วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กสทช.-ธปท.หารือดึงเชื่อมั่น 'พร้อมเพย์'

"กสทช. - แบงก์ชาติ" หารือแนวทางสร้างความเชื่อมั่นใช้บริการทางการเงินผ่านมือถือ ด้าน สพธอ. ผนึกไอซีที ตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียน

ปัจจุบันธุรกรรมต่างๆ กำลังขยับสู่การใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ต รวมถึงด้านการเงิน ขณะเดียวกันอาชญากรรมออนไลน์ก็เพิ่มขึ้นตามปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นการป้องกัน หรือรักษาความปลอดภัยทางการเงินบนระบบออนไลน์จึงต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญเช่นกัน

วันนี้ (12 ก.ย.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย และสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กำหนดจัดการประชุมหารือเรื่อง "แนวทางการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการทางการเงินผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่”

ผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. นางฤชุกร สิริโยธิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธปท. นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย และนายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะประธานสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

นายฐากร เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่าหลังจากสำนักงาน กสทช. ได้ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการกับ ธปท. เพื่อร่วมกันศึกษาแนวทางการกำกับดูแลบริการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์สื่อสารไร้สาย หรือโมบายเพย์เม้นท์ (Mobile Payment) กสทช. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลจึงต้องตรวจสอบบริการดังกล่าวให้ชัดเจน

โดยในอนาคตการลงทะเบียนซิมจะใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือ หรือฟิงเกอร์พริ้นท์ (Finger Print) ยืนยันตัวตน โดยกำลังจัดทำเงื่อนไขประกาศ กสทช. เพื่อนำไปเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์)

ที่ผ่านมาสำนักงาน กสทช. และธปท. ได้ยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Security) และการพิสูจน์ตัวตนผู้ใช้บริการชำระเงินผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งจะช่วยปิดช่องโหว่ที่มิจฉาชีพจะสวมรอยเป็นเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่นำไปใช้ในการฉ้อโกงธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงจะสนับสนุนให้ใช้บริการโอน-รับเงินแบบใหม่ ที่เรียกว่า พร้อมเพย์ (PromptPay) ที่พัฒนาขึ้นตามยุทธศาสตร์สร้างระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ (National e-Payment) ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนและภาคธุรกิจโอนเงินได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น โดยใช้เบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่และเลขประจำตัวประชาชนของผู้รับเงิน แทนการระบุเลขที่บัญชีเงินฝาก

ร่อนหนังสือกสทช.ป้องภัยไซเบอร์

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธานกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และรองประธานกรรมการ กสทช. กล่าวว่าที่ผ่านมาได้มีหนังสืออย่างเป็นทางการไปถึง เลขาธิการ กสทช. เพื่อให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

1. ศึกษาและกำหนดแนวทางส่งเสริมให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมมีแพลตฟอร์มในการแลกเปลี่ยนข้อมูลสำหรับการป้องกันและการเตือนภัยไซเบอร์ เช่น แพลตฟอร์ม Telecom-ISAC (Information Sharing and Analytic Center)

2. ศึกษาหาแนวทางเพื่อยกระดับการกำหนดมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของอุปกรณ์โทรคมนาคม โครงข่ายโทรคมนาคม รวมทั้งระบบการควบคุมโครงข่ายโทรคมนาคม จากมาตรฐานในระดับองค์กร (Organization Level) ขึ้นสู่ภาพรวมระดับประเทศ (National Level)

3. กำหนดแนวทางการกำกับดูแล การตรวจสอบ และดูแลอุปกรณ์ โครงข่ายโทรคมนาคม ระบบการควบคุมโครงข่ายโทรคมนาคมของผู้ประกอบการโทรคมนาคม ว่ามีขีดความสามารถรองรับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการป้องกันโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยิ่งยวดของประเทศไทย

4. ประสานความร่วมมือกับองค์กรกำกับดูแลที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เพื่อวางมาตรการและกำกับดูแลร่วมกัน
อย่างไรก็ตามสำนักงาน กสทช. ได้ประชุมหารือกับ ธปท. เกี่ยวกับแนวทางและรูปแบบกระบวนการพิสูจน์ตัวตนเจ้าของเลขหมาย เพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และได้มีมาตรการกำกับดูแลอย่างบูรณาการ

ทั้งนี้ เห็นว่าประเทศไทยต้องเร่งดำเนินการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติและมีสำนักงานขึ้น โดยคณะกรรมการดังกล่าวควรให้นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง เป็นประธาน การที่ต้องเร่งดำเนินการเพราะหลังจากตั้งแล้วจะต้องดำเนินการด้านการบริหารจัดการซึ่งต้องใช้เวลา 1-2 ปีเป็นอย่างน้อย จึงจะสมบูรณ์

ผู้บริโภคสนซื้อออนไลน์เพิ่ม38.4%

นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) กล่าวถึงผลการสำรวจพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตว่า ความสนใจซื้อสินค้าออนไลน์ปี 2559 เพิ่มขึ้นถึง 38.4% ขายสินค้าออนไลน์ 22.3%

สพธอ. มุ่งพัฒนาธุรกิจอีคอมเมิร์ซในทุกมิติ รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ซื้อและผู้ขายพร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีมีโอกาสเปิดตลาดสู่กลุ่มเป้าหมายทั้งในประเทศและต่างประเทศด้วย

นอกจากนี้ผลสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยปี 2559 พบภาพรวมคนไทยใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ 45 ชั่วโมงต่อสัปดาห์หรือ 6.4 ชั่วโมงต่อวัน โดยสมาร์ทโฟนยังคงเป็นอุปกรณ์หลักที่มีจำนวนผู้ใช้งานมากถึง 85.5% และมีจำนวนชั่วโมงการใช้งานเฉลี่ย 6.2 ชั่วโมงต่อวันสูงกว่าปี 2558 ที่มีผู้ใช้งาน 82% ใช้งานโดยเฉลี่ย 5.7 ชั่วโมงต่อวัน

ตั้งศูนย์ร้องเรียนความผิดคอมพ์ฯ

ดังนั้นเรื่องความไม่มั่นใจในการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ สพธอ.ได้ร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนในเรื่องการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์

ศูนย์ดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นใจเรื่องการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การทำธุรกรรมซื้อขายสินค้า ทำให้ผู้ค้าและผู้บริโภคมั่นใจได้อย่างเต็มที่ว่าจะมีศูนย์กลางที่พร้อมเป็นที่พึ่งและช่วยดูแลปัญหา ทั้งส่วนของเว็บไซต์ผิดกฎหมายหรือมีเนื้อหาไม่เหมาะสม ปัญหาการซื้อขายออนไลน์ ปัญหาภัยคุกคามไซเบอร์ และอื่นๆ