แกร็บแท็กซี่แตกโมเดลธุรกิจใหม่ส่ง “แกร็บคาร์” ลุยไทย
แกร็บแท็กซี่ส่งแกร็บคาร์ จุดพลุบริการรถพรีเมี่ยม รับอานิสงส์สมาร์ทโฟนบูม คาดธุรกิจปีนี้โตมากกว่า 10 เท่า
นายวีร์ จารุนันท์ศิริ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท แกร็บแท็กซี่ ประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทได้ต่อยอดความสำเร็จแอพพลิเคชั่นเรียกแท็กซี่ “แกร็บแท็กซี่” เปิดตัว แกร็บคาร์(GrabCar) ให้บริการรถรับ-ส่งระดับพรีเมี่ยม หรือลีมูซีนผ่านทางสมาร์ทโฟนในไทยอย่างเป็นทางการ
ก่อนหน้านี้ ได้เปิดให้ทดลองใช้อย่างไม่เป็นทางการแล้ว 6 เดือน พบว่า 3 เดือนหลัง นับตั้งแต่ ม.ค.เติบโตได้มากถึง 3 เท่า คาดว่าแนวโน้มยังโตได้ต่อเนื่องรับอานิสงส์สมาร์ทโฟนบูม และปัญหาเรียกแท็กซี่ในไทย เช่น เลือกหรือปฏิเสธรับผู้โดยสาร
สถิติระบุว่า ช่วงระยะทดลองมีการเรียกใช้บริการอย่างน้อย 1 ครั้งทุกนาที จำนวนรถยนต์เครือข่ายและการใช้บริการเพิ่มทุกวัน ที่สำคัญคนขับรถกว่า 85% มีงานในระบบต่อเนื่อง
เขากล่าวว่า ปัจจัยสำคัญมาจากการทำโครงสร้างราคาที่สมเหตุสมผลเริ่มต้น 75 บาท 10 กิโลเมตรแรก คิดอัตรากิโลเมตรละ 12.5 บาท และ 13.5 บาทสำหรับกิโลเมตรต่อๆ ไป ไม่มีชาร์จเพิ่มเป็นนาทีเมื่อการจราจรติดขัด
ปัจจุบัน มีรถยนต์ในเครือข่ายกว่า 100 คัน ที่นำมาให้บริการต้องเป็นระดับ โตโยต้า คัมรี่ หรือเทียบเท่า ไม่ต่ำกว่านั้น รถที่เข้าร่วมมีทั้งแบบส่วนตัวและจากบริษัท
ทิศทางธุรกิจในไทยปีนี้เน้นพัฒนาบริการ รายได้หลักยังมาจากแกร็บแท็กซี่ แต่จะพยายามหาโมเดลธุรกิจใหม่เข้ามาเสริม เช่น ขณะนี้มี 4 บริการหลัก คือ เรียกแท็กซี่ ลีมูซีน รถตู้ และส่งเอกสาร ในแผนบริการส่งเอกสารจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมเผยทิศทางธุรกิจที่ชัดเจนได้ภายในเดือนพ.ค.
ภาพรวมการลงทุนตลอดทั้งปี เน้นทำโปรโมชั่นพิเศษเพื่อสร้างฐานลูกค้า พร้อมพัฒนาระบบงานหลังบ้าน บริการ รวมถึงระบบแผนที่ให้แม่นยำมากที่สุด
พร้อมประเมินว่า การแข่งขันระหว่างผู้เล่นรุนแรงมากขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะการทำโปรโมชั่น การสร้างจุดต่างบริษัทใช้คุณภาพการให้บริการเป็นตัวนำ มากกว่านั้นสร้างเครือข่ายโดยร่วมมือกับคู่ค้าท้องถิ่น เช่น บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ลักษณะไมโครไฟแนนซ์ โดยให้สมาร์ทโฟนฟรีพร้อมแพ็คเกจดาต้าสำหรับรถแท็กซี่ที่สนใจสมัครร่วมให้บริการ
บริษัทตั้งเป้าว่า จากเดือนม.ค.-ธ.ค.ปี 2557 ที่การเรียกใช้งานเติบโตมากถึง 10 เท่า ด้วยบริการที่ดี และจำนวนแท็กซี่ที่มากที่สุดในประเทศไทย ปี 2558 จะทำได้ดีมากกว่าเดิม
ปัจจุบันตามข้อมูลของกรมการขนส่งมีรถแท็กซี่ให้บริการในไทย 1.1 แสนคัน ที่แอคทีฟทุกวันประมาณ 8 หมื่นคัน จากจำนวนดังกล่าว คาดว่า ปีนี้การเรียกใช้บริการผ่านแอพจะทำสัดส่วนได้มากกว่า 1% เชื่อว่า ตลาดสามารถเติบโตได้ดีต่อเนื่องจากปัจจัยการเติบโตสมาร์ทโฟน ขณะนี้สัดส่วนใช้สมาร์ทโฟนเขตกทม.มีมากถึง 60% ของประชากรราว 10 ล้านคน
นายวีร์เผยว่า มีแผนขยายตลาดไปยังหัวเมืองใหญ่ๆ เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น อุบลราชธานี ด้วยหลัง ขยายตลาดไปแล้วที่เมืองพัทยา และทดลองให้บริการที่จังหวัดเชียงราย
ปัจจุบัน แกร็บแท็กซี่มีรถแท็กซี่ซึ่งลงทะเบียนเข้ามาแล้วกว่า 1-1.5 หมื่นคัน ที่พบบางรายสามารถรับงานได้มากถึง 20 ครั้งใน 1 วัน




