อาลีบาบาปักธงอีคอมเมิร์ซไทย ตั้ง “เรดดี้แพลนเน็ต” ตัวแทนจำหน่ายทางการรายแรก เจาะลูกค้าบีทูบี
นายโธมัส โฮ ผู้จัดการประจำประจำประเทศ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจระดับโลก อาลีบาบาดอทคอม กล่าวว่า เลือกไทยเป็นประเทศที่ 4 ต่อจากตุรกี เวียดนาม และมาเลเซียในการขยายฐานธุรกิจด้วยกลยุทธ์แต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายช่วยทำตลาดระดับท้องถิ่น(โกลบอล นีเซลเลอร์ส ดิสทริบิวชั่น)
ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญเนื่องจากเป็นตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพเติบโตสูง ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตขยายตัวต่อเนื่อง ที่น่าสนใจมีผู้จดทะเบียนเป็นธุรกิจส่งออก 1.5 หมื่นราย ซึ่งปีที่ผ่านมาขับเคลื่อนจีดีพีประเทศมากถึง 65% แข็งแกร่งทั้งธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม การเกษตร รวมถึงความงาม
ล่าสุด แต่งตั้ง บริษัท เรดดี้แพลนเน็ต จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ หน้าที่หลัก ให้บริการระบบสมาชิก “โกลบอล โกลด์ ซัพพลายเออร์ส” ของเว็บไซต์บีทูบีมาร์เก็ตเพลส อาลีบาบาดอทคอม(alibaba.com)
นอกจากนี้ ประสานงานดูแลให้ธุรกิจและผลิตภัณฑ์สามารถแสดงผลได้เต็มประสิทธิภาพ ก่อนหน้านี้ใช้วิธีการติดต่อผ่านทางโทรศัพท์หรือแชทคุยซึ่งการประสานงานไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร
“เรามองหาคู่ค้าที่จะทำธุรกิจร่วมกันในระยะยาว ในอนาคตคงยังบอกไม่ได้ว่าจะเพิ่มพาร์ทเนอรือีกหรือไม่ ขณะนี้ขอโฟกัสที่รายเดียวนี้ก่อน ที่ผ่านมากับ 3 ประเทศที่เริ่มต้นไปก่อนหน้าเมื่อ 5 ปีที่แล้วยังคงมีคู่ค้าประเทศละ 1 ราย”
เขากล่าวว่า โมเดลรายได้มาจากค่าบริการสมาชิกดังกล่าวโดยไม่มีคอมมิชชั่นจากการขาย การลงทุนในไทยนอกจากแต่งตั้งคู่ค้าดังกล่าว ได้ปรับระบบบริการบนเว็บไซต์ให้สามารถแปลเป็นภาษาไทยได้ ส่วนการตั้งสำนักงานยังไม่มีแผนในขณะนี้
อย่างไรก็ดี เป้าหมายระยะสั้นต้องการสร้างการรับรู้แบรนด์ ด้วยแม้ว่าชื่ออาลีบาบาเป็นที่รู้จักดีในตลาด ทว่าไม่ค่อยทราบถึงการบริการที่มี มากกว่านั้นให้ความรู้กับตลาดปูทางสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจในอนาคต
ส่วนระยะยาว เพิ่มทางเลือกช่วยให้ธุรกิจในประเทศไทยทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันประสบความสำเร็จด้วยอีคอมเมิร์ซในระดับโลก อนาคตหากพิจารณาเห็นว่าตลาดมีความพร้อม อีโคซิสเต็มส์ เอื้ออำนวยพร้อมในผลิตภัณฑ์ในเครือเข้ามาเปิดตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะบริการเชิงเพิ่มมูลค่าธุรกิจ
ปัจจุบัน บริษัทเป็นผู้ให้บริการออนไลน์มาร์เก็ตเพลสรูปแบบบิสสิเนสสู่บิสสิเนส(บีทูบี) อันดับ 1 ของโลกทั้งเชิงจำนวนสมาชิก และทราฟฟิกการเข้าชมต่อวัน ทั่วโลกมีสมาชิก 36 ล้านราย เฉพาะไทยมีผู้ลงทะเบียนรวม 5.7 แสนราย เทียบกับปีก่อนหน้าเติบโต 42% ปีนี้มั่นใจว่าต้องเติบโตมากขึ้นแน่นอน
นายบุรินทร์ เกล็ดมณี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เรดดี้แพลนเน็ต จำกัด กล่าวว่า ในประเทศไทยมีธุรกิจเอสเอ็มอีกว่า 2.7 ล้านราย จากจำนวนดังกล่าวมีศักยภาพสามารถส่งออกสินค้าไปขายต่างประเทศได้กว่า 10%
แต่ทั้งนี้ ขาดเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสำหรับพัฒนาธุรกิจ แผนงานจากนี้บริษัทเตรียมจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ ให้คำแนะนำการใช้บริการ การสมัครสมาชิก เทรนนิ่ง ให้บริการสมาชิก รวมถึงข้อมูลทางการตลาดที่เป็นประโยชน์
“เราหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งช่วยผลักดันให้ผลิตภัณฑ์และสินค้าส่งออกของไทยมีโอกาสใหม่ๆ สามารถขยายฐานไปได้บนเวทีการค้าระดับโลก”
เขากล่าวว่า ค่าสมาชิกเร่ิมต้นที่ 4.8 หมื่นบาทต่อปี ผู้ที่เข้ามาใช้ระบบพรีเมียมสามารถลงสินค้าจำหน่ายได้แบบไม่จำกัด มีบริการโปรโมทหน้าเว็บไซต์ เพิ่มความน่าเชื่อถือแก่ผู้ซื้อ ทั้งมีสิทธิพิเศษสามารถนำเสนอสินค้าไปยังผู้ซื้อจากทั่วโลกที่กำลังมีความต้องการ ณ ขณะนั้นๆ
บริษัทตั้งเป้าว่า จากฐานลูกค้า 1.6 รายจะมีผู้ที่สนใจเข้ามาร่วมเทรนนิ่งและใช้งานประมาณ 10%
ปัจจุบัน สัดส่วนรายได้ของบริษัทมาจาก 4 ธุรกิจหลักประกอบด้วย เว็บไซต์สัดส่วน 30% โฆษณาซึ่งรวมบริการของอาลีบาบาด้วย 50% เทรนนิ่ง 5% บริการลูกค้าเอ็นเตอร์ไพรซ์ 15% ในปีนี้คาดว่าสัดส่วนยังคงไม่เปลี่ยน ขณะที่ภาพรวมเทียบกับปี 2557 ตั้งเป้าการเติบโตรายได้ไว้ที่ 50%


