วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

การีน่าดัน’แอร์เพย์ การ์ด’ เจาะผู้ใช้นอนแบงก์

เชื่อตลาดยังใหญ่มาก-มีฐานลูกค้าเกมแน่น ตั้งเป้ากวาดลูกค้าเพิ่ม 4.5 ล้านราย

การีน่าจับช่องว่างตลาด “นอนแคช” ต่ำมาก จับมือสถาบันการเงินดัน “แอร์ เพย์ การ์ด” เปิดโอกาสทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านบัตรเสมือนแบบไม่ต้องมีบัญชีธนาคาร-บัตรเครดิต เมินคู่แข่งรายใหญ่ 


นางสาวมณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การีน่า ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เทรนด์การใช้จ่ายแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีเพย์เมนท์เป็นหนึ่งในตลาดที่แข่งขันกันเข้มข้นในไทย ทั้งพฤติกรรมผู้ใช้ที่นิยมซื้อสินค้า/บริการออนไลน์มากขึ้น และจำนวนผู้ให้บริการอีเพย์เมนท์ในประเทศ

นอกจากนี้ ผลการศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้ “แอร์เพย์” ซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 ธุรกิจหลักภายใต้การีน่า พบว่า ผู้ใช้งานผ่านแอพสูงถึง 70% ยังไม่มีบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตในการทำธุรกรรมออนไลน์ ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับภาพรวมของตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ส่วนใหญ่หรือ 98% ใช้เงิน ในการทำธุรกรรมและมีเพียง 2% เท่านั้นที่ใช้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (นอนแคช) เช่น บัตรเครดิต และอีเพย์เมนท์

นางสาวมณีรัตน์ ระบุว่า ลูกค้าแอร์เพย์กว่า 1.4 ล้านรายเริ่มต้องการใช้บริการที่มากกว่าการใช้แอร์เพย์เพื่อซื้อไอเท่มในเกม หรือชำระค่าสินค้าในเว็บชอปปี้ของการีน่า

ล่าสุดบริษัทร่วมมือกับพันธมิตรสถาบันการเงินทั้ง “ธนชาต” และ “มาสเตอร์การ์ด” ให้บริการ “แอร์เพย์ การ์ด” บัตรเติมเงินเสมือนบัตรเครดิต เพื่อเพิ่มความสะดวกและลดข้อจำกัดการทำธุรกรรมออนไลน์ และรองรับการเป็นสังคมไร้เงินสดตามนโยบายของประเทศ

ทั้งยังเป็นแผนรองรับไลฟ์สไตล์ใหม่ของผู้บริโภคที่เริ่มต้องการความสะดวกการใช้จ่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ เช่น ซื้อตั๋วหนัง ตั๋วเครื่องบิน ซื้อสินค้าต่างๆ เติมเงินมือถือ และต่อยอดฐานผู้ใช้ในกลุ่มเกมของการีน่า ซึ่งมีกว่า 27 ล้านไอดีในไทยเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่จะใช้แอร์เพย์ การ์ด

“ผู้ใช้แอร์เพย์ การ์ด เป็นใครก็ได้ ไม่ต้องมีบัตรเครดิต/เดบิต หรือบัญชีธนาคาร ก็ใช้แอร์เพย์ได้ โดยจะมีลักษณะเหมือนบัตรเครดิตที่ใช้ซื้อสินค้าและบริการต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ไม่เฉพาะบริการในเครือการีน่า และผสมผสานกับรูปแบบบัตรเดบิตที่ผู้ใช้จะต้องเติมเงินเข้าบัตรก่อน ซึ่งทำได้ผ่านแอพพลิเคชั่น และหน้าเคาท์เตอร์ของแอร์เพย์”

ส่วนคู่แข่งในตลาดที่มีราว 6 รายในไทย ทั้งรายใหญ่ และแนวโน้มของผู้ให้บริการรายใหม่ๆ ที่จะเข้ามาอีก แต่ก็เชื่อว่าจะไม่ส่งผลต่อตลาดแอร์เพย์ เนื่องจากฐานผู้ใช้เดิมที่มีอยู่แล้ว และลูกค้าจากตลาดเกมของการีน่าที่มีกว่า 27 ล้านไอดี ทั้งยังเป็นตลาดที่มีพื้นที่เติบโตอีกมากเนื่องจากเป็นเทรนด์ใหม่ที่ยังมีผู้ที่ไม่มีความรู้ในการใช้งานอีกมาก ซึ่งการีน่าก็มีเคาท์เตอร์ให้บริการที่ลูกค้าใช้บริการได้

“แอร์เพย์" เป็นบริษัทในเครือการีน่า เริ่มให้บริการตั้งแต่ปี 2557 เพื่อเป็นตัวกลางรับชำระเงินออนไลน์ ทั้งสาธารณูปโภค บันเทิง ท่องเที่ยว และมูลนิธิต่างๆ กว่า 20 แห่ง ให้บริจาคเงินได้สะดวกผ่านบริการแอร์เพย์ โดยให้บริการ 2 รูปแบบคือ แอพพลิเคชั่นบนมือถือ มีผู้ใช้ปัจจุบัน 1.4 ล้านคน และแอร์เพย์ เคาท์เตอร์ ให้บริการทั่วประเทศกว่า 8.5 หมื่นแห่ง

บริษัทตั้งเป้ามียอดผู้ใช้แอร์เพย์เพิ่มขึ้น 4.5 ล้านราย และเพิ่มจำนวนให้บริการผ่านเคาท์เตอร์แอร์เพย์จาก 8.5 หมื่นจุดเป็น 1.8 แสนจุดภายในปีหน้า ซึ่งจำเป็นต้องขยายเพิ่มสำหรับลูกค้าในพื้นที่ห่างไกลหรือยังคุ้นเคยกับหน้าร้าน

ธนชาติ-มาสเตอร์การ์ด2พันธมิตร
นายปริญญา จินันทุยา ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจการชำระเงินและร้านค้ารับบัตร ธนาคาร ธนชาต จำกัด (มหาชน) เผยว่า ธนชาตทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดการระบบเคลียริ่งระหว่างแอร์เพย์และมาสเตอร์การ์ด

โดยมองว่าบริการดังกล่าวจะช่วยลดช่องว่างการเข้าถึงบริการออนไลน์ เนื่องจากบริการทางการเงินแต่ละรูปแบบก็จะตอบโจทย์การใช้งานที่ต่างกันไป เช่น บัตรเครดิตรจะเป็นกลุ่มผู้มีฐานเงินเดือน 1.5 หมื่นบาทขึ้นไป และเป็นรูปแบบสินเชื่อที่ให้ใช้ก่อนจ่ายทีหลัง ขณะที่บัตรเดบิต จะใช้การผูกบัญชีกับธนาคาร และใช้จ่ายได้ตามจำนวนวงเงินที่มี

ขณะที่สภาพตลาดปัจจุบัน ประชากรในไทยกว่า 65 ล้านคน มีผู้ใช้บัตรเครดิตเพียง 20 ล้านราย และบัตรเดบิตราว 40 ล้านราย ซึ่งถือเป็นโอกาสใหญ่ทางการตลาดที่จะขยายการเติบโตผ่านบัตรพรีเพดแอร์เพย์

“เรามองว่าแอร์เพย์เป็นทางเลือกที่สะดวก ไม่ต้องสมัครเอกสาร และยังเปิดกว้างให้ใครก็สมัครได้”

นางสาวณัชสิชา วรพฤกษ์พิสุทธิ์ รองประธานและหัวหน้าฝ่ายการพัฒนาการตลาด มาสเตอร์การ์ด ประเทศไทย เสริมว่า ผลสำรวจ 88% ของผู้ใช้งานให้ความสำคัญกับการชำระเงินผ่านออนไลน์มากที่สุดในการตัดสินใจจะซื้อหรือไม่ซื้อสินค้า/บริการออนไลน์

ระบบของมาสเตอร์การ์ด มีเทคโนโลยีเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานด้วย “3ดี ซีเคียว” เป็นระบบส่งโค้ดให้ผู้ที่ลงทะเบียนผ่านมือถือเพื่อตรวจสอบบุคคลที่ได้รับการอนุญาตในการใช้งาน ซึ่งในอนาคตก็จะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะพัฒนาออกมาเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้การใช้งานได้มากขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้จ่ายทั้งในและต่างประเทศบนพื้นฐานความปลอดภัย