สำรวจบรรยากาศธุรกิจปลายปีไอทีออกอาการซึมยาวข้ามปีหลังพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน เมินโปรโมชั่นงานอีเวนท์-บิ๊กอสังหาฯเชื่อทุกบริษัทรอดูสถานการณ์
นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด ระบุว่า ช่วงนี้ผู้บริโภคไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะจับจ่าย ซึ่งพีซีเป็นกลุ่มสินค้าที่ยอดขายลดลงมาก แม้ยอดขายเอเซอร์ช่วงสัปดาห์ที่มีข่าวไม่ดีในประเทศลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ และคาดว่าช่วงนี้เริ่มดีขึ้น
แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือในระยะ 5-6 ปีที่ผ่านมา งานอีเวนท์หรืองานขายใหญ่ๆ เริ่มไม่มีผลต่อยอดขาย เพราะมีทางเลือกมากขึ้น ประกอบกับพฤติกรรมผู้ซื้อเปลี่ยนแปลง ไม่ค่อยเดินเลือกสินค้าในงาน แต่จะใช้วิธีหาข้อมูลมาก่อนแล้วไปซื้อเลย ไม่เดินเลือก
ขณะที่ภาพรวมของตลาดไอทีก็ไม่ได้แข่งกันรุนแรงนัก โดยเฉพาะช่วงนี้ที่เชื่อว่าทุกแบรนด์ไม่กระหน่ำโปรโมชั่นรุนแรง ทำให้คาดว่ายอดรวมปีจะทรงตัว
ด้านแหล่งข่าวกล่าวว่า ตลาดพีซีโดยปกติ ไตรมาส 4 จะต่ำกว่าไตรมาส 3 เล็กน้อย ดังนั้นเมื่อมีปัจจัยลบ และผู้ขายชะลอการทำโปรโมชั่น จะทำให้ตลาดลดลงไปอีก
ทั้งนี้คาดว่าอาจต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน ที่ผู้ค้าจะเริ่มกระตุ้นตลาดอย่างจริงจังอีกครั้ง
กำลังซื้อหดตัว-ฮึดปรับโฉมร้านดึงดูด
แหล่งข่าวในวงการค้าปลีกไอที กล่าวว่า กำลังซื้อปีนี้หดตัวอย่างเห็นได้ชัด ทั้งจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ และการที่ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะการซื้อผ่านออนไลน์
“กำลังซื้อชะลอไปพอสมควร ประกอบกับข่าวคราวต่างๆ ที่มีผลต่อจิตใจผู้บริโภคไม่อยู่ในมู้ดจับจ่าย แต่ในกลุ่มที่เป็นคอไอทีจริงๆ ยังมีการเปลี่ยน หรืออัพเดทผลิตภัณฑ์ ขณะที่ผู้ค้าที่มีหน้าร้าน ช่วงนี้พยายามปรับโฉมหน้าร้านให้ดึงดูด ทันสมัย พร้อมทั้งเปิดช่องทางออนไลน์ โซเชียล เน็ตเวิร์ค อย่างไรก็ตาม คาดว่า การชะลอจับจ่ายโค้งสุดท้ายอาจส่งผลให้ร้านค้าปลีกต้องปรับเป้ารายได้ลดลง”
นายจาริตร์ สิทธุ ผู้จัดการฝ่ายงานวิจัย สายงานศึกษาตลาดไคลเอนต์ ดีไวซ์ ประจำไอดีซี ประเทศไทย กล่าวว่า โดยปกติไตรมาส 4 จะเป็นช่วงที่ยอดขายคอมพิวเตอร์หรือพีซีซบเซาที่สุด ดังนั้นบรรยากาศที่ไม่มีสีสันในช่วงนี้จึงทำให้ตลาดยิ่งทรุดตัวลงอีก ซึ่งบริษัทกำลังอยู่ระหว่างการปรับตัวเลขยอดขายทั้งปีใหม่ลดจากคาดการณ์เดิม 2.3 ล้านเครื่อง
ส่วนตลาดที่กระทบมากที่สุดคาดว่าจะเป็นสินค้าในกลุ่ม “สมาร์ทโฟน” ซึ่งเป็นตลาดที่ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว โดยลดลง 9% ตั้งแต่ต้นปี มูลค่ารวม 3.88 หมื่นล้านบาท และช่วงเวลาปกติไตรมาส 4 จะเป็นไตรมาสที่มีสินค้าใหม่เปิดตัวหลายรุ่น แต่หากไม่มีกิจกรรมทางการตลาด หรือการโปรโมทก็จะส่งผลให้เกิดการชะลอตัว
“ที่เคยคาดการณ์ไว้ต้องปรับใหม่ทั้งหมด เพราะยอดต่ำกว่าที่คาดการณ์ไปแล้ว คาดว่าปลายเดือนนี้จะได้สรุปคาดการณ์ใหม่อีกครั้ง” นายจาริตร์ กล่าว
อสังหาฯปรับแผนเร่งยอดโค้งสุดท้าย
นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ร่วม บริษัท พฤกษาเรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 4 เติบโต แต่ไม่มากนัก ต่างจากไตรมาสเดียวกันปีที่แล้วที่เติบโตอย่างมาก ส่วนยอดขายรวม 3 ไตรมาสที่ผ่านมาประมาณ 2.65 แสนล้านบาท เติบโต 4%
ส่วนช่วง 2 เดือนสุดท้าย ทุกบริษัทอยู่ในภาวะรัดเข็มขัด รอดูสถานการณ์ และอารมณ์ของประชาชน ดังนั้นคาดยอดขายรวมตลาดกรุงเทพฯและปริมณฑลไตรมาส 4 ปีนี้ จะทำได้ไม่ถึง 1 แสนล้านบาท
ส่วนยอดขายของบริษัทในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ประมาณ 3.4 หมื่นล้านบาท จึงมั่นใจยอดขายปีนี้ตามเป้า 5.1 หมื่นล้านบาท โดยได้ปรับรูปแบบการทำตลาด โฆษณาและส่งเสริมการขายในช่วง 2 เดือนสุดท้าย ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เป็นแคมเปญเฉพาะในแต่ละโครงการ เป็นการลดราคาพิเศษ การแจกเครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ ฟรีสัญญา ค่าโอน ค่าจดจำนอง รวมถึงแคมเปญที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เพื่อเร่งการตัดสินใจซื้อ
นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต รองประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาธุรกิจ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจัยภายในประเทศที่ส่งผลกระทบ ทำให้บรรยากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการซื้อขาย อาจส่งผลให้ภาพรวม 2 เดือนที่เหลือเติบโตไม่มาก ดังนั้น บริษัทจึงได้มีปรับแผนเลื่อนเปิดโครงการใหม่ 10 โครงการไปปีหน้า
“การเลื่อนเปิดตัวโครงการในไตรมาส 4 จะส่งผลให้ยอดขายของบริษัทต่ำกว่าเป้า 15-20% จากที่วางไว้ 1.5 หมื่นล้านบาทในช่วงโค้งสุดท้าย”
พร้อมทั้งปรับแผนการทำตลาดจากเดิมที่ใช้การโฆษณาประชาสัมพันธ์ และการจัดอีเวนท์ มาเป็นการขายแบบเรียบง่าย เน้นโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ ป้ายบิลบอร์ด และการขายในรูปแบบสมาชิกแนะนำสมาชิก
หวังครบกำหนดถือครองรถคันแรกดันยอด
นางเพียงใจ แก้วสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ยังค่อนข้างทรงตัว โดยมียอดขายที่ดีขึ้นกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย ถือเป็นสัญญาณที่ดี
นอกจากนี้เชื่อว่า การที่รถยนต์ในโครงการรถคันแรกได้เริ่มครบกำหนดการถือครอง 5 ปี ในเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา ทำให้สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้นั้น จะมีส่วนส่งเสริมให้ตลาดเกิดการเคลื่อนไหว และมีการซื้อขายมากขึ้น แต่อาจจะยังไม่เห็นภาพที่ชัดเจนนักในปีนี้ แต่จะเด่นชัดในปี 2560
สำหรับภาพรวมตลาดเชื่อว่ารถที่จะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนก็คือ กลุ่มเอสยูวี และพีพีวี ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงกลุ่มรถขนาดเล็กอย่างอีโค คาร์ ที่จะได้รับการตอบรับจากตลาด จากการที่มีราคาไม่สูง แต่ตอบสนองการใช้งานได้ดี
นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันรถทั้งเอสยูวี หรือว่า ครอสโอเวอร์ ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะสามารถใช้งานได้หลากหลาย มีสมรรถนะดี สะดวกสบาย ตอบสนองพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค และมีราคาที่ไม่แตกต่างจากรถยนต์นั่งมากนัก ทำให้ค่ายรถต่างๆ หันมาให้ความสำคัญกับตลาดนี้มากขึ้น และเชื่อว่ารถกลุ่มนี้มีผลต่อตลาดรถยนต์รวมในปีนี้
มาสด้ามีรถในกลุ่มนี้ทำตลาด 2 รุ่น คือ ซีเอ็กซ์-3 และซีเอ็กซ์-5 ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี ทำให้บริษัทตัดสินใจปรับเพิ่มเป้าหมายการจำหน่ายรวมในปีนี้เป็น 4.5 หมื่นคัน
แคมเปญเน้นเป็นเจ้าของรถง่ายขึ้น
แหล่งข่าวจากวงการรถยนต์กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวของค่ายรถในช่วงปลายปีไม่แตกต่างจากช่วงที่ผ่านมามากนัก โดยยังคงเน้นการจัดแคมเปญส่งเสริมการขายในรูปแบบต่างๆ แต่จะเน้นให้ผู้บริโภคเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น เช่น มิตซูบิชิ ที่ช่วยจ่ายค่ารถให้ส่วนหนึ่ง หรือวอลโว่ ฟรีผ่อนชำระ 3 เดือน นอกจากนั้นก็เป็นรูปแบบเดิมคือ ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนนาน แถมประกันภัยและอื่นๆ
อย่างไรก็ตามเชื่อว่าช่วงปลายปี ตลาดจะมีแรงบวกเพิ่มขึ้นจากงานมหกรรมยานยนต์ที่จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 1 ธ.ค. และการมีรถใหม่เข้ามาเสริมตลาดทั้งรถรุ่นใหม่และรุ่นปรับปรุง เช่น มาสด้า 3 โตโยต้า อัลติส วอลโว่ วี 40 ที 4 รวมถึงรถที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้และยังมีความสดใหม่ เช่น โตโยต้า เซียนต้า, อินโนวา ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด และรถปิกอัพ เกือบทุกยี่ห้อ เป็นต้น
สำหรับภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยนั้นเริ่มปรับตัวดีขึ้นในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา หลังจากติดลบมายาวนาน โดยข้อมูลล่าสุดเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้น 2.9% จากยอดขาย 6.36 หมื่นคัน ขณะที่ภาพรวม ม.ค.-ก.ย. 5.56 แสนคัน เพิ่มขึ้น 0.5%
นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่าสำหรับยอดขายเดือน ต.ค.มีแนวโน้มทรงตัว โดยปัจจัยบวกคือ ดัชนีการขายตามฤดูกาลชี้ว่าไตรมาสสุดท้ายจะมียอดขายสูงสุด ด้วยข้อเสนอพิเศษต่างๆ จากทุกค่าย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น แต่มีปัจจัยลบคือความกังวลต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่มีผลกระทบต่อภาคเอกชน ในขณะเดียวกันกำลังซื้อของภาคครัวเรือนยังคงไม่ขยายตัวอย่างเต็มที่





