(รายงาน) ห่วงใช้ “เฟซบุ๊คไลฟ์” ผิดทาง ตำรวจขู่ใช้พรบ.คอมฯเชือด
พลันที่นายมครินทร์ พุ่มสะอาด หรือ “เน วัดดาว” อดีตผู้ต้องขังคดียาเสพติด ซึ่งมักอาศัยช่องทางการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียเผยแพร่ความเคลื่อนไหวของตัวเองจนกลายเป็นที่รู้จักของผู้คนที่นิยมใช้โซเชียลมีเดียจำนวนไม่น้อย ได้ใช้ “เฟซบุ๊คไลฟ์” ลูกเล่นใหม่ของแอพพลิเคชั่นชื่อดังอย่าง “เฟซบุ๊ค” ที่สามารถถ่ายทอดสดเหตุการณ์ต่างๆ ให้ผู้ที่เข้าถึงหน้าเพจได้ทันที ถ่ายทอดสดเหตุการณ์ขณะตัวเองกำลังใช้อาวุธปืนจ่อศีรษะเพื่อฆ่าตัวตาย จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจสร้างพฤติกรรมเลียนแบบขึ้นในสังคม
มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำนี้และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเอาจริงเอาจังกับการเข้มงวดในการใช้โซเชียลมีเดียที่มีลักษณะสามารถถ่ายทอดสดได้อย่างจริงจัง เพราะหวั่นเกรงว่าในเวลาไม่นานนับจากนี้ เฟซบุ๊คไลฟ์ อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด
“เชื่อว่าตอนนี้ ใครๆก็เคยเล่นเฟซบุ๊คไลฟ์ ซึ่งเราก็ใช้ ส่วนมากใช้ถ่ายทอดสดตอนที่เราไปเที่ยว ไปดูคอนเสิร์ตต่างๆ ซึ่งสามารถทำให้เพื่อนๆ ใน Facebook ของเราเข้ามาสนุกกับเราได้ แต่ข้อเสียก็มีไม่น้อยเช่นกัน อย่างเช่นใช้คำพูดที่ไม่ดี ขณะที่กำลังถ่ายทอดสดอยู่ หรือแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมก็จะแสดงออกมาเลยไม่สามารถแก้ไขได้” น.ส.ศิริวรรณ อ่อนละมุน วัย 24 ปี ผู้ใช้เฟซบุ๊ค กล่าว
ไม่ต่างจาก น.ส.กำไร อินประเสริฐ นักศึกษาระดับปริญญาโท สถาบันการศึกษาชื่อดัง หนึ่งในผู้ที่นิยมใช้เฟซบุ๊คไลฟ์ในการสื่อสารกับกลุ่มเพื่อนเป็นประจำ ยืนยันว่า เฟซบุ๊คไลฟ์ ถือเป็นสิ่งใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมของผู้ใช้โซเชียลมีเดีย ซึ่งสามารถถ่ายทอดสดกิจกรรมต่างที่ต้องการเผยแพร่ให้กลุ่มเพื่อนๆ ได้ติดตามได้ทันที เช่นเมื่อไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ สามารถเผยแพร่ภาพสถานที่นั้นๆ ให้เพื่อนได้ติดตามทันที
“มันมีทั้งข้อดีและข้อเสียนะ ข้อดีคือเหมือนเรามีช่องทางการสื่อสารกับใครก็ได้อยู่ในมือ สามารถมีเครื่องมือถ่ายทอดสดเหตุการณ์ต่างๆที่เราเจอได้ทันที เช่นเมื่อไปเที่ยวที่ไหนสวยเราใช้ถ่ายทอดสดให้เพื่อนเราได้เห็นด้วย และก็ยังสามารถเก็บไว้ดูได้อีก แต่ก็เป็นห่วงกลัวการนำไปใช้ในทางที่ผิดโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น เพราะที่ผ่านมาโซเชียลมีเดียถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเยอะเช่นการเผยแพร่ภาพลามกอนาจาร เมื่อสามารถใช้ช่องทางนี้ถ่ายทอดสดได้ทันทีก็น่าเป็นห่วง" น.ส.กำไร กล่าว
สอดคล้องกับ พญ.โชษิตา ภาวสุทธิไพศิฐ หัวหน้ากลุ่มภารกิจวิชาการ สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ ระบุว่า ทุกคนต้องตระหนักว่า พฤติกรรมการสื่อสารของคนในสังคมรุ่นใหม่กำลังเปลี่ยนไป เมื่อการสื่อสารทางโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะเฟซบุ๊คไลฟ์ ที่เป็นการถ่ายทอดสด จะเกิดมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบเพิ่มมากขึ้นแน่ แต่จริงๆแล้วพฤติกรรมเลียนแบบไม่ได้มีแค่ด้านลบเพียงอย่างเดียว ในด้านที่ดีก็มี ซึ่งอยากเรียกร้องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องพิจาณาหามาตรการในการควบคุมให้มีการใช้นวัตกรรมทางการสื่อสารเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
“หลังจากนี้พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเช่นกรณีที่เน วัดดาว ทำ หรือกรณีอื่นเช่น สิ่งลามกอนาจาร จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ เฟซบุ๊คไลฟ์ สามารถถ่ายทอดสดได้ทันที ผู้ใช้อาจไม่ได้ยั้งคิดอาจเผยแพร่อะไรที่ไม่เหมาะสมได้ง่าย" พญ.โชษิตา กล่าว
ไม่แตกต่างจาก ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่มองว่าเฟซบุ๊คไลฟ์ อาจเป็นเหมือนดาบสองคม มีทั้งด้านดีและด้านไม่ดี ข้อดีคือการสื่อสารจะรวดเร็วขึ้น ผู้ใช้สามารถนำเสนอเรื่องราวต่างๆได้ทันที แต่ในขณะนี้มีผู้ใช้เพิ่มมากขึ้นกลายเป็นสื่อสาธารณะ ที่ผู้ใช้ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม ต้องคิดก่อนว่าต้องการนำเสนออะไร ให้กับเพื่อนๆใน Facebook ให้รับทราบ เพราะการนำเสนอไปโดยไม่มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างอื่นตามมา หรือบางครั้งพูดแล้วอาจไปพาดพิงหรือหมิ่นประมาทผู้อื่น ก็จะมีความผิดตามกฎหมายตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทําผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้
“การใช้เฟซบุ๊คไลฟ์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ไม่ใช่เรื่องที่ผิด เเต่ถ้าใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ในการเผยเเพร่ภาพที่ไม่เหมาะสม ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายซึ่งหากพบมีการทำผิดกฎหมายพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทําผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ตามมาตรา 14 ผู้ใดกระทำความผิดที่เผยแพร่ ส่งต่อ หรือนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ,เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ,ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา และข้อมูลที่มีลักษณะอันลามก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือ ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งผู้ใช้ต้องระมัดระวัง” ดร.มานะ กล่าว
ขณะที่ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ยืนยันว่า ได้กำชับให้ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ติดตามตรวจสอบการใช้เฟซบุ๊คไลฟ์ อย่างเข้มงวดขึ้น หากพบว่ามีการใช้ในทางที่ผิด มีการเผยแพร่สิ่งผิดกฎหมาย ทั้งเรื่องที่เป็นภัยต่อความมั่นคง เรื่องที่เสื่อมเสียต่อศิลธรรมอันดีของสังคม จะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที เพราะปัจจุบันมี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ให้อำนาจตำรวจสามารถดำเนินคดีได้ทันที


