วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘อูเบอร์’ ลุยปรับทัพใหม่ ตั้ง ‘คันทรี่ แมเนเจอร์’ คนไทย

‘อูเบอร์’ ดันคนไทยนั่ง ‘คันทรี่ แมเนเจอร์’ บุกตลาดแอพไรด์แชริ่งในไทยต่อ แถลงทางการ 25 เม.ย.นี้ ท่ามกลางปัญหาด้านกฏหมายในไทยที่ยังไม่จบ ขณะที่ในตลาดโลกอูเบอร์ ยังเผชิญปัญหารุมเร้า ล่าสุดประกาศขาดทุนมากกว่า 2.8 พันล้านดอลลาร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อูเบอร์ แอพไรด์แชร์ริ่งชื่อดังของโลกที่เข้ามาบุกตลาดในไทย ได้แต่งตั้งคนไทยขึ้นเป็นผู้บริหารระดับสูงในตำแหน่งผู้จัดการประจำประเทศไทยเป็นครั้งแรกโดยจะเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการวันที่ 25 เม.ย.นี้ ท่ามกลางบริการที่ยังมีปัญหาติดข้อกฏหมายในไทย ซึ่งอูเบอร์ไม่ได้เผชิญปัญหาลักษณะนี้ในไทยประเทศเดียว แต่ติดปัญหาเรื่องข้อกฏหมายในหลายๆ ประเทศที่เข้าไปให้บริการ 

อย่างไรก็ตาม บางประเทศ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รองรับการบริการรูปแบบไรด์แชร์ริ่งเป็นทางการแล้ว คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย
อูเบอร์ เปิดให้บริการมากกว่า 450 เมืองใน 74 ประเทศทั่วโลก บริการรับส่งผู้โดยสารครบ 2 พันล้านเที่ยวในเดือน มิ.ย.2559 รับ-ส่งผู้โดยสารเฉลี่ยมากกว่า 5 ล้านเที่ยวต่อวันทั่วโลก มีผู้โดยสารทั่วโลกมากกว่า 40 ล้านคนต่อเดือน ขณะที่ มีพาร์ทเนอร์อูเบอร์ทั่วโลก(คนขับ)มากกว่า 1.5 ล้านคน

สำหรับในไทย กรุงเทพมหานคร ถือเป็นตลาดใหญ่ ข้อมูลระบุว่า คนกรุงเทพฯ เดินทางกับอูเบอร์เป็นระยะทางรวมแล้วกว่า 56 ล้านกิโลเมตร และมีสถิติที่น่าสนใจว่า ในประเทศไทยมีผู้ร่วมขับที่เป็นผู้หญิงราว 12% สูงสุดในเอเชีย

ส่วนความเคลื่อนไหวในระดับโลกนั้น สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ปี 2559 อูเบอร์ขาดทุนมากกว่า 2.8 พันล้านดอลลาร์ เป็นตัวเลขขาดทุนที่เกิดขึ้นบนยอดเงินที่อูเบอร์เรียกเก็บได้มากกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ไม่นับรวมกิจการในจีน รายได้รวมที่บริษัทรวบรวมจากบริการรถร่วมเดินทางมีมูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากปี 2558 มากกว่า 2 เท่าตัว เมื่อหักค่าใช้จ่าย และส่วนแบ่งให้กับผู้ขับ อูเบอร์มีรายได้สุทธิ 6.5 พันล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม รายได้ของอูเบอร์ ยังคงน้อยกว่ารายจ่ายส่งผลให้การขาดทุนของอูเบอร์ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเป็น 2.8 พันล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะในไตรมาส 4 แม้อูเบอร์จะเพิ่มจำนวนเที่ยวบริการจนทำเงินได้มากขึ้นเป็น 6.9 พันล้านดอลลาร์ แต่ก็ไม่เพียงพอกับรายจ่ายทำให้ขาดทุนมากกว่า 991 ล้านดอลลาร์ ในไตรมาส4 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อูเบอร์ มีรายได้รวม 2.9 พันล้านดอลลาร์

บลูมเบิร์ก รายงานด้วยว่า รายจ่ายของอูเบอร์ปีที่แล้วหมดไปกับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก รวมถึงค่าใช้จ่ายเรื่องการซื้อรถสำหรับโครงการพัฒนารถไร้คนขับ และค่าใช้จ่ายเรื่องส่วนแบ่งหุ้นให้พนักงาน

ขณะที่ ก่อนหน้านี้ กระทรวงคมนาคมไทย ได้เปิดโต๊ะหารือกับอูเบอร์ ถึงประเด็นข้อกฏหมาย การหารือครั้งนั้นสรุปว่า ให้ศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมในการใช้ระบบบริการร่วมเดินทาง (Ridesharing) ของอูเบอร์ในไทย เนื่องจากไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับระบบดังกล่าว คาดว่าจะใช้เวลาทำศึกษาประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี จึงสามารถสรุปผลได้ เพราะต้องหางบประมาณและบุคคลที่ 3 ทำการศึกษา ขณะที่ ที่อูเบอร์ ยังคงยืนยันในการให้บริการในไทยต่อ

อูเบอร์ เป็นหนึ่งในบริษัทที่ต้องเผชิญปัญหาการตกเป็นเป้าโจมตีจากทั่วโลก ในฐานะที่ถูกมองว่าเข้าไปแย่งรายได้ที่เคยได้เป็นกอบเป็นกำของธุรกิจแท็กซี่แบบดั้งเดิมในประเทศต่างๆ และมีปัญหาขาดแคลนผู้บริหารเก่งๆ เข้ามาร่วมบริหารองค์กรและสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ โดยยังปรากฏข่าวการลาออกอย่างต่อเนื่องของบรรดาผู้บริหารอูเบอร์ นับคร่าวๆ รวมแล้วเจ็ดคน ภายในระยะเวลาไม่ถึงเดือน สะท้อนถึงความระส่ำระสายภายในองค์กร ท่ามกลางเรื่องอื้อฉาวที่โหมกระหน่ำเข้าใส่ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของอูเบอร์ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้บริการเรียกรถสาธารณะผ่านแอพพลิเคชันรุ่นบุกเบิกรายแรกของโลก