สหภาพ-พนักงาน กสท ค้านจัดตั้งบริษัทลูก ตามมติ คนร. หวั่นโดนแปรรูปรัฐวิสาหกิจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่14กรกฎาคม เวลา11.30น.ที่สำนักงานใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) แจ้งวัฒนะ ทางสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) ได้มีการจัดเวทีย่อยภายในหน่วยงาน เพื่อชุมนุมปราศัยพนักงาน ในกรณีที่คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(คนร.) ได้มีมติเมื่อวันที่11กรกฎาคม ให้ปรับโครงสร้างของ กสท และ บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) โดยการจัดตั้งบริษัทลูก3บริษัท เพื่อบริหารจัดการทรัพย์ของ
ทั้ง2บริษัท ได้แก่ บริษัท โครงข่ายบรอดแบนด์ภายในประเทศ, บริษัท โครงข่ายระหว่างประเทศ และ บริษัท ศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต โดยทั้ง3บริษัทถือหุ้นโดย กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) กสท และ ทีโอที ทั้งนี้ในการประชุมดังกล่าวมีผู้บริหารของ กสท เดินทางมาตอบคำถามพนักงาน และมีพนักงานเข้าร่วมฟังพร้อมแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าวกว่า300คน
นายสังวรณ์ พุ่มเทียน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า การปรับโครงสร้างรัฐวิสาหกิจในครั้งนี้ เป็นการนำเสนอของกระทรวงไอซีที และบริษัท ดีลอยท์ ที่ถูกจัดจ้างขึ้นมาเป็นที่ปรึกษา ซึ่งเป็นการพิจารณาแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแม้กระทั่ง คณะกรรมการบริษัทฯ ผู้บริหาร และพนักงานของ กสท ให้ทราบถึงรายละเอียด จึงมีลักษณะคล้ายกับเผด็จการทางความคิด ส่งผลให้พนักงาน กสท เกิดข้อสงสัยขึ้นว่า การปรับเปลี่ยนโครงสร้างในครั้งนี้ จะเป็นการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจให้มีความแข็งแกร่ง หรือ อ่อนแอลง โดยเฉพาะที่สำคัญการเอาโครงสร้างหลักของประเทศ เช่น สายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงใต้น้ำ(เคเบิ้ลซัพมารีน) ของ กสท ออกไปอยู่กับบริษัทที่จะสร้างขึ้นใหม่ ซึ่งยังไม่มีความมั่นใจว่าบริษัทนั้นๆ จะสามารถแข่งขันกับเอกชน และจะอยู่รอดได้หรือไม่
“ที่ผ่านมา กระทรวงไอซีทีไม่มีความชัดเจนในการปรับโครงสร้างอะไรสักอย่าง ตอนนี้เราจึงไม่รู้ว่าพนักงานของ กสท ใครต้องโดนไปอยู่กับบริษัทใหม่บ้าง ไปแล้วจะมีความมั่นคงหรือไม่ สภาพการจ้างงานและสวัสดิการที่เคยได้รับจะเหมือนเดิมหรือไม่ เราจึงขอแสดงจุดยืนคัดค้านการร่วมหน่วยธุรกิจ ถ้าปรับแล้วไม่ดีกว่าก็ไม่เอา และ กสท ก็ไม่ควรร่วมกับ ทีโอที ซึ่งหาก ไอซีที อยากช่วย กสท จริง ก็ควรเริ่มจากการแก้ไขกฎระเบียบให้ทำงานคล่องตัวขึ้น และเอาบอร์ดที่มีความสามารถมาให้เรา” นายสังวรณ์ กล่าว
นายสุรพันธ์ เมฆนาวิน กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า แนวคิดการตั้งบริษัทลูกตามมติของ คนร. เบื้องต้นทาง กสท เอง ยังไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างที่ละเอียดชัดเจน แต่ที่ผ่านมาได้มีการสอบถามไปคร่าวๆ พบว่าการปรับโครงสร้าง มีขึ้นเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการมากขึ้นกว่าการอยู่ในสถานะรัฐวิสาหกิจ ที่มีข้อจำกัดในด้านต่างๆ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับเอกชนได้ ส่วนเรื่องสถานภาพของพนักงานที่จะยังคงได้รับสิทธิประโยชน์เท่าเดิม รวมถึงใครที่จะไปอยู่กับบริษัทใหม่จะมีการสอบถามตามความสมัครใจด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ในด้านความประสงค์ของทางสหภาพฯ ส่วนตัวเห็นว่าไม่สามารถคัดค้านได้ แต่จะนำความเห็นที่ได้ไปแจ้งยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป
“การแยกพนักงานบางส่วนออกไปอยู่กับบริษัทใหม่ จะดีขึ้นหรือแย่ลงผมยังไม่สามารถให้คำตอบได้ แต่การแยกบริษัทออกไปเชื่อได้ว่าไม่น่าจะใช่การทำลายล้างรัฐวิสาหกิจ หรือขายสมบัติของชาติอย่างแน่นอน ไม่แน่ใช่เหตุผลในการจัดตั้งบริษัทใหม่อย่างแน่อน” นายสุรพันธ์ กล่าว
สำหรับกรอบการทำงานในการตั้งบริษัทใหม่ บริษัท เคเบิ้ลใต้น้ำระหว่างประเทศ ทาง กสท จะใช้เวลา3เดือนในการตั้งหรือจัดจ้างที่ปรึกษาขึ้นมาพิจารณา เริ่มการจัดตั้งบริษัทใหม่ภายใน6เดือน และโอนทรัพย์สินภายใน1ปี, บริษัท โครงข่ายระหว่างประเทศ ให้จัดตั้งแล้วเสร็จใน16เดือน และ บริษัท ศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ตให้จัดตั้งแล้วเสร็จใน12เดือน





