วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

ทุนไต้หวันผนึกกำลังบุก‘อีคอมเมิร์ซ’ไทย

ทุนไต้หวันผนึกกำลังบุก‘อีคอมเมิร์ซ’ไทย

ยักษ์อีคอมเมิร์ซไต้หวันเห็นสัญญาญดีตลาดไทยประกาศจับมือโรงงานอิเล็กฯรายใหญ่ทุ่มเฟสแรก 100 ล้านดอลลาร์ส่ง “พีซีโฮม” เจาะตลาดซื้อขายออนไลน์

นายหง จื้อ จัน ประธานสมาคมผู้ประกอบการอินเทอร์เน็ตและการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แห่งไต้หวัน และประธานกรรมการบริษัท พีซีโฮม ออนไลน์ จำกัด ไต้หวัน กล่าวว่า ตลาดซื้อขายออนไลน์หรือธุรกิจอีคอมเมิร์ซในไทยมีศักยภาพเติบโตสูงมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมูลค่าตลาดค้าปลีกในไทย 9 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อปี 2556 เป็นสัดส่วนออนไลน์เพียง 0.2% ขณะที่ค่าเฉลี่ยของภูมิภาคอยู่ที่ 1%

แต่เมื่อเทียบกับไต้หวัน ซึ่งเป็นตลาดที่อีคอมเมิร์ซเติบโตสูงมาก และมีสัดส่วนถึง 11% ของมูลค่าตลาดค้าปลีก หรือคิดเป็นมูลค่าถึง 1.1 ล้านล้านบาท และคนไต้หวันมีอัตราเฉลี่ยการซื้อสินค้าออนไลน์ 3.5 ชิ้นต่อคน เทียบกับจีนซึ่งอยู่ที่ 0.8 ชิ้นต่อคน และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล
หากคาดว่าไทยมีแนวโน้มเติบโตได้เร็วกว่าตลาดอีคอมเมิร์ซที่ประสบความสำเร็จในอดีตซึ่งอาจใช้เวลานับสิบปี แต่สำหรับไทยคาดว่าจะมีสัดส่วนธุรกิจออนไลน์จาก 0.2% เป็น 5% ของธุรกิจค้าปลีกทั้งหมดได้ภายใน 5-6 ปีจากนี้

ขณะที่นักธุรกิจอินเทอร์เน็ตไต้หวันก็เริ่มมองหาการขยายตัวในตลาดนอกประเทศ ซึ่งไทยก็เป็นหนึ่งในเป้าหมาย และมีธุรกิจอินเทอร์เน็ตราว 6-7 รายเริ่มเข้ามาในไทยแล้ว เช่น เคเคบ็อกซ์ และยังมีอีกราว 10 บริษัทที่กำลังจะตามเข้ามา เช่น กลุ่มโฆษณา

นายจันระบุว่า พีซีโฮมก็เป็นหนึ่งในผู้ประกอบธุรกิจอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ในไต้หวัน โดยเมื่อปี 2553 ได้ร่วมทุนกับอีเบย์ทำเว็บไซต์ ruten.com จนกลายเป็นเว็บประมูลอันดับหนึ่งของไต้หวัน และยังได้ขยายการให้บริการเว็บไซต์ในตลาดสหรัฐเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา

ล่าสุดบริษัทพีซีโฮมยังเริ่มมองศักยภาพในอาเซียน โดยเฉพาะไทยที่มีความพร้อมของตลาด และโครงสร้างพื้นฐาน จึงได้ร่วมกับ “แคล-คอมพ์” ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่จากไต้หวันในไทย ร่วมทุนตั้งบริษัท “พีซีโฮม (ประเทศไทย)” เพื่อดำเนินธุรกิจอีคอมเมิร์ซอย่างเป็นทางการในไทย ด้วยงบลงทุนสำหรับระบบและการบริหารจัดการเบื้องต้น 3 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะให้บริการเว็บ www.pchome.co.th ได้เดือน ก.ย.นี้

“แม้จะมีบริษัทรายใหญ่ด้านอินเทอร์เน็ตเข้ามาในตลาดไทยแล้วหลายราย แต่เราก็มองว่าเราเข้ามาในเวลาที่เหมาะสมไม่เร็ว หรือช้าเกินไป ประกอบกับโมเดลที่เราทำในไต้หวันที่เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จในตลาดไทยด้วย โดยเฉพาะการเป็นพันธมิตรกับผู้ค้าในประเทศ และการมองตลาดในระยะยาว”

พร้อมเผยว่า รูปแบบธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในไต้หวันคือ การให้ผู้ค้าเข้ามาขายสินค้าโดยไม่คิดค่าธรรมเนียมใดๆ ใน 3 ปีแรก เพื่อสร้างตลาดและการใช้งานที่แพร่หลาย ก่อนจะเริ่มเก็บ 1.5% จากยอดการซื้อขายสินค้าในแต่ละรายการ ซึ่งถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับรายอื่นๆ ทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสการขายสินค้าให้ผู้ค้าในไทยขายสินค้าให้ผู้ซื้อในไต้หวันและสหรัฐได้เช่นเดียวกับผู้ค้าในไต้หวันและสหรัฐที่เข้าถึงลูกค้าในไทยได้ง่ายด้วยเช่นกัน

เขาคาดว่าในช่วงเริ่มต้นกลุ่มการขายแบบคอนซูเมอร์ทูคอนซูเมอร์จะได้รับความนิยมสูง หรือราว 80% ของยอดทั้งหมด ส่วนกลุ่มบิสิเนสจะเริ่มได้รับความนิยมตามมา ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมพร้อมระบบเพื่อรองรับกลุ่มดังกล่าวด้วย

พร้อมมองว่าในปีแรกเว็บพีซีโฮมจะมีสินค้าบนเว็บไซต์ 5 ล้านรายการ ซึ่งแนวโน้มจะสูงกว่าในสหรัฐซึ่งมี 4 ล้านรายการในปีแรก ส่วนรายได้ที่บริษัทจะได้รับมองว่าจะเริ่มเห็นภาพชัดเจนหลังจาก 3 ปีแรก ซึ่งเป้าหมายของบริษัทช่วงนี้ต้องการสร้างตลาดให้เกิดการซื้อขายอีคอมเมิร์ซได้มากที่สุดก่อน