การลงทุนในสินทรัพย์รวมของ 3 ค่ายมือถือ เพิ่มขึ้นราว 100,264 ล้าน
หากย้อนไปเมื่อวันที่ 11 พ.ย.2558 เกือบ 1 ปีเต็ม หลังสำนักงานคณะกรรมการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้จัดประมูลคลื่นย่านความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 60 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 2 ใบอนุญาต ซึ่งใช้เวลาในการประมูลข้ามวัน เสร็จสิ้นเวลา 19.25 น. ต่อมาในการประมูลคลื่นย่านความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 40 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 2 ใบอนุญาต ใช้เวลาประมูลยาวนานตั้งแต่วันที่ 15-19 ธ.ค. และยังมีการประมูลต่อเป็นรอบที่ 2 ในวันที่ 27 พ.ค. 2559 เพราะมีเอกชนบางรายผิดเงื่อนไขการประมูล จึงต้องเปิดประมูลใหม่
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.กล่าวว่า จำนวนเงินที่สำนักงาน กสทช.ส่งเข้ารัฐบาลภายหลังการประมูล ทั้งสองคลื่นความถี่ 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 4 ใบอนุญาตนั้น รวมเป็น 232,730 ล้านบาท ถือเป็นวงเงินประมูลที่มีมูลค่าสูง ที่กสทช.ส่งมอบให้ภาครัฐภายในระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่ ปี 59-63
โดยหากรวมแล้ว การจัดสรรคลื่นความถี่ในตลาดให้เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อเศรษฐกิจประเทศทางตรงกว่า 3.26 แสนล้านบาท จำนวนนี้มีเม็ดเงินลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาท มูลค่าการผลิตและนำเข้าเครื่องโทรศัพท์เป็นมูลค่ากว่า 1.67 แสนล้านบาท และมีเงินรายได้จากการประมูลส่งรัฐในปีแรก 59,000 ล้านบาท
สินทรัพย์รวมการลงทุนแสนล.
ด้านการลงทุนของผู้ประกอบการ ในช่วงระยะ 1 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2558 จนกระทั่งไตรมาส 2 ของปีนี้ การลงทุนในสินทรัพย์รวมของผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายหลักทั้ง 3 ราย เพิ่มขึ้นประมาณ 100,264 ล้านบาท การลงทุนที่เพิ่มขึ้นนั้นนับตั้งแต่ต้นปี 2558 จนถึงไตรมาสที่ 2 ปี 59
นอกจากการลงทุนของผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแล้ว จำนวนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ส่วนผู้บริโภคปัจจุบันจำนวนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นจาก 58.4 ล้านเลขหมาย ช่วงไตรมาส 3 ของปี 58 เป็น 61.7 ล้านเลขหมายในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 59
ทั้งนี้ มีผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวน 22 ล้านเลขหมายใช้เทคโนโลยี 4จี เมื่อมีผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่เพิ่ม การผลิตและนำเข้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็เพิ่มสูงตามไปด้วย เพื่อสนองความต้องการใช้งานที่มากขึ้น รวมทั้งผู้ที่ต้องการเปลี่ยนโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้อยู่ในระดับที่สูงขึ้นด้วย
นำเข้ามือถือใหม่20ล้านเครื่อง
จากข้อมูลของสำนักงาน กสทช. ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา (ต.ค.58-ก.ย.59) มีการผลิตและนำเข้าโทรศัพท์เคลื่อนที่เกือบ 20 ล้านเครื่อง หรือตัวเลขจริง 19,585,945 เครื่อง คิดเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 167,267 ล้านบาท
นอกจากนี้ จำนวนธุรกรรมจากเดือน ม.ค.-มิ.ย.59 เพิ่มขึ้น 46% จาก 29 ล้านครั้งเป็น 43 ล้านครั้ง เปรียบเทียบกับการเพิ่มจำนวนธุรกรรมของอินเทอร์เน็ต แบงก์กิ้งซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง2 5% เท่านั้น จากประมาณ 19 ล้านครั้ง มาที่ 23.5 ล้านครั้ง
“นี่คือผลกระทบต่อเศรษฐกิจทางอ้อม ที่ภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไปจะใช้อินเทอร์เน็ต ประกอบกิจการค้าต่างๆ คาดการณ์ว่า จะส่งผลกระทบมากกว่าทางตรง ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าการประมูล 4จี มีส่วนส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศทั้งระยะสั้นและระยะยาว และขับเคลื่อนประเทศไทยให้สามารถขยายตัวได้อย่างมีเสถียรภาพ” นาย ฐากร กล่าว
เพิ่มสปีด4จี-แอลทีอีรับส่งข้อมูล
ด้วยการลงทุนของผู้ประกอบการและการใช้งานผู้ใช้บริการที่สูงขึ้น ย่อมส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ แยกได้ดังนี้ การจัดสรรคลื่นความถี่ที่เพิ่มขึ้นในตลาดส่งผลให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้มีความเร็วรับส่งข้อมูลที่สูงขึ้นด้วยระบบ 4จี-แอลทีอี
โดยในประเทศไทยเทคโนโลยี 4จี-แอลทีอี มีความเร็วเฉลี่ยอยู่ในช่วงระหว่าง 6-25 Mbps (โดยเฉลี่ยทั่วโลกเทคโนโลยี 4จี-แอลทีอี มีความเร็วอยู่ที่ 13.5 Mbps) ขณะที่เทคโนโลยีแบบ 3จี มีความเร็วเฉลี่ยเพียง 3.5 Mbps การมีความเร็วอินเทอร์เน็ตที่สูงขึ้นนั้นทำให้ผู้ใช้บริการสามารถรับ-ส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น สามารถใช้แอพพลิเคชั่นประเภทวีดิโอได้คล่องตัว การติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วมากขึ้นและสามารถสื่อสารแบบวิดีโอ คอลล์ รวมถึงการใช้แอพพลิเคชั่นหลายตัวในเวลาเดียวกันทำให้ประหยัดเวลาและทำกิจกรรมต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย


