"สิงคโปร์ เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์"เจรจาเทมาเส็ก ทาบซื้อหุ้น "อินทัช" หวังเพิ่มบทบาทธุรกิจโทรคมนาคมในไทย "สมชัย" ชี้ไม่แปลกหากผถห.เดิมขอถือเพิ่ม
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวานนี้ (17 ส.ค.) ว่า สิงคโปร์ เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด หรือสิงเทล หน่วยงานด้านการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ ได้เริ่มการพูดคุยเพื่อซื้อหุ้นส่วนหนึ่งของบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของไทยรายหนึ่ง จากทั้งหมดมูลค่า 2,400 ล้านดอลลาร์ ที่เทมาเส็ก โฮลดิงส์ จำกัด ถืออยู่
สิงเทลกลับมาเจรจากับเทมาเส็ก ถึงความเป็นไปได้ที่จะเข้าซื้อหุ้น บริษัทอินทัช โฮลดิ้งส์ ที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นมาอีกครั้ง หลังเคยเจรจาในลักษณะนี้แล้วเมื่อปี 2556
การซื้อหุ้นดังกล่าวจะช่วยเพิ่มบทบาทของสิงเทลในไทย เนื่องจากอินทัชถือหุ้น 40.6% ในบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดของไทย ซึ่งสิงเทลถือหุ้นของเอไอเอสอยู่แล้ว 23.3%
ระบุการเจรจาเพิ่งเริ่มต้น
แหล่งข่าว ระบุว่า ในขณะนี้การเจรจาซึ่งเพิ่งอยู่ในขั้นต้น และมีความเป็นไปได้ทั้งในด้านล้มเหลว หรือมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เป็นการหารือถึงจำนวนหุ้นอินทัช ที่สิงเทลจะซื้อต่อจากเทมาเส็ก
โดยในปัจจุบัน อินทัชมีมูลค่าตามราคาตลาดที่ 5,900 ล้านดอลลาร์ และเทมาเส็กถือหุ้นอยู่ 41% ซึ่งกฎหมายไทยกำหนดให้ต่างชาติถือครองหุ้นของบริษัทโทรคมนาคมท้องถิ่นได้ 49% เท่านั้น
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ ยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ สิงเทล บริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ เริ่มมองหาการเติบโตทั่วโลกด้วยการขยายธุรกิจออกไปจากตลาดบ้านเกิดที่อิ่มตัวแล้ว โดยได้ลงทุนให้กับ ทรัสต์เวฟ บริษัทสหรัฐที่มีความเชี่ยวชาญด้านบริการจัดการความปลอดภัย ในวงเงิน 810 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว
รายงานข่าวระบุด้วยว่า ไทยเป็นตลาดการเติบโตที่น่าดึงดูดสำหรับบริษัทโทรคมนาคมหลายราย มียอดการใช้งานโทรศัพท์มือถือที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะประชาชนมีรายได้สูงขึ้นและเศรษฐกิจเติบโตในระดับที่แน่นอน ขณะที่ผู้สมัครใช้บริการโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ต ก็คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 88 ล้านบัญชีในปีนี้ หรือเพิ่มขึ้น 4.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
“เอไอเอส”ชี้เป็นเรื่องผู้ถือหุ้นใหญ่
ด้านนายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอไอเอส กล่าวถึงกระแสข่าวสิงเทล กรุ๊ป กำลังเจรจาเพื่อซื้อหุ้นบางส่วนของเทมาเส็ก ว่า คงให้ความเห็นใดๆ มากนักไม่ได้ เพราะตามมารยาทแล้วการเจรจาซื้อขายหุ้นเป็นสิทธิของผู้ถือหุ้น เพราะอย่างที่ทราบกันปัจจุบันสิงเทลเองก็ถือหุ้นในอินทัชซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของเอไอเอสอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม หากขอซื้อหุ้นเพิ่มในมูลค่าตามที่มีกระแสข่าวจริงไม่ได้รู้สึกกังวล เนื่องจากในขั้นตอนการทำงานระดับฝ่ายบริหารพนักงานทุกอย่างเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ที่ผ่านมา ผู้ถือหุ้นของอินทัชและแม้แต่ในเอไอเอสไม่เคยก้าวก่ายการทำงานหรือการบริหารเลย ยืนยันว่าบริษัทยังมีอิสระในการทำงานตามหลักธรรมาภิบาลที่ตั้งไว้
“ปัจจุบันสิงเทลก็ถือหุ้นอยู่แล้ว หากจะเจรจาเพื่อขอซื้อเพิ่มก็เป็นสิทธิ ซึ่งผมมองว่าไม่น่ากังวลอะไรเพราะที่ผ่านมาเขาก็ไม่เคยยุ่งการบริหารงาน แต่ถ้าหากในกรณีกลับกันมีการขายหุ้นหรือมีรายใหม่เลยมาขอซื้อหุ้นก็อาจเป็นเรื่อง”นายสมชัย กล่าว


