"ประจิน" หวังใช้เวทีไอทียูเชื่อมโยงดิจิทัลกับนานาชาติ ทั้งเตรียมเสนอโครงการเน็ตหมู่บ้านเข้า ครม.สัปดาห์หน้า
ในการประชุมโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรี หัวข้อ “Growing the digital economy the role of government” ในงาน “ITU Telecom World 2016” วานนี้ (15 พ.ย.) พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) กล่าวภายหลังการประชุมฯว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการหารือร่วมกับรัฐมนตรีจากทั้ง 24 ประเทศ เช่น บังกลาเทศ ไนจีเรีย ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ และอิหร่าน เป็นต้น
โดยแต่ละประเทศได้พูดถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่เกิดขึ้นมาในส่วนประเทศของตัวเอง ซึ่งประเทศไทย ได้เสนอการขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 การดำเนินการพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเชื่อมโยงไปทั่วประเทศ เพื่อช่วยยกรับคุณภาพชีวิตประชาชน การประกอบธุรกิจ ช่วยเหลือด้านการศึกษา และสาธารณะสุข เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม จากการประชุมครั้งนี้ ประเทศไทยมุ่งหวังให้แต่ละประเทศเกิดความร่วมมือกันด้านต่างๆ ระดับภูมิภาค และระดับโลก เนื่องจากเทคโนโลยีดิจิทัลจะเป็นประโยชน์ได้ต้องเชื่อมโยงระหว่างกัน อีกทั้งในอนาคตอันใกล้นี้โลกจะเข้าสู่ยุค “อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์” ที่อุปกรณ์ต่างๆ เชื่อมโยงเข้ากับอินเทอร์เน็ตได้
ทั้งนี้หลังเสร็จสิ้นการหารือครั้งนี้ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) จะรวบรวมข้อมูลเสนอแต่ละประเทศ เพื่อส่งเสริมการเยื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน รวมถึงจะเผยแพร่ข้อมูลบางส่วนที่น่าสนใจให้ติดตามอ่านทางเว็บไซต์
“เน็ตหมู่บ้าน”สป.หน้าเสนอครม.
ส่วนความคืบหน้าโครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน ล่าสุดกระทรวงดีอี ได้เตรียมนำมติของคณะกรรมการเตรียมการด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(บอร์ดดีอี) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่ระบุว่าให้กระทรวงดีอีลงทุนวางโครงข่ายอินเทอร์เน็ตในโครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้านจำนวน 24,700 หมู่บ้าน ภายใต้วงเงิน 15,000 ล้านบาท รวมถึงที่ประชุมเห็นชอบให้กระทรวงโอนเงินให้บมจ.ทีโอที
ส่วนที่เหลืออีก 15,732 แห่งให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นผู้ลงทุน เพื่อเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า ให้ ครม. เห็นชอบตามหลักการดังกล่าวของบอร์ดดีอี รวมถึงยกเลิกมติ ครม. ที่เกี่ยวกับโครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้านเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาเช่นกัน
“มาลี”ขอกลับกระทรวง
นอกจากนี้ กรณีล่าสุด นางสาวมาลี วงศาโรจน์ อดีตรองปลัดกระทรวงดีอี ทำเรื่องเสนอขอกลับเข้ามาทำงานยังกระทรวงดีอีอีกครั้ง หลังอนุมัติให้การลาออกจากตำแหน่งมีผลไปเมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเบื้องต้นตนได้อนุมัติในหลักการให้กลับเข้ามาทำงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แต่ได้ขอให้ นางสาวมาลี อธิบายเหตุผลประกอบเพิ่มเติม เช่น หางานใหม่ทำไม่ได้ คิดถึง หรืออยากกลับมาช่วยงานกระทรวงดีอี เป็นต้น เพื่อที่จะรายงานนายกรัฐมนตรีได้ชัดเจน เนื่องจากการ นางสาวมาลี ได้ลาออกจากตำแหน่งไปตั้งแต่สิ้นเดือนที่ผ่านมาเท่านั้น
ทั้งนี้ เชื่อว่าสาเหตุที่ นางสาวมาลี ลาออกและขอกลับมาทำงานต่อในช่วงเวลาไม่กี่วัน ไม่น่าเกี่ยวข้องกับปัญหาความขัดแย้งกับนางทรงพร โกมลสุรเดช อดีตปลัดกระทรวงดีอี
“ไอทียู”เปิดสมุดปกขาว
ขณะที่ นายเอียวอาเน่ โคโรวูกิ (Ioane Koroivuki) ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ได้เปิดตัวสมุดปกขาวเรื่อง กฎหมายและนโยบายด้านบรอดแบนด์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อบริการฟิกซ์บรอดแบนด์ที่รวดเร็วขึ้น
สมุดปกขาวได้เรียกร้องให้รัฐบาลต่างๆ เป็นผู้นำการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สร้างกลุ่มพันธมิตรที่ประกอบด้วยหน่วยงานต่างๆ จากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และพัฒนานโยบายโทรคมนาคมที่เป็นมิตรกับบรอดแบนด์
รัฐบาลควรที่จะปรับปรุงการผนวกรวมโครงสร้างพื้นฐานและหาแนวทางที่จะทำให้กระบวนการที่จะรับสิทธิ์ไม่ซับซ้อน อาคารและโครงการนวัตกรรมใหม่ๆ ควรจะต้องมีระบบการเชื่อมต่อไฟเบอร์ กำหนดมาตรฐานที่ชัดเจนในการชดเชยสำหรับการเรียกคืน และริเริ่มการตั้งกองทุนบริการสากล
รัฐบาลควรที่จะวางกรอบการทำงานด้านไอซีทีที่ครอบคลุมรอบด้าน ขยายการเชื่อมต่อไฟเบอร์กับนานาประเทศ ลดทอนข้อจำกัดต่างๆ ให้แก่ผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคม นักลงทุน และผู้วางโครงข่ายสาธารณูปโภค อนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ได้มากขึ้น และใช้คลื่นความถี่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น





