญ่

แน่นอนว่าเราต้องคอยดูกันต่อว่า SoftBank จะให้บริษัทเหล่านี้มุ่งทำหุ่นยนต์ที่ตนถนัดเหมือนเดิม หรือมองหาเป้าทางการตลาดเป็นโครงการให้บริษัทเหล่านี้มุ่งไปสู่เพื่อผลิตหุ่นยนต์เชิงพาณิชย์ในอนาคตอันใกล้ แต่ข่าวนี้ทำให้คนเก่งๆ เทพๆ ด้านหุ่นยนต์ที่ออกไป อาจจะกลับมารวมหัวกันอีกครั้งก็เป็นไปได้ แล้วเป้าหมายการผลิตหุ่นยนต์เป็นอุตสาหกรรมของบ้านเรา มีคนเก่งๆ เทพๆ ด้านหุ่นยนต์อยู่ไม่น้อย ดูได้จากไปชนะการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลกมาก็บ่อย จะมีแผนรวบรวมกำลังคนเก่งเหล่านี้มาทำโครงการอะไรดีๆ ให้แก่ประเทศได้บ้าง เป็นกำลังใจให้ครับ

*บทความโดย ดร. อดิสร เตือนตรานนท์ ผู้อำนวยการ ศูนย์นวัตกรรมการพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์และอิเล็กทรอนิกส์อินทรีย์ ที่ปรึกษา สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ