“พรชัย” ยอมรับหลังปรับครม.ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับบอร์ดดีอี ยังเชื่อรัฐบาลต้องการขับเคลื่อนดิจิทัลอีโคโนมีซึ่งเป็นนโยบายหลักต่อไป
นายพรชัย รุจิประภา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวยอมรับว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับตัวคณะกรรมการเตรียมการเพื่อดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคม (บอร์ดดีอี) ว่าจะยังอยู่ต่อไปหรือไม่ แต่ในภาพของนโยบายหลักของรัฐบาลที่ต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจิดิจิทัล (ดิจิทัล อีโคโนมี) เชื่อว่าแม้จะไม่มีบอร์ดดีอีในอนาคต แต่รูปแบบการดำเนินการในภาพหลักน่าจะยังดำเนินการได้ต่อไป
"เรื่องบอร์ดดีอี ในส่วนของผู้ที่นั่่งเป็นบอร์ดอยู่ หากต้องออกจากเพราะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็เป็นการตัดสินใจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาว่าจะให้มีต่อหรือไม่ ส่วนตัวผมเองก็ได้ตอบตกลงเป็นที่ปรึกษาไป”
ส่วนความคืบหน้าล่าสุด การเปลี่ยนผ่านจากกระทรวงไอซีทีไปสู่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) นั้น อยู่ในชั้นของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) วาระ 2 คือ พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ...
โดยส่วนตัวมองว่าการเปลี่ยนชื่อกระทรวงเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล แต่การปฎิรูปกระทรวงนั้น ต้องเน้นเรื่องการปรับโครงสร้างของกระทรวงคือสำนักงานปลัดฯและหน่วยงานในสังกัดทั้งหลายมากกว่า
ทั้งนี้ นายพรชัย ยังได้ฝากให้นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีไอซีทีคนใหม่ ช่วยสนับสนุนรัฐวิสาหกิจในกำกับทั้งบมจ.ทีโอที และบมจ.กสท โทรคมนาคมให้อยู่รอดได้ต่อไป โดยที่ผ่านมาได้ประสานให้ทั้ง 2 องค์กรยุติปัญหาข้อพิพาทกับเอกชนและคู่สัญญาสัมปทาน เพื่อดำเนินธุรกิจของตัวเองต่อได้ในอนาคตมีทรัพย์สินและโครงข่ายไปบริหารจัดการได้ และต่อยอดไปสู่แผนดำเนินการบริษัทบรอดแบนด์แห่งชาติ
ส่วนการจัดสรรคลื่นความถี่ที่เคยหารือกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เกี่ยวกับโรดแมพคลื่นความถี่ทั้งหมด คงต้องให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีคนใหม่เป็นผู้ตัดสินใจว่า คลื่นความถี่ตั้งแต่ย่าน 470-2600 เมกะเฮิรตซ์จะจัดสรรให้ช่วงความถี่ไหน นำมาเปิดประมูลเชิงพาณิชย์และช่วงความถี่ไหนนำมาให้บริการแก่ภาครัฐ และการเรียกคืนคลื่นจากผู้ถือครองรายเดิมจะต้องมีการเยียวยาเงินหรือไม่





