‘อีเอสอาร์ไอ’ รุกค้าปลีก-แฟรนไชส์

‘อีเอสอาร์ไอ’ รุกค้าปลีก-แฟรนไชส์

รับธุรกิจตื่นตัวเทคฯใหม่ ชู ‘โลเคชั่น อนาไลติกส์’ลุย-หนุนรายได้เอกชนเพิ่ม30%

“อีเอสอาร์ไอ” ลุยหนักตลาดจีไอเอส เล็งเพิ่มโฟกัสธุรกิจเอกชน กลุ่มค้าปลีก-แฟรนไชส์ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากเอกชนเป็น 30% รายได้รวมเติบโตไม่น้อยกว่า 15%

นางสาวธนพร ฐิติสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ภูมิสารสนเทศ หรือ จีไอเอส ในเครือซีดีจี กรุ๊ป กล่าวว่า บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ใหม่มุ่งโฟกัสลูกค้าภาคเอกชน โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกและแฟรนไชส์

โดยแนวทางธุรกิจปี 2560 เน้นรักษาฐานตลาดภาครัฐ พร้อมๆ ไปกับสานต่อความสำเร็จจากปีที่ผ่านมาที่เข้าไปรุกหนักภาคเอกชน เช่น กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งได้รับผลตอบรับอย่างดีและมีส่วนสำคัญช่วยผลักดันให้รายได้รวมตลอดทั้งปีเติบโตได้ถึง 13%

บริษัทมองว่า โอกาสทางการตลาดในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ด้วยขณะนี้ธุรกิจเอกชนกำลังตื่นตัวต่อการมาของเทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งบิ๊กดาต้า อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (ไอโอที) รวมถึงแอดวานซ์ อนาไลติกส์ โดยไทยไม่ต่างกับประเทศอื่นๆ ในเอเชียและทั่วโลกที่ต้องเผชิญความท้าทายใหม่ๆ และเร่งปรับตัวโดยนำเทคโนโลยีมาเพิ่มโอกาสการแข่งขัน

นอกจากนี้ พบด้วยว่า มีภาคธุรกิจสนใจนำโซลูชั่นด้านแผนที่ไปใช้วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเพิ่มศักยภาพธุรกิจมากขึ้นต่อเนื่อง ด้วยจีไอเอสสามารถเข้าไปตอบโจทย์ทั้งด้านการกำหนดจุดตั้งสาขา วางแผนการขาย และวางแผนการตรวจเยี่ยมลูกค้า

“ตั้งแต่ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ได้ปรับนโยบายหันมารุกตลาดเอกชนมากขึ้น ที่ผ่านมาพยายามให้ความรู้ตลาด พร้อมกระตุ้นให้เห็นถึงประโยชน์และความสำคัญของการลงทุนเทคโนโลยีจีไอเอสมาต่อเนื่อง”

อย่างไรก็ดี โซลูชั่นที่ธุรกิจค้าปลีกและแฟรนไชส์ให้ความสำคัญ เน้นด้าน “โลเคชั่น อนาไลติกส์” ประกอบด้วย 1.การวิเคราะห์ทำเลที่ตั้ง พื้นที่ขาย รวมถึงประเมินตำแหน่งที่ตั้งสาขาที่ควรปิดเพื่อลดต้นทุน 2.ระบบการจัดการการกระจายสินค้าเพื่อเลือกตำแหน่งที่ตั้งจุดกระขายสินค้า เส้นทางการขนส่ง พร้อมทั้งระบบติดตามรถขนส่งสินค้า ช่วยจัดการด้านเวลาและเส้นทางให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากนี้ 3.ระบบการจัดการและติดตามพนักงานขาย เพื่อแบ่งพื้นที่การขายของพนักงาน ดูข้อมูลการขาย พร้อมรายงานผลแบบเรียลไทม์จากสมาร์ทโฟนและแทบเล็ต

ในภาพรวมโซลูชั่นใหม่ปีนี้ จะครอบคลุมทั้งภาครัฐและเอกชนไฮไลต์ เช่น เฮลธ์แคร์, สมาร์ทโลคอล กอฟเวิร์นเมนท์ และที่พัฒนาสำหรับภาคเอกชนโดยเฉพาะ

“เราได้พัฒนาโซลูชั่นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานลูกค้าเอกชนรวมถึงภาครัฐโดยเฉพาะ มากกว่านั้นเพิ่มคู่ค้าอีก 3-5 ราย มาช่วยกันทำตลาด”

อีเอสอาร์ไอ มั่นใจว่า ลูกค้าจะได้ประโยชน์อย่างมากสำหรับการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดให้สอดคล้องกับยุคสมัย พร้อมยกระดับความสามารถการแข่งขันได้เหนือคู่แข่งด้วยข้อมูลโลเคชั่นและพื้นที่

ปัจจุบัน บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศไทยมากกว่า 80% จำนวนลูกค้ามากกว่า 500 ราย ปี 2560 ตั้งเป้าไว้ว่าผลประกอบการโดยรวมจะเติบโต 15% ขณะเดียวกันเพิ่มการเติบโตในส่วนภาคเอกชน จากเดิมรายได้จากภาครัฐมีสัดส่วน 90% เอกชน 10% ปีนี้จะเพิ่มเอกชนให้ได้ถึง 30% ภาครัฐ 70%

พร้อมระบุว่า การลงทุนด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศในประเทศไทยยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้ยังไม่มีการเก็บตัวเลขมูลค่าหรือการเติบโตที่ชัดเจน ทว่าระดับโลกและเอเชียแปซิฟิกต่อปีเติบโตประมาณ 5%