ไม่เพียง4จี เท่านั้นที่ทำให้ระยะหลังมานี้อุตโทรคมไทยดูมีสีสันมากขึ้น อีกด้านเทคโนฯอนาคตอย่าง 5จี กำลังเป็นจุดโฟกัสใหม่ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ
แม้พัฒนาการของไทยอาจจะล่าช้าไปกว่าประเทศอื่นๆบ้าง ทว่ายังน่าจับตามองอย่างมากว่าการเติบโตที่ก้าวกระโดดของทั้งการใช้งานดีไวซ์ ดาต้า รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่อินเทรนด์ไม่แพ้ชาติใดในโลกจะช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมเดินหน้าต่อไปอย่างไร...
ลุยโครงการต้นแบบ
นายฮิโรชิ โอกาซากิ ผู้เชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคม บริษัท เอ็นทีที โดโคโม ประเทศญี่ปุ่น กล่าวในการบรรยายพิเศษหัวข้อ“5G เทคโนโลยีแห่งอนาคต (Evolution Toward 5G-Next Generation Mobile Network)” จัดโดย คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่า ขณะนี้ทั่วโลกเริ่มตื่นตัวที่จะยกระดับเครือข่ายโทรคมนาคมสู่เทคโนโลยี 5 จีกันแล้ว
ทั้งนี้ ตลาดที่พัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นเช่นบริษัทเอง ได้ร่วมมือกับพันธมิตรหลากหลายในวงการจัดทำโครงการต้นแบบ เพื่อประเมินความเป็นไปได้ พร้อมจัดทำแผนที่ชัดเจนเพื่อนำไปใช้งานอย่างเป็นรูปธรรม ฝั่งยุโรป และอเมริกาก็เช่นเดียวกัน
เขากล่าวว่า ในมุมมองของเอ็นทีทีโดโคโม ภายใต้โมบายเน็ตเวิร์คซึ่งคาปาซิตี้จะเพิ่มไปถึงระดับ 1 กิกะบิตต่อวินาที และจำนวนข้อมูลที่มีอยู่มหาศาล ต่อไปทุกอย่างจะถูกเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน สอดคล้องไปกับเทรนด์อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ ขณะเดียวกันประโยชน์ที่ได้รับครอบคลุมทุกอุตสาหกรรมและการใช้ชีวิตประจำวัน
“ภาพในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าหรือราวปี 2563 เป็นต้นไปน่าจะได้เห็นว่าทุกอุปกรณ์สามารถเชื่อมต่อและควบคุมผ่านเครือข่ายไร้สาย มีการยกระดับการบริโภคคอนเทนท์ซึ่งมีคุณภาพสูงแบบเรียลไทม์ อีกทางหนึ่งเกิดบริการใหม่ๆ พร้อมพัฒนาคุณภาพชีวิตในหลายๆ มิติ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา เฮลธ์แคร์ หรือ ความปลอดภัย”
ดีเดย์เปิดทางการ2563
นายโอกาซากิ กล่าวอีกว่า เครือข่าย 5จี จะมาพร้อมโซลูชั่นครบวงจรซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการใหม่ๆ และหลากหลาย เรียกได้ว่าเป็นพัฒนาการขั้นกว่าในการรองรับการใช้งานดาต้า คาปาซิตี้ การเชื่อมต่อดีไวซ์แม้บริเวณที่มีคนใช้งานหนาแน่น แต่ทั้งนี้ลดการใช้พลังงานและต้นทุนการบริหารจัดการ
พร้อมกันนี้ ขยายขอบข่ายการใช้งานคลื่นความถี่จากที่มีอยู่เดิม ร่วมไปกับช่วงคลื่นใหม่ๆ ที่สูงขึ้น มีความหลากหลายมากขึ้น งานที่ต้องทำควบคู่กันไปคือทำให้สถานีฐานสามารถให้บริการรองรับได้ทั้งคลื่นเดิมและของใหม่ที่เพิ่มเข้ามา
เขาระบุ ด้วยว่า แผนงานคร่าวๆ ของเอ็นทีทีโดโคโมวางไว้ดังนี้คือ ตั้งแต่ปีที่ผ่านมากระทั่งปี 2558 จนถึงต้นปีหน้าเริ่มจัดทำโครงการต้นแบบและศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ 5 จี ปี 2559-2561 เร่งพัฒนาเพื่อให้สามารถใ้ช้งานช่วงคลื่นที่สูงกว่า 6 กิกะเฮิรตซ์ได้ภายในปี 2562 จากนั้นเริ่มเปิดให้ทดลองใช้งาน และเปิดตัว 5จี อย่างเป็นทางการภายในปี 2563
คาดถึงไทยใน 5 ปี
นางสาวทับทิม อ่างแก้ว อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประเมินว่า มีความเป็นไปได้ที่ 5จี จะมาถึงประเทศไทยภายใน 5 ปีนับจากนี้ และหากเกิดขึ้นจริงจะก่อให้เกิดการลงทุนอีกมหาศาลทั้งเชิงอินฟราสตรักเจอร์ ซอฟต์แวร์ รวมถึงบริการ
อย่างไรก็ดี ความท้าทายที่สำคัญไม่ใช่ด้านเทคโนโลยี ทว่าเป็นเชิงกฎหมาย กฏระเบียบ และการบริหารจัดการเพื่อนำคลื่นความถี่มาใช้งาน เบื้องต้นที่จะเพียงพออย่างน้อยผู้ให้บริการต้องถือครองคลื่นไม่น้อยกว่า 100 เมกะเฮิร์ต
อีกทางหนึ่งเป็นเรื่องที่ทางผู้ให้บริการเครือข่ายต้องเตรียมความพร้อม รับมือการใช้งานคลื่นความถี่ที่สูงขึ้นหรือใช้หลายๆ คลื่นควบคู่กันไป
นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงระบบหลังบ้านซึ่งต้องสอดคล้องไปกับความต้องการการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น เพราะต่อไปจะไม่ได้มีเพียงเฉพาะการสื่อสารระหว่างคนกับดีไวซ์ แต่รวมไปถึงระหว่างดีไวซ์หรืออุปกรณ์ด้วยกันเอง ดังนั้น แนวทางที่สำคัญอันดับแรกต้องนิยามภาพ 5 จีให้ชัดเจนเสียก่อน
ติดกฏเกณฑ์รัฐ
นายภาณุวัฒน์ จันทร์ภักดี อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวเสริมว่า ทุกอย่างมีความเป็นไปได้หากมีคลื่นความถี่สำหรับใช้งานที่มากพอ
เขากล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ให้บริการเครือข่ายมีความพร้อมกันอยู่แล้ว ทว่ามีปัญหาติดขัดที่กฏเกณฑ์ภาครัฐ ดังนั้นเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องผลักดันให้มีการบริหารจัดการพร้อมนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
อย่างไรก็ดี สถานะของไทยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาแนวทาง เตรียมความพร้อม แต่ยังไม่มีการจัดทำโครงการต้นแบบใดๆ แต่ทั้งนี้จากการพูดคุยกับผู้ให้บริการเครือข่ายแต่ละรายเห็นว่าต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี ส่วนว่าจะทำได้ดีเพียงใดขึ้นอยู่ทรัพยากรที่มีของบริษัทนั้นๆ
พร้อมระบุว่า แม้ไทยเป็นประเทศที่ต้องนำเข้าเทคโนโลยีกว่า 80% ทว่าบุคลากรที่มีอยู่มีศักยภาพสามารถทำงานที่เป็นส่วนเสริมกันได้ เช่นพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานร่วมกับโครงข่าย หรือ บริการเสริมต่างๆ





