ปณทผุดบริษัทลูกโลจิติกส์ครบวงจร

ปณทผุดบริษัทลูกโลจิติกส์ครบวงจร

ปณท เปิดตัวบริษัทลูก “ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น” หวังก้าวสู่การให้บริการด้านโลจิสติกส์ครบวงจร การันตีประสบการณ์บริการดีแน่นอน

นายวรการ ศรีนวลนัด กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด ในเครือบริษัท ไปรษณีย์ไทย (ปณท.) กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่นจัดตั้งขึ้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการของไปรษณีย์ไทย ตามหลักเกณฑ์การจัดตั้งและกำกับดูแลบริษัทในเครือรัฐวิสาหกิจตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2550 มีทุนจดทะเบียน 350 ล้านบาท ไปรษณีย์ไทยถือหุ้น 100%

ทั้งนี้ คาดว่าจะคืนทุนได้ใน 1-2 ปี จากสิ้นปีนี้ที่เชื่อว่าจะมีรายได้กว่า 400 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตแต่ละปีที่ 10% ของรายได้ทั้งหมด และตั้งเป้าเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) เพื่อเป็นผู้นำที่สำคัญของธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศกลุ่มอินโดนจีนภายในปี 2562

บริษัทแห่งนี้มีจุดเด่นการเป็นผู้ให้บริการขนส่งและกระจายสินค้าแบบครบวงจรที่จะเป็นผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญในภูมิภาคอินโดจีน เพื่อประโยชน์และสนับสนุนนโยบายของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ พร้อมให้บริการด้านบริการคลังสินค้า การจัดเก็บรักษาสินค้า ภายใต้มาตรฐานการควบคุมที่ตรงตามความต้องการของผู้รับบริการ การรับคำสั่งซื้อ การบรรจุหีบห่อ ตลอดจนกระบวนการจัดส่ง และการกระจายให้ถึงมือผู้รับที่ได้มาตรฐานอย่างมีคุณภาพตลอดทุกขั้นตอน ด้วยระบบไอทีที่ได้มาตรฐาน

ทั้งนี้ บริษัทได้เช่าใช้คลังสินค้าของบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พื้นที่กว่า 2 หมื่นตารางเมตร เพื่อเก็บสินค้า โดยแบ่งเป็นห้องที่มีอุณหภูมิเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ

นอกจากคลังสินค้าดังกล่าว บริษัทยังมีคลังสินค้าของบริษัทแม่อีก 16 แห่ง เพื่อเก็บสินค้าพร้อมส่งให้พาร์ทเนอร์ต่างๆ โดยขณะนี้ยังมีพื้นที่จัดเก็บมากเพียงพอต่อการรองรับ ซึ่งอนาคตข้างหน้าหากมีจำนวนสินค้ามากขึ้น บริษัทมีแผนจะลงทุนจัดตั้งคลังสินค้าเองโดยเฉพาะในพื้นที่ชายขอบและพื้นที่ที่เป็นเขตเศรษฐกิจ เป็นต้น พร้อมก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้อย่างเต็มภาคภูมิ

นางสาวอานุสรา จิตต์มิตรภาพ ประธานกรรมการ บริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น ระบุว่า ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่นจะมีโอกาสเติบโตได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้การให้บริการของบริษัทแม่ อย่างไปรษณีย์ไทยครบวงจรมากยิ่งขึ้น ด้วยการให้บริการแบบหน่วยงานรัฐต่อหน่วยงานรัฐ (จีทูจี) ธุรกิจต่อธุรกิจ (บีทูบี) และธุรกิจต่อลูกค้า (บีทูซี)

บริษัทมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือ กลุ่มยาและเวชภัณฑ์ อุปกรณ์สื่อสาร อิเล็กทรอนิกส์และไอที และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน กลุ่มอีคอมเมิร์ซ และเมล์ออเดอร์ นอกจากนี้ ยังให้บริการลูกค้าผ่านหน่วยไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น ในลักษณะการขนส่งสินค้าแบบเหมาคัน การรับเส้นหมี่จากจันทบุรี น้ำผัดจากโคราช ไปส่งโรงงานผู้ผลิตสินค้าสำเร็จรูป และกระจายไปยังร้านค้า หรือตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และยังจะเน้นการบริหารจัดการขนส่งที่สัมพันธ์กันระหว่างเที่ยวไปและเที่ยวกลับ เพื่อช่วยเพิ่มรายได้ของไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น และสามารถลดต้นทุนค่าใช้จ่ายให้ไปรษณีย์ไทยด้วย

ขณะที่นายปิยะวัตร์ มหาเปารยะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ อาวุโสรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ ทำให้ความต้องการในกลุ่มธุรกิจขนส่งเพิ่มมากขึ้น ไปรษณีย์ไทยจึงจัดตั้งไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่นดังกล่าว เพื่อก้าวสู่การให้บริการด้านโลจิสติกส์ครบวงจร ตามนโยบายดิจิทัล อีโคโนมีของรัฐบาล

ปณท หวังว่าบริษัทลูกจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการของไปรษณีย์ไทยครบวงจรมากขึ้น และรองรับความต้องการของผู้ใช้บริการและนโยบายรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยกระดับความสามารถของระบบให้บริการขนส่งทางถนนเพื่อขยายสู่การขนส่งข้ามประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ และจะต้องเพิ่มความสามารถในการทำกำไร สร้างรายได้เพื่อเลี้ยงตัวเองอย่างยั่งยืน

“ด้วยประสบการณ์ในการบริการไปรษณีย์แก่คนไทยมายาวนานกว่า 130 ปี ดังนั้นไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่นจะต้องพัฒนาคุณภาพบริการให้มีมาตรฐาน พัฒนาระบบการบริหารจัดการต่างๆ ยกระดับความสามารถของระบบให้บริการขนส่งทางถนนเพื่อขยายสู่การขนส่งข้ามประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ และจะต้องเพิ่มความสามารถในการทำกำไร สร้างรายได้เพื่อเลี้ยงตัวเองอย่างยั่งยืนในระยะยาว”

ส่วนของผลประกอบการไตรมาส 1/2558 ของไปรษณีย์ไทย มีรายได้อยู่ที่ 5,644 ล้านบาท กำไรสุทธิ 851 ล้านบาท คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะทำรายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 21,798 ล้านบาท กำไร 2,100 ล้านบาท

รายได้หลักยังมาจากการธุรกิจขนส่งในส่วนของบริการอีเอ็มเอส ที่สร้างรายได้ให้ถึง 47% ของรายได้รวม เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาการขายสินค้าออนไลน์มีความแพร่หลายและคนนิยมใช้บริการมากขึ้น ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เลือกใช้บริการเพราะสามารถเข้าถึงได้ทุกพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดที่บริษัทได้เปรียบคู่แข่ง
รายได้รองลงมาเป็นบริการจัดส่งจดหมาย ไปรษณียบัตร แผ่นพับที่มีสัดส่วน 45% ส่วนธุรกิจด้านการเงินค่อนข้างลดลง เพราะคนเลือกใช้ผ่านธนาคาร ตัวแทนรับชำระมากขึ้น แต่ไม่กระทบต่อรายได้โดยรวม เนื่องจากมีสัดส่วนที่น้อยอยู่แล้วที่ 2-3%