วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แซสหวัง3ปีดันธุรกิจ 2 เท่า

เอ็มดีใหม่แซส ซอฟท์แวร์ เผยวิชั่นมุ่งสร้างการเติบโตตลาดใหม่ ธุรกิจพลังงาน สาธารณูปโภค โทรคม

นายณัฐพล อภิลักษณ์โตยานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวในโอกาสพบสื่อมวลชนครั้งแรกหลังรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ 1 เดือนว่า ภารกิจจากนี้มุ่งก้าวสู่โอกาสการเติบโตใหม่ๆ นอกเหนือจากกลุ่มลูกค้าหลักธุรกิจการเงินการธนาคารซึ่งที่ผ่านมาสร้างรายได้สัดส่วนกว่า 80% 

โดยแนวทางธุรกิจจะโฟกัสไปกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล เทคโนโลยีบิ๊กดาต้า อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ และการป้องกันภัยคุกคามต่างๆ โดยกลุ่มลูกค้าที่จะเข้าเน้นเป็นพิเศษคือพลังงาน สาธารณูปโภคโทรคมนาคม รวมถึงราชการ


แซสคาดว่าภายในปี 2560 สัดส่วนรายได้จากกลุ่มการเงินการธนาคารจะลดเหลือ 50% และที่มาจากกลุ่มอื่นๆ อีก 50%


บริษัทมุ่งนำเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลระดับสูงเข้าไปช่วยจัดการข้อมูลให้อุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ การบริหารจัดการความเสี่ยง การบริหารข้อมูล และการหาเทคโนโลยีมาช่วยองค์กรเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตออฟธิงส์


“ทุกอุตสาหกรรมในตลาดเกิดใหม่อย่างไทยต้องการใช้งานเทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ การวิเคราะห์ความเสี่ยงเรื่องการทุจริต มีความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของตลาด แรงผลักดันการใช้เทคโนโลยีใหม่เช่นคลาวด์ สมาร์ทโฟน โซเชียลมีเดีย”


ส่วนช่องทางการจัดจำหน่าย เตรียมเพิ่มบุคลากรและทีมขาย พร้อมปรับโมเดลการทำตลาดจากเดิมเน้นขายตรงไปร่วมมือกับคู่ค้าผู้ติดตั้งระบบ(เอสไอ) และไอเอสพีมากขึ้น ขณะนี้ที่ร่วมมือกันเป็นทางการแล้วคือบริษัท ยิบอินซอย และที่กำลังเจรจาอีก 2 ราย รวมถึงจะร่วมมือกับผู้ให้บริการเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ต่างๆ เช่นไอบีเอ็ม


นอกจากนี้ ปีหน้าจะเริ่มทำตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ทำงานบนระบบคลาวด์ได้เต็มรูปแบบ ดังนั้นจากนี้สามารถรองรับโอเพ่นแพลตฟอร์มและโอเพ่นซอร์สต่างๆ ได้มากขึ้น ส่วนนี้จะเข้าถึงทั้งองค์กรขนาดใหญ่ เอื้อให้ใช้งานได้ในราคาถูกลง รวมถึงกลุ่มเอสเอ็มบี และสตาร์ทอัพที่มีงบการลงทุนไม่มาก


โมเดลการทำตลาดดังกล่าวสอดคล้องไปกับระดับภูมิภาคซึ่งประสบความสำเร็จอย่างดีมาก่อนอย่างมาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์


บริษัทตั้งเป้าว่า ภายใน 3 ปีนับจากปี 2560 จะสร้างการเติบโตธุรกิจในประเทศไทยให้ได้ถึง 2 เท่า ปัจจัยสำคัญมาจากการบุกตลาดใหม่ๆ นอกเหนือจากธนาคาร และการที่เข้าไปทำงานกับคู่ค้ามากขึ้น คาดด้วยว่าเมื่อถึงปี 2562 สัดส่วนรายได้จากกลุ่มธนาคารจะเหลือ 30%


อย่างไรก็ดี ภาพรวมการลงทุนไอทีในประเทศไทยปี 2560 คาดว่ายังคงขยายตัว โดยอินฟราสตรักเจอร์ หรือฮาร์ดแวร์จะโตเป็นตัวเลขหลักเดียว ทว่าซอฟต์แวร์จะโตได้สูงกว่าโดยเฉพาะซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวได้เป็นตัวเลข 2 หลัก


การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นกลุ่มตลาดที่เติบโตได้ต่อเนื่อง ขณะนี้หลายๆ องค์กรพยายามนำข้อมูลจากบิ๊กดาต้ามาใช้ประโยชน์ เริ่มได้เห็นขั้นกว่าการใช้งานข้อมูล หลายองค์กรตั้งทีมงานดูแลส่วนนี้โดยเฉพาะ


“ไทยเป็นตลาดกำลังพัฒนา หรือเทียร์ 2 ของการใช้งานซอฟต์แวร์ ในภาพรวมมีทั้งการลงทุนเป็นโซลูชั่นและเชิงเป็นเครื่องมือที่ไม่มีความซับซ้อนมาก”


พร้อมระบุว่า เทียบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกัน นอกเหนือจากสิงคโปร์ที่เป็นตลาดเติบโตแล้วเทียร์ 1 ไทยนับเป็นหนึ่งในตลาดดาวรุ่งที่มีศักยภาพเติบโตสูง ส่วนประเทศอื่นๆ ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันมีมาเลเซียและอินโดนีเซีย จากนั้นฟิลิปปินส์ เวียดนาม และที่กำลังพัฒนาอื่นๆ


ปัจจัยบวกที่ขับเคลื่อน กลุ่มภาครัฐมาจากนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ส่วนเอกชนมีลงทุนต่อเนื่องแต่ยังไม่ใช่ขนาดใหญ่ เนื่องจากต่างยังรอดูทิศทางและสถานการณ์ว่าการเลือกตั้งจะออกมารูปแบบใด