กสทช.ชงแก้กฎหมายเปลี่ยนผู้ประกอบการช่องดิจิตอลได้

กสทช.ชงแก้กฎหมายเปลี่ยนผู้ประกอบการช่องดิจิตอลได้

กสทช. เตรียมเสนอแก้กฎหมายให้เปลี่ยนมือผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลได้ ชี้หากล่าช้าหวั่นเกิดปัญหาขาดทุน-ปิดกิจการในอนาคต

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือเพื่อแก้ไขกฎหมาย มาตรา 9 และ มาตรา 43 ของ พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและ กิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 พรบ.พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ถึงสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เสนอใบอนุญาตเปลี่ยนมือผู้ประกอบกิจการได้ เพราะจากปัญหาสภาวะการขาดทุนของผู้ประกอยบริษัทไทยทีวี และอาจมีปัญหาเพิ่มเติมของผู้ประกอบกิจการในปี 59-60 เพราะเม็ดเงินที่ต้องชำระใบอนุญาตสูงถึง 32,000 ล้านบาท ซึ่งหากใช้มาตรา 44 จะสามารถแก้ปัญหาได้รวดเร็ว

ทั้งนี้หากไม่เร่งดำเนินการ อาจส่งผลต่อสภาวะเศรษฐกิจ เกิดหนี้เสียในระบบ ปัญหาคนตกงานจากการปิดกิจการ ซึ่งได้ถามความเห็นทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ธนาคารแห่งประเทศไทย สถาบันการเงิน ก็เห็นด้วยที่สามารถเปลี่ยนมือผู้ประกอบการได้ แต่ทั้งนี้จะต้องอยู่บนเงื่อนไข ว่าราคาจะต้องเท่ากับราคาที่ประมูลไป หรือต่ำกว่า จะสูงกว่าไม่ได้ โดยให้คนที่อยู่รอดก็ประกอบกิจการต่อไป

ส่วนกรณีที่ บริษัทไทยทีวี ส่งแผนเยียวยา โดยเนื้อหาจะไปออกอากาศเยียวทางช่องดาวเทียม ซึ่งได้ส่งให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. โดยพิจารณาในวันที่ 15 มิถุนายนนี้ ส่วนเงินประมูลที่ยังค้างอยู่ชำระอยู่ 1,641 ล้านบาท ยังไม่การแจ้งมา ซึ่งจะครบ15 วัน คือวันที่ 14 มิถุนายน หากยังไม่ชำระ จะส่งหนังสือถึงธนาคารกรุงเทพ ที่เป็นผู้ค้ำประกันให้ชำระหนี้ต่อไป

นางจำนรรค์ ศิริตัน หนุนภักดี นายกสมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ กล่าวว่า ครบ 1 ปีทีวีดิจิตอล มีผู้ประกอบการประสบปัญหา 1 ราย ส่วนรายอื่นๆ ก็อยู่อย่างมีภาระค่าใช้จ่ายที่สูง ก็ต้องหาทางออกทางธุรกิจกันไป และหากช่องประสบปัญหา ต้องเลิกกิจการไปทุกช่อง ก็จะส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาต รวมถึงมูลค่าการประมูลของผู้ประกอบการทั้ง 24 ช่อง ที่ลงทุนประมูลกว่า 50,000 ล้านบาท สุดท้ายจะเกิดความเสี่ยงหนี้สูญ ส่งผลต่อธนาคารที่ค้ำประกันให้ผู้ประกอบการ

ส่วนการการแก้กฎหมายนั้นมองว่า ควรแก้ไขให้ผู้ประกอบการเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย มีสิทธิ์ตัดสินใจ และการคัดเลือกคนที่จะมาบริหาร ต้องหามืออาชีพเข้ามาทำงาน ไม่ใช่เอานักกฎหมาย ผู้เกษียณอายุ ซึ่งไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญกด้านสื่อสารและโทรคมนาคมเลย และเงินที่เข้ากองทุนฯ ที่จะไปพัฒนาด้านวิชาชีพ แต่ที่ผ่านมาเอามาใช้ในงานของภาครัฐด้วยซ้ำไป ไม่มีการพัฒนาต่อด้านวิทยุโทรทัศน์เลย