วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดใจ รมว.กระทรวงดีอี เผย13ข้อ ตอบคำถามสังคม-เรื่องพรบ.คอม

"พิเชฐ" รัฐมนตรีกระทรวงดีอีเผย13ข้อ ตอบคำถามสังคม-เรื่องพรบ.คอมฯ

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตอบข้อสงสัย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 

1.ประเด็นต่อต้าน เกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมฯ
พ.ร.บ. คอมฯ ให้อำนาจรัฐจัดตั้ง Single Gateway และ Single Command เพื่อสอดแนมข้อมูล ประชาชน และทำให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตช้าลง

ข้อเท็จจริง
พ.ร.บ.คอมฯ ไม่มีมาตราใดท่ีกำหนดให้ประเทศไทยมีเกตเวย์ (Gateway) ในเชื่อมต่อกับเครือข่าย อินเทอร์เน็ตต่างประเทศเพียงจุดเดียว จึงยืนยันว่าไม่มี Single Gateway แต่ในความเป็นจริงประเทศไทย มีเกตเวย์ มากกว่า 10 แห่งที่ให้บริการโดยภาคเอกชน ท่ีสามารถยื่นขออนุญาตให้บริการอินเทอร์เน็ต เกตเวย์ระหว่างประเทศ ตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ที่มีเปิดให้ภาคเอกชนสามารถให้บริการตามกลไกการ แข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม

ดังน้ัน ร่าง พ.ร.บ.คอมฯ จึงไม่ได้ให้รัฐเข้าไปสอดแนมหรือล้วงข้อมูลการติดต่อสื่อสารของประชาชน อีก ท้ังการใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามร่าง พ.ร.บ.คอมฯ ยังต้องทำตามกลไกตรวจสอบการใช้ อำนาจรัฐตามท่ีกฎหมายปัจจุบันกำหนดไว้ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องขออนุญาตจากศาลก่อนจึงจะดำเนินการ ได้ เช่น ทำสำเนา, ถอดรหัส, การตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูล, ยึดอายัด ตามมาตรา 18 มาตรา 19 แห่ง พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ที่แม้มีการแก้ไขด้วยในร่าง พ.ร.บ.คอมฯ น้ี ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงกลไกการตรวจสอบที่กำหนดไว้ดังกล่าว

นอกจากนี้ การสอดแนมหรือล้วงข้อมูลการติดต่อสื่อสารของประชาชน ยังถือเป็นความผิดตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ฐานดักรับข้อมูลโดย ไม่ชอบอีกด้วย และหากมีการใช้อำนาจในทางมิชอบ กฎหมายก็กำหนดบทลงโทษ เช่น ม. 22 และ ม.23

2.ตามพ.ร.บ.คอมฯ
ม. 14 (1) (2) ปิดก้ันเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น/ ปิดปากการตรวจสอบโดยประชาชน/ปิดปากคน เห็นต่าง เพราะถ้อยคำหรือเงื่อนไขท่ีใช้ไม่มีชัดเจนในตัวเอง ทำให้สามารถตีความขยายได้

ข้อเท็จจริง
ม. 14 ที่แก้ไขไม่ได้ต้องการปิดกั้นเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น ปิดปากการตรวจสอบของประชาชน

3.ทำไมต้องมีการปรับแก้ พ.ร.บ.คอม เพราะกฎหมายเดิมก็ยังใช้ได้อยู่

ข้อเท็จจริง
พ.ร.บ. คอมฯ ฉบับเดิม ใช้บังคับเป็นเวลากว่า 10 ปี โดยที่ผ่านมาพบว่ากฎหมายมีปัญหาในการตีความ จน กระทบกับการบังคับใช้ เช่น การนำฐานความผิดที่ใช้กับเรื่องฉ้อโกงปลอมแปลงทางออนไลน์ ไปใช้กับการ หมิ่นประมาท ทำาให้กระทบต่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น จนทำให้เกิดการโจมตีจากประชาคม โลกและเกิดกระแสสังคมเรียกร้องหลักประกันสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นขึ้น กอปรกับเพื่อ เป็นการปรับปรุงกฎหมายให้เท่าทันกับเทคโนโลยีและภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไป

4.ร่างประกาศฯ ภายใต้ ร่าง พ.ร.บ. ให้อำนาจรัฐจัดตั้งศูนย์กลาง Block web ที่เชื่อมต่อตรงระบบของผู้ให้บริการ

ข้อเท็จจริง
ร่างประกาศเป็นการบูรณาการการระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งช้อมูลคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพมาก ขึ้น เป็นเอกภาพ และตรวจสอบได้ อีกท้ังยังเป็นการให้เกิดความเป็นธรรมในการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ให้ บริการ
ข้อกังวลของภาคประชาชนดังกล่าว เป็นไปตามร่างประกาศฯ เรื่อง หลักเกณฑ์ ระยะเวลา และวิธีการ ปฏิบัติสำหรับการระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้ บริการ พ.ศ. .... ที่ออกภายใต้ร่าง ม. 20 ที่กำาหนดเร่ือง การระงับการเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือ เว็บไซต์ (Web Blocking) ที่เป็นความผิด ดังน้ี
(1) ผิดกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
(2) ผิดประมวลกฎหมายอาญา ที่กระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความผิดเก่ียวกับการ ก่อการร้าย
(3) ผิดกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา
(4) ผิดกฎหมายอื่นและข้อมูลคอมพิวเตอร์มีลักษณะขัดต่อความสงบฯ หรือศีลธรรม
(5) ข้อมูลท่ีมีลักษณะขัดต่อความสงบฯ หรือศีลธรรม

ทั้งนี้ ในการระงับการเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือเว็บไซต์ตามร่าง ม. 20 นั้น ต้องดำาเนินการตามกลไก ที่ผ่านการกลั่นกรองของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และศาล ก่อน เพื่อตรวจ สอบการใช้อำนาจ และในกรณีท่ีเป็นข้อมูลที่มีลักษณะขัดต่อความสงบฯ หรือศีลธรรม แต่ไม่ผิดกฎหมายใดน้ัน ร่าง ม.20ก็ได้เพิ่มกลไกดูแลเนื้อหาที่มีผลกระทบในวงกว้าง โดยกำหนดให้ผ่านคณะกรรมการกลั่กรองฯ เพื่อช่วย ให้กระบวนการพิจารณามีความรอบคอบมากขึ้น โดยในช้ันการพิจารณาของ สนช. มีการเพิ่มเติมจำนวน คณะกรรมการกลั่นกรองฯ จาก 5คน เป็น 9คน และกำหนดว่าอย่างน้อยต้องมาจากภาคเอกชน ด้าน สิทธิมนุษยชน ด้านสื่อสารมวลชน ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือด้านอื่นที่เก่ียวข้อง เพื่อดูแลไม่ให้กระทบ เสรีภาพในการแสดงความเห็น

ดังน้ัน ร่างประกาศฯ ที่ออกภายใต้ร่าง ม. 20 จึงไม่ได้ให้อำนาจรัฐหรือเจ้าหน้าท่ีเชื่อมต่อระบบผู้ให้บริการ เพื่อปิดเว็บไซต์โดยไม่รับอนุญาตจากศาล ส่วนการจัดต้ังศูนย์กลางตามร่างประกาศฯ ไม่ได้จัดตั้งเพื่อหวัง ผลในการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน แต่เป็นการจัดตั้งเพื่อให้มีช่องทางในการประสานงานกับผู้ให้บริการ และติดตามการดำเนินการตามหมายศาล

อย่างไรก็ตาม ในส่วนเนื้อหาของร่างประกาศฯ จะต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ ๕ อีกครั้ง เพื่อให้ขั้นตอนการดำเนินการมีความเหมาะสม โปร่งใส และตรวจสอบได้


5.ร่าง พ.ร.บ. คอมฯ ทำให้ผู้ให้บริการในฐานะตัวกลาง ต้องเซนเซอร์ (Censor) ตัวเอง เพื่อไม่ต้องรับโทษ ตามกฎหมาย ซึ่งทำได้โดยไม่ต้องมีหมายศาล

ข้อเท็จจริง
โดยปกติผู้ให้บริการจะมีกลไกให้ผู้ใช้บริการรายงานเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมอยู่แล้ว เช่น การกดปุ่มแจ้งของ Facebook หรือ Youtube ซึ่งเป็นกลไกปกติท่ีมีให้บริการอยู่แล้ว และช่วยลดข้อพิพาทโดยไม่ต้องใช้อำนาจ ทางกฎหมายบังคับ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

6.ความกังวลเรื่องความชัดเจนในการออกประกาศ ภายใต้ร่าง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

ข้อเท็จจริง
ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้จะมีการออกกฎหมายลูกหรืออนุบัญญัติ 2 ประเภท ได้แก่
1) ส่วนท่ีปรากฎใน พ.ร.บ. เดิมอยู่แล้ว
2) ประกาศกระทรวงฯ
ซึ่ง รมว.ดท. มีนโยบายว่า ก่อนจะประกาศใช้ให้มีการทำประชาพิจารณ์กับผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนเพื่อให้ มีการตรวจสอบท่ีรัดกุม ทั้งร่างประกาศฯ ที่ออกภายใต้ร่าง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ในเรื่อง ต่าง ๆ
1. ประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับลักษณะและวิธีการส่ง ลักษณะ และปริมาณของข้อมูลคอมพิวเตอร์ ซึ่งไม่เป็นการก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้รับ และลักษณะอันเป็นการปฏิเสธการตอบรับได้โดย ง่าย พ.ศ. ....
2. ประกาศ เรื่อง ขั้นตอนการแจ้งเตือนการระงับการทำให้แพร่หลายของข้อมูลคอมพิวเตอร์และการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์น้ันออกจากระบบคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ....
3.ประกาศ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการเปรียบเทียบ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเก่ียวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ. ....
4.ประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์ ระยะเวลา และวิธีการปฏิบัติสำหรับการระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูล คอมพิวเตอร์ของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้บริการ พ.ศ. ....
5.ประกาศ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความ 7 ผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ....

7.ถ้าเน็ตล่มคือล่มทั้งประเทศใช่ไหม

ข้อเท็จจริง
ประเทศไทยเปิดเสรีในการให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมและมีผู้ให้บริการเกตเวย์และอินเทอร์เน็ตหลายราย จึงมีโอกาสน้อยมากที่ผู้ให้บริการทุกรายจะไม่สามารถให้บริการได้พร้อมกัน อนึ่ง ความสามารถในการ ให้บริการอย่างต่อเนื่องขึ้นอยู่กับรูปแบบสถาปัตยกรรมระบบ ปริมาณข้อมูลที่จะส่งผ่านระหว่างอุปกรณ์ เครือข่ายต้นทางและปลายทาง และความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน

8.การเข้าถึงเว็บต่างประเทศจะทำได้ยากข้ึน

ข้อเท็จจริง
ความรวดเร็วและความสามารถในการเข้าถึงเว็บไซต์ต่างประเทศยังเหมือนเดิม เนื่องจาก พ.ร.บ. คอมฯ ไม่ได้ลดจำนวนช่องทางการใช้อินเทอร์เน็ตต่างประเทศ ซึ่งการสื่อสารยังต้องผ่านผู้ให้บริการเกตเวย์ ต่างประเทศกว่า ๑๐ รายที่ได้รับอนุญาตจาก กสทช. เช่ือมต่อประเทศไทยกับต่างประเทศผ่านเคเบิ้ลใต้น้ำ หรือเคเบิ้ลบนบกหลายเส้นทาง เช่น เส้นทาง AAG (Asia-America-Gateway), SEA-ME-WE 4 ( South East Asia – Middle East – Western Europe 4), SEA-ME-WE 3 ( South East Asia – Middle East
– Western Europe 3), TIS (Thailand-Indonesia-Singapore), FLAG (Fiber Optic Link Around the ๙ Globe), APCN 2 (Asia Paci c Cable Network 2), Japan-USA เป็นต้น

9.ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และประชาชนได้รับผลกระทบอย่างไรจากการปรับแก้ไข พ.ร.บ.ในคร้ังน้ี

ข้อเท็จจริง
การปรับปรุงกฎหมายในครั้งนี้เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม กฎหมายท่ีปรับแล้วมีความชัดเจนข้ึนกว่าเดิม
เป็นการแก้ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายเดิม เพิ่มการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม และลดความไม่เป็น ธรรมในการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ให้บริการ

10.เปิดให้รัฐสอดแนมข้อมูลประชาชน (การใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าท่ีไม่เปลี่ยนแปลงไปจากร่างเดิม)

ข้อเท็จจริง
การเปิดโอกาสให้รัฐเข้าถึงข้อมูลของประชาชน เพื่อหวังผลในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้บริการ เป็นการเข้าใจผิดและตีความเกิดขอบเขต
ร่างกฎหมายฉบับน้ี ไม่ได้ให้อำนาจรัฐสอดแนมและไม่มีการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน ความเข้าใจผิดท่ี เกิดข้ึนมาจากร่างประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์ ระยะเวลา และวิธีการ ปฏิบัติสำหรับการระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้ บริการพ.ศ. ....คำว่า มาตรการทางเทคนิคใด ๆ ถูกตีความว่า สามารถเจาะ แฮก หรือเข้าถึงข้อมูลส่วน บุคคลจากระบบผู้ให้บริการ อาจได้ไปซึ่งข้อมูลธุรกรรมทางการเงินได้ ท้ังท่ีความจริงแล้ว หมายถึง วิธีการ บล็อกแบบหนึ่ง ซึ่งไม่สามารถเขียนได้ว่าต้องใช้โปรแกรมใด และไม่ได้หมายถึงว่าจะเป็นการถอดรหัส เพราะ การถอดรหัสต้องมีคำสั่งศาลเท่านั้นตามมาตรา 18
ส่วนการใช้อำนาจของเจ้าหน้าท่ีหลักการไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิม แต่เพิ่มเติม คือ ให้เจ้าหน้าท่ีผู้เชี่ยวชาญ
ด้านคอมพิวเตอร์สามารถเข้าไปช่วยเหลือเจ้าหน้าท่ีตามกฎหมายอื่นท่ีไม่เช่ียวชาญเมื่อได้รับการร้องขอ เพื่อให้สังคมได้รับความยุติธรรมและเป็นคุณมากขึ้น

11.ให้อำนาจปิดเว็บที่ไม่ผิดกฎหมายแต่ขัดศีลธรรม ปิดกั้นสิทธิประชาชน เพราะไม่รู้ว่าอะไรที่เรียกว่าขัดต่อ ศีลธรรมหรือความสงบ

ข้อเท็จจริง
การปิดเว็บตามร่างกฎหมายฉบับนี้ ไม่ได้เป็นการปิดก้ันสิทธิของประชาชน เพราะมีกลไกการสร้างสมดุลใน การระงับการแพร่หลายท่ีสังคมรับไม่ได้ บางกรณีต้องบังข้อมูลนั้นไว้ เช่น เว็บโชว์ฆ่าตัวตาย เว็บสอนวิธี การปล้น หรือเว็บสอนวิธีทำอาวุธ จึงต้องมีคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลฯ พิจารณาคำร้องดังกล่าว มีจำนวนรวม 9 คน 6 คนมาจากภาครัฐ 3 คนมาจากเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน ด้านสื่อสารมวลชน และ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะมีการต้ังหลายคณะให้เหมาะสมกับคำร้องแต่ละฉบับ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ ผู้ให้บริการ และประชาชนสูงสุด เมื่อตรวจสอบเรียบร้อย ต้องส่งต่อให้รัฐมนตรีเห็นชอบ และส่งให้ศาล ดำเนินกระบวนการพิจารณาอีกคร้ัง จึงจะออกคำส่ังได้ ซึ่งศาลจะพิพากษาให้ระงับหรือลบข้อมูลเท่าน้ัน ส่วนอะไรท่ีถือว่าเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ศาลได้มีแนวทางการ พิจารณาอยู่แล้ว ประกอบกับพิจารณาจากส่ิงที่สังคมรู้สึกรับไม่ได้


12.กระทรวงดิจิทัลจะผลักดัน Thailand 4.0 ได้อย่างไรภายใต้สภาพภัยคุกคามแบบนี้

ข้อเท็จจริง
ในอดีตรัฐบาลได้มีนโยบายเปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้า ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางท่ีดี ทุกภาคส่วนน่าจะ มาให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีมาสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศเรามากกว่าใช้เป็นเวทีโจมตีกัน ใน การสร้าง Cyberspace ของไทยให้น่าอยู่เป็นที่ทำมาหากิน จำเป็นต้องมีสภาพแวดล้อมท่ีอำนวยความ

13.พ.ร.บ.ฉบับน้ีมีผลกระทบเช่นใดต่อนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล และการผลักดัน Thailand 4.0

ข้อเท็จจริง
พ.ร.บ.คอมฯ เป็นหลักพื้นฐานสาคัญท่ีสร้างระเบียบและสภาวะแวดล้อมความมั่นคงปลอดภัยในโลกไซเบอร์ ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล และ Thailand 4.0