วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วิษณุ'แจงประมูลคลื่น4จี กรณีคสช.ใช้ม.44แก้ปัญหา

"วิษณุ" รองนายกฯ แจงประมูลคลื่น4จี กรณีคสช.ใช้ม.44แก้ปัญหา ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

วานนี้ (12เม.ย.) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHzว่า มีการกำหนดให้วันที่ 27 พ.ค. นี้ ซึ่งการเปิดประมูลคลื่นความถี่ได้ จำเป็นต้องใช้มาตรา 44 โดยในขั้นตอนปกติจะต้องมีการรับฟังความคิดเห็น ที่ใช้เวลานานและบวกกับเวลาเตรียมการของผู้เข้าร่วมประมูล เช่น การให้ธนาคารการันตี การประชุมผู้ถือหุ้น จึงต้องมาคิดว่าจะทำอย่างไรเพราะถ้าหากดำเนินการช้าราคาก็จะยิ่งลดลงในหลักพันล้านบาท

ซึ่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เห็นว่าต้องกำหนดเป็นวันที่ 27 พ.ค. จะใช้คำว่าภายในวันที่ 27 พ.ค. ไม่ได้ และจะเร็วกว่าหรือช้ากว่านี้ไม่ได้ เพราะการเชิญชวนต้องทำให้คนรู้ทั่วโลกว่ากระบวนการเดินแบบนี้ ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเข้าร่วมประมูลได้ทั้งหมด ยกเว้นรายที่ผิดสัญญาไปเมื่อครั้งก่อน ซึ่งเราก็รู้ว่าคือ บริษัท แจ๊ส โมบาย จำกัด แต่ไม่ได้เขียนไว้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)ก็สามารถเข้าร่วมได้แม้ไม่ได้เชิญชวน เพราะถ้าปิดกั้นอาจจะโดนฟ้อง และถ้ามีผู้เข้าร่วมประมูลจำนวนมากก็จะมีช่วยพยุงราคาให้ขยับขึ้นไปได้ รวมถึงจะต้องประมูลในราคาเริ่มต้น 75,654 ล้านบาท ทั้งนี้ขออย่าสมมุติว่า ทรูจะเป็นผู้ชนะการประมูล ไม่เช่นนั้นจะทำอย่างไร จะเขียนห้ามทรูเข้าร่วมประมูลหรือ จะยิ่งไปกันใหญ่กลายเป็นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลปกครอง

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า อย่าลืมว่าจากการประมูลที่ผ่านมา ผู้ที่ประมูลได้เป็นอันดับที่ 2 คือ บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ซึ่งตามหลักจะต้องมอบให้กับดีแทค แต่มีการติดต่อไปแล้ว ดีแทคตอบรับพร้อมเงื่อนไขขอให้เริ่มประมูลในราคาที่ 10,000 ล้านบาท เป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ แต่หากจะส่งมอบให้ดีแทคก็จำเป็นต้องใช้คำสั่งตามมาตรา 44 เช่นกัน ส่วนที่ไม่มอบให้บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) เพราะเป็นการประมูลคนละชุดจึงต้องให้มาประมูลแข่งขันกัน แต่หากเอไอเอสเข้าร่วมประมูลเพียงรายเดียวจะต้องจ่ายในราคาที่แจ๊สเคยประมูลไว้ แต่หากไม่มีผู้เข้าร่วมประมูลก็ยังคิดไม่ออกว่า จะต้องทำอย่างไร อย่างไรก็ตามยืนยันว่า จะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยเฉพาะทรู