แอสเซนด์ดัน 'วีมอลล์' มาร์เก็ตเพลสออนไลน์เจาะสินค้าแบรนด์

กลุ่มแอสเซนด์ฉีกเทรนด์ตลาดอีคอมเมิร์ซ ผนึกแบรนด์สินค้าเปิดตัวห้างออนไลน์รายแรก
มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทยกว่า 5 หมื่นล้านบาท การขยายตัวมากกว่า 30% ต่อปี แต่เมื่อเทียบกับตลาดค้าปลีกกยังมีสัดส่วนเพียง 2% ของตลาดค้าปลีกโดยรวม ประกอบกับการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆของคนไทย กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งให้ตลาดซื้อขายออนไลน์ในไทยคึกคักและมีสีสันดึงดูดเม็ดเงินลงทุนทั้งผู้เล่นไทยเทศ
โดยเฉพาะการขยับตัวของยักษ์ใหญ่รายล่าสุด “แอสเซนด์ กรุ๊ป” อีคอมเมิร์ซอันดับสองในตลาดไทยประกาศเปิดตัว “วีมอลล์ (Wemall)” มาร์เก็ตเพลสออนไลน์ที่แบรนด์เข้ามาขายสินค้าตรงถึงผู้บริโภครายแรก
นายปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท แอสเซนด์ กรุ๊ป จำกัด บอกว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยกำลังอยู่ในช่วงขยายตัว โดยเฉพาะอีคอมเมิร์ซที่เกิดจากการซื้อขายผ่านมือถือ ซึ่งสัดส่วนการซื้อสินค้าออนไลน์ที่ผ่านแพลตฟอร์มในกลุ่มแอสเซนด์พบว่า 65-70% เกิดขึ้นบนมือถือ และเป็นคาแรกเตอร์เด่นของตลาดไทยที่ต่างจากตลาด เช่น สหรัฐ ที่การช้อปผ่านมือถือมีเพียง 22%
นอกจากนี้แนวโน้มที่กำลังจะเกิดในตลาดอีคอมเมิร์ซปีหน้าพบว่า นอกจากโมบาย คอมเมิร์ซแล้ว ปี 2560 จะเริ่มเห็นการหลอมรวมช่องทางการขายทั้งหน้าร้านและออนไลน์เชื่อมโยงเช้าหากันมากขึ้น (ออมนิชาแนล)
ขณะเดียวกันก็จะเริ่มเห็นการนำเสนอสินค้าที่เจาะจงเฉพาะบุคคลมากขึ้น เป็น “”แมส เพอซัลนัลไลเซชั่น” แนะนำลูกค้าในสิ่งที่ต้องการ และนำไปสู่การซื้อได้ดี และการใช้เรียลไทม์ อนาไลติกที่จะมีข้อมูลที่เหมาะสำหรับผู้ใช้ ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าชอบ เพราะเป็นข้อมูลที่ตรงกับความสนใจ ซึ่งสามารถใช้เรียลไทม์ เทคโนโลยี และการวิเคราะห์ข้อมูลบิ๊กดาต้า
"วีมอลลไม่ใช่ห้างออนไลน์ทั่วไปเท่านั้น แต่เป็นออมนิชาแนลให้กับแบรนด์และมีการนำเสนอข้อมูลและสินค้าที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า”
นายสืบสกล สกลสัตยาทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด บอกว่า แอสเซนด์ ต้องการสร้างแพลตฟอร์มธุรกิจที่ดีที่สุด โดยเริ่มต้นจาก "ไอทรูมาร์ท" ออนไลน์ รีเทลเลอร์ และ "วีเลิฟช้อปปิ้ง” ที่เป็นการขายของในระดับคอนซูเมอร์ทูคอนซูเมอร์ สร้างมูลค่าธุรกิจ 3.2 พันล้านบาท ยอดสั่งซื้อ 2.7 ล้านออเดอร์ มีลูกค้าบนแพลตฟอร์ม 20 ล้านคน ผู้ค้า 3 แสนราย
ส่วน “วีมอลล์” เป็นโมเดลธุรกิจใหม่ที่เริ่มลงทุนระบบไปแล้วกว่า 300 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา และจะเข้ามาช่วยเติมเต็มในแง่สินค้าแบรนด์ เน้นสินค้าแบรนด์ และมีบิสสิเนส โมเดลต่างกัน โดยที่ไอทรูมาร์ทจะกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ สโตร์ในวีมอลล์ และมีสินค้าแบรนด์มากกว่าเครือทรู หรือขายตรงโดยแบรนด์สินค้าเอง
"เชื่อว่าวีมอลล์ จะมียอดขายใหญ่มากกว่าไอทรูมาร์ทมาก และจะทำเป็นโมเดลต้นแบบที่ทดลองในไทย ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลช่วงไตรมาส 3-4 ว่าจะสามารถขยับไปสู่ประเทศอื่นได้หรือไม่”
โดยหลังจากเริ่มวีมอลล์เวอร์ชั่นทดลองแล้วตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. เริ่มมีลูกค้าซื้อของแล้ว 6 หมื่นกว่าออเดอร์ สินค้า1.5 หมื่นรายการ ปัจจุบันมีแบรนด์เนมในวีมอลล์กว่า 1,000 แบรนด์ และคาดว่าภายในปีหน้าจะเพิ่ม 2,000-3,000 แบรนด์
แผนต่อไปคือ ทำพลิวิเลจ โปรแกรม โดยจับมือกับธนาคารกรุงศรี และเคทีซี ทำโปรโมชั่นซื้อสินค้า นอกจากนี้ยังจะเปิดเอพีไอให้พันธมิตรเชื่อมต่อธุรกิจเข้ากับระบบของวีมอลล์
“ที่ผ่านมาคนมักจะพูดเสมอว่าอีคอมเมิร์ซน่ากลัว เพราะเป็นการขายโดยผู้ซื้อที่ซื้อของจากแบรนด์อีกที ทำให้ผู้ซื้อไม่กล้าซื้อ หรือใช้บัตรเครดิตซื้อของออนไลน์ แต่หลังจากมีไอทรูมาร์ท ซึ่งเป็นร้านค้าออนไลน์ที่ขายโดยตรงจากแบรนด์พบว่า รายได้ที่เกิดขึ้นในไอทรูมาร์ทกว่า 2 พันล้านบาทมาจากบัตรเครดิต”







