‘จับเลี้ยงวังหลัง’แจ้งเกิดด้วยสตอรี

‘จับเลี้ยงวังหลัง’แจ้งเกิดด้วยสตอรี

จากรถเข็นน้ำดื่มแก้ร้อนในรุ่นพ่อกลายมาเป็นแบรนด์ “จับเลี้ยงวังหลัง” ในรุ่นลูกดึงสตอรีมาเล่าเรื่องราวผสมผสานจุดเด่นจากสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นทำให้ชุ่มคอ

จากรถเข็นน้ำดื่มแก้ร้อนในรุ่นพ่อกลายมาเป็นแบรนด์ “จับเลี้ยงวังหลัง” ในรุ่นลูกดึงสตอรีมาเล่าเรื่องราวผสมผสานจุดเด่นจากสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นทำให้ชุ่มคอ พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์สเตอร์ริไรซ์และผงชงดื่ม ตั้งเป้าปั้นให้จับเลี้ยงเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมไม่แพ้ชาเย็น

รถเข็นสู่ป็อปอัพริมทาง


แนวคิดการสร้างเรื่องราวให้สินค้าหรือสตอรี ที่สามารถนำมาสร้างจุดเด่นให้กับสินค้าจากเรื่องที่ทำให้คนสนใจผลิตภัณฑ์นั้นๆ กลายเป็นที่มาของการสร้างแบรนด์ “จับเลี้ยงวังหลัง” ของชาตินันท์ นาคสมบูรณ์ ทายาทรุ่นสองของครอบครัวนาคสมบูรณ์ ที่คุณพ่อคุณแม่ขายจับเลี้ยงแถววังหลังมานานกว่า 25 ปีกระทั่งมีลูกค้าประจำ


“รสชาติจับเลี้ยงวังหลังจะแตกต่างจากจับเลี้ยงเยาวราชที่จะมีรสขมคล้ายยา แต่ของเราจะตัดขมออกไปทำให้ดื่มง่ายขึ้น อีกทั้งปรุงเพิ่มส่วนผสมของสมุนไพร 10 ชนิด เช่น หล่อฮังก๊วย ดอกเก๊กฮวย ดอกงิ้วแดง เป็นต้น” ชาตินันท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท จับเลี้ยงวังหลัง จำกัด ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำจับเลี้ยงผงและน้ำจับเลี้ยงสเตอร์ริไรซ์


2 ปีที่ผ่านมา ชาตินันท์พยายามจะสร้างแบรนด์ด้วยการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย เปลี่ยนรูปแบบร้านขายที่เป็นคีย์ออส ชุดพนักงาน โลโก้ให้สะดุดตารวมถึงการบริการ แต่ยังคงคอนเซ็ปต์ของการเป็นเครื่องดื่มริมทาง โดยการตั้งร้านในจุดที่ติดกับถนนคนเดิน เพื่อให้ผู้ที่เดินผ่านไปมาสามารถแวะซื้อดื่มแก้กระหายน้ำได้ง่ายทั้งในรูปแบบที่เป็นแก้วและขวด จากสมัยก่อนจำหน่ายใส่ถุงพลาสติกหิ้ว
อีกทั้งพยายามกระจายจุดขายไปตามออฟฟิศต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ ในลักษณะร้านป็อปอัพขายเครื่องดื่มที่กำลังได้รับความนิยม โดยสามารถพบได้ทั้งในศูนย์การค้า ริมถนน นิยมเปิดจำหน่ายชั่วคราว ที่สำคัญเคลื่อนย้ายง่าย เปิดบริการได้ทั้งในและนอกอาคาร


“เราพยายามเปิดให้ได้ 10 สาขากระจายไปตามออฟฟิศต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ รวมทั้งเข้าไปในงานอีเว้นท์หรืองานแฟร์ อาทิ เกษตรแฟร์ งานกาชาด เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์จับเลี้ยงวังหลังรวมทั้งรสชาติแก่กลุ่มผู้บริโภคในทุกเพศทุกวัย ทั้งนี้เนื่องจากเป็นเครื่องดื่มที่ดื่มง่าย ราคาไม่แพง ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้า ยกตัวอย่าง สาขาวังหลังยอดขายสูงสุด 4 แสนแก้วต่อวัน เพิ่มจากเดิม 2 แสนแก้วต่อวัน”

ต่อยอดสู่ลูกอมสมุนไพร


ความนิยมบริโภคเครื่องดื่มสมุนไพรดังกล่าว ทำให้เขาเกิดความมั่นใจว่าจะสามารถออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค โดยการพัฒนาน้ำจับเลี้ยงสเตอร์ริไรซ์และน้ำจับเลี้ยงแบบผงสำเร็จรูปชงดื่มออกมาจำหน่ายให้กับลูกค้าที่ต้องการจะบริโภคที่บ้าน หรือไม่สะดวกที่มาซื้อตามร้าน ที่สำคัญคือ ยืดอายุผลิตภัณฑ์จากเดิมที่เก็บได้เพียง 1-2 สัปดาห์ให้สามารถเก็บได้นานมากกว่า 1 ปี

ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาและปรับเปลี่ยนสูตรให้เหมาะสมก่อนจะวางจำหน่ายในช่วงปลายปีนี้ ขณะเดียวกันมีแผนที่เปลี่ยนแพกเกจจิ้งแก้วและขวดมาเป็นไบโอพลาสติกที่ย่อยสลายได้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเข้าร่วมโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ไอแทป) สวทช. ร่วมกับ โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Innovative House) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)


“เราพยายามสร้างประสบการณ์ร่วมกับลูกค้าเพื่อสร้างความประทับใจ ซึ่งจะมีผลต่อแบรนด์ในระยะยาว เราจึงไม่รีบที่จะปล่อยสินค้าใหม่ลงตลาด และส่วนหนึ่งมีข้อจำกัดเรื่องของงบลงทุนจึงต้องค่อยๆ ทำตามกำลังที่มีอยู่ โดยมีแผนจะขยายไปในร้านอาหารทั่วประเทศในรูปแบบของน้ำจับเลี้ยงสเตอร์ริไรซ์ และขยายไลน์เครื่องดื่มสมุนไพรที่มาจากส่วนผสมของจับเลี้ยงออกมาเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค เช่น น้ำรากบัว รวมทั้งแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรจากจับเลี้ยงออกมาในรูปแบบของลูกอบ ซึ่งต้องใช้งานวิจัยเข้ามาช่วยสนับสนุนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค เหมือนกับลูกอมสมุนไพรที่ขายดีอันดับ 1 จากสวิตเซอร์แลนด์”


สำหรับเป้าหมายในอนาคตคือ การสร้างแบรนด์ “จับเลี้ยงวังหลัง” ให้เป็นที่รับรู้มากขึ้นและทำให้เครื่องดื่มจับเลี้ยงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ไม่แพ้ชาเย็นไทยที่ติดอันดับ 27 จาก 50 สุดยอดเครื่องดื่มโลกจากการจัดอันดับของซีเอ็นเอ็นโก (CNNGo) ซึ่งเป็นหน้าท่องเที่ยวของเว็บไซต์ซีเอ็นเอ็นสหรัฐ