วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ประจิน’ลั่นนั่งรักษาการกระทรวงดีอี 1 เดือน

ชี้ชื่อย่อ ‘ดท.’ รอ รมว.ใหม่ทบทวน ระบุสเปครัฐมนตรีใหม่ให้นายกฯ เป็นคนเลือก ต้องเก่งด้านฝึกฝนพัฒนาบุคลากรในสังกัด

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารกระทรวง เรื่องการขับเคลื่อนภารกิจกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้พ.ร.บ.ปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2559 โดยมีหน่วยงานภายใต้สังกัด ส่วนราชการ ได้แก่ 1.สำนักงานรัฐมนตรี 2.สำนักงานปลัดกระทรวง 3.กรมอุตุนิยมวิทยา 4.สำนักงานสถิติแห่งชาติ 5.สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยมีส่วนรัฐวิสาหกิจ 1.บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หน่วยงานของรัฐ 1.สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) 2. สำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) 3.สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (องค์การมหาชน) และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เข้าร่วมประชุม

วิสัยทัศน์กระทรวงดีอีจะเป็นกลไกลหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีประชาคมโลก และมียุทธศาตร์กระทรวงดีอี ประจำปีงบประมาณ 2559-2562 โดยมียุทธศาสตร์ที่ 1. พัฒนาฐานรากเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัล 2. พัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล 3. พัฒนาสังคมดิจิทัลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน 4.ส่งเสริมและเพื่อประสิทธิภาพเพื่อบริหารจัดการอุตุนิยมวิทยา และการเตือนภัยต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

สำหรับประเด็นที่สังคมให้ความสนใจเกี่ยวกับชื่อย่อของกระทรวงฯนั้น พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ตัวย่อภาษาอังกฤษใช้คำว่า “เอ็มดีอี” ตัวย่อภาษาไทยใช้ตัวย่อ คือ“ดท.” ซึ่งจะใช้ในส่วนของราชการ แต่ภายนอกจะใช้ว่า “ดีอี” โดยตัวย่อดท.จะใช้ไปจนกว่าจะมีรัฐมนตรีว่าการอย่างเป็นทางการมา และให้ท่านเป็นผู้ทบทวนว่าจะเปลี่ยนชื่อย่อหรือไม่ แต่ในระหว่างที่เป็นรักษาการอยู่นี้คงไม่เปลี่ยนชื่อย่อ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับงานสารบรรณและงานเอกสารเกี่ยวกับการจัดเก็บเอกสาร 

ส่วนเรื่องของผู้จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคนใหม่ พล.อ.ประยุทธ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีจะใช้ดุลพินิจเอง แต่รัฐมนตรีคนใหม่ต้องเกี่ยวข้องทุกมิติ ทั้งการศึกษา สาธารณสุข เศรษฐกิจ การใช้งบประมาณ ต้องเป็นคนเก่งมีความเชี่ยวชาญมาฝึกคนและโน้มน้าวบุคลากรหน่วยงานในสังกัดได้ ส่วนงานของตัวเขาเองคือดำเนินการของบประมาณสำหรับกระทรวงดีอีให้ทันปีงบประมาณปี 2560 และในส่วนของตัวเองจะมาเป็นรักษาการซึ่งจะทำภายใน 1 เดือนให้ดีที่สุด 

นอกจากนี้ การคิดชื่อย่อเป็นไปตามระบบเอกสารและการรันตามลำดับของหนังสือราชการ ซึ่งเป้าหมายเร่งด่วนใน 1 เดือนนี้จะทำการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับพันธกิจของกระทรวงใหม่ และเน้นเสริมทักษะของบุคลากรให้เพิ่มมิติเรื่องสังคมมากขึ้นด้วย สำหรับสัญลักษณ์ของกระทรวงดีอีจะยังคงพระพุธสีเขียว เป็นสัญลักษณ์ของความรู้

พร้อมวางกรอบงานของกระทรวงดีอี ที่ต้องดำเนินการภายในกรอบเวลา 1 ปี 6 เดือน จากนี้ จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ ,การรองรับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ,การรองรับการพัฒนาทางสังคม และการสร้างระบบบริการภาครัฐด้วยเทคโนโลยี โดยมีโครงการสำคัญ อาทิ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเข้าสู่ทุกหมู่บ้าน ,อินเทอร์เน็ตสาธารณะฟรีครอบคลุมทุกตำบล ,เพิ่มช่องทางสื่อสารอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ 2 เท่า ,จัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไทยแลนด์ ,บ่มเพาะผู้ประกอบการรายใหม่ ,พัฒนาเมืองอัจฉริยะหรือสมาร์ทซิตี้ สนับสนุนการพัฒนามาตรฐานข้อมูลภาครัฐ , การออกกฎหมายหลักที่ครอบคลุมถึงนโยบายและแผนยุทธศาสตร์รัฐบาลดิจิทัล ,การรองรับบริการดิจิทัลของภาครัฐ , การดูแลความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ , การติดตามแผนปฎิบัติงานและแผนงาน และร่วมถึงการพัฒนาโครงสร้างฟื้นฐานกลางของภาครัฐ

“หลังจากระบบแผนงานส่วนราชการ พบว่ามีอะไรต้องบูรณาการและปรับปรุง ซึ่งจะให้แผนงานทั้งหมดจะต้องสอดคล้องการปฏิรูปประเทศ 2ปีที่ดำเนินการเป็นไปตามโรดแมพปี 2560 จะเป็นการขับเคลื่อน และพอเปลี่ยนกระทรวงเพิ่มหน่วยงานมาถือว่าท้าทาย ต้องฝึกคนที่มี เพิ่มหลักสูตร บรรจุคนเข้ามาเพิ่มเติม ในส่วนของคนเก่าที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ ต้องพัฒนาตนเองภายใน 1-3 เดือน ส่วนงานที่ค้างต้องให้เสร็จภายในปี 2560 และงานใหม่ต้องดำเนินการไปพร้อมกัน สามารถดำเนินการควบคู่ทั้งความมั่นคง สัมคม ลดความเหลื่อมล้ำ”

สำหรับการสรรหาบุคลากรตามโครงสร้างอัตรากำลังนั้น มีแผนสรรหาเพิ่มเกือบ 100 คน ซึ่งจะมีการโอนไปสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยสิ่งที่ต้องเร่งคือปรับเปลี่ยนความคิดของคน ต้องปรับปรับการทำงานใหม่ เพื่อสนับสนุน การดำเนินการของบประมาณที่ได้รับ และต้องคำนึงถึงลักษณะที่ส่งเสริมเอกชนด้วย ไม่ใช่แค่รัฐ โดยจะมีกฏหมายที่คาดเว่าจะเสร็จภายในปีนี้ จะขับเคลื่อนตามนโยบายภาครัฐ โดยในอนาคตจะมี 1 หน่วยในแง่ไซเบอร์ซีเคียวริตี้