วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘สุภัค ลายเลิศ’มองมุมบวก ดัน‘ยิบอินซอย’โตต่อเนื่อง

เปิดแนวคิดผู้บริหารบริษัทเอสไอรายใหญ่ ใช้มุมมองฝ่าวิกฤติตลาดทรุดตัว

ท่ามกลางเสียงบ่นถึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ค่อนข้างอ่อนแรง รายงานทางเศรษฐกิจของสำนักต่างๆ ไม่เติบโตดังที่คาดหวัง แต่สำหรับบริษัทผู้วางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแถวหน้า และอยู่ในแวดวงธุรกิจมาเฉียด 90 ปีอย่างบริษัท ยิบอินซอย จำกัด ที่มี “สุภัค ลายเลิศ” ดำรงตำแหน่งกรรมการอำนวยการ และประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยการมองมุมบวก

ยามสายของวันที่อุณหภูมิของกรุงเทพมหานครเริ่มอุ่นขึ้น สุภัค ได้เปิดร้าน Chan & Yupa Tearoom (สุขุมวิท ซ.10) ที่ดัดแปลงบ้านเก่าของคุณปู่ที่เป็นมรดกตกทอดมาถึงพี่สาวของเขาให้ “กรุงเทพไอที” ได้พูดคุย

ณ วันนี้ สุภัคยังคงเป็นชายหนุ่มอารมณ์ดี ใจเย็น และมีมุมมองเชิงบวกแก่ทุกสิ่ง เรียกได้ว่าใครที่จิตตก เกรงการรับมือต่อวิกฤตเศรษฐกิจ พอได้คุยกับผู้ชายคนนี้แล้วจะได้กำลังใจเพิ่มขึ้นอีกมาก


เมื่อถามถึงมุมมองต่อธุรกิจปีนี้ สุภัค บอกว่า ปีนี้เขายังมองบวกเช่นเดิม ตั้งเป้าการเติบโต 10-15% หลังจากปีที่่ผ่านมา บริษัทมีรายได้เติบโตประมาณ 15% เพราะมีแบ็กล็อกเก่าของปลายปีก่อนหน้าเข้ามาช่วยไว้

ผลงานปีที่แล้วออกมาดีเนื่องจากกลุ่มออยแอนด์แก๊สทำตัวเลขออกมาดี บมจ.ปตท แม้จะโดนปิดอาคารสำนักงานใหญ่ แต่ยังทำงานที่ศูนย์ต่างจังหวัดได้ งานราชการก็ได้การวางระบบดีอาร์ (disaster recovery) กลุ่มเทลโก ธุรกิจเร่งเติบโตจากการมี 3จี การลงทุนต่อเนื่อง หากปีนี้มีประมูลคลื่น 1800 น่าจะทำให้กลุ่มนี้ยังเติบโตต่อ ซึ่งปัจจุบันเครือข่าย 3จีไม่เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว

“โอเปอเรเตอร์ เข้าทุกค่าย แต่แบ่งทีมงานชัดเจน พยายามจะให้บริการไอที มีคลาวด์ เซอร์วิสเซส ระบบรักษาความปลอดภัย หาทางร่วมมือ และหาพาร์ทเนอร์มากๆ”

ขยายแหล่งรายได้ถาวร
เขายอมรับว่า ปีนี้น่าจะเหนื่อยเหมือนกัน ถึงมีแบ็กล็อกอยู่บ้างแต่ไม่มากเท่าปีที่ผ่านมา เพราะสถานการณ์ยังน่าจะมีผลกระทบจากหลายสิ่ง กลุ่มออยแอนด์แก๊สที่อยู่ในสภาวะผันผวน จึงพยายามหารายได้ระยะยาวให้เป็นรายได้ประจำของบริษัท ได้แก่ การให้เช่า การให้บริการ ซึ่งเริ่มมา 2 ปี และยังทำต่อเนื่อง ด้วยการทำโมเดลหลากหลาย เช่น การไปลงทุนเครือข่ายพื้นฐานในอาคาร ให้ผู้ที่ต้องใช้งานเครือข่ายมาเช่าใช้ โดยแบ่งส่วนแบ่งรายได้กับเจ้าของตึก

สุภัค กล่าวถึงสถานการณ์โดยรวมว่า เอสไอ “สาหัส” กันทุกราย จากสภาวะทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ส่วนของบริษัทเขาพยายามผลักดันลูกน้องให้นำเทคโนโลยีคลาวด์ไปเสนอแก่ลูกค้าเก่า ซึ่งอาจทำให้เสียยอดรายได้เครื่องลงบ้าง แต่ดีกว่าให้บริษัทอื่นนำ“คลาวด์”เข้าเสียบแทนในฐานลูกค้าเก่าที่มีอยู่

ทั้งนี้ ลูกค้าที่ไปคลาวด์คือ กลุ่มที่ให้บริการทางเว็บมากๆ มีแรงกดดันต้องทำคลาวด์ ซึ่งทันสมัย ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ โดยทำเป็นไฮบริดจ์
บุกลูกค้ากลาง-เล็ก

แผนงานปีนี้การทำตลาดในประเทศของยิบอินซอยคือ รุกลูกค้าขนาดกลางและเล็ก จากปีที่แล้วมุ่งเอ็นเตอร์ไพร้ซ เพราะเห็นว่าลูกค้าที่มีขนาดธุรกิจ 1-2 พันล้านบาทก็ต้องการใช้ไอทีมาก ซึ่งได้รับทีมเซลส์มา 1 ชุด เพื่อจับตลาดนี้โดยเฉพาะ โดยเห็นว่าตลาดนี้แข่งขันร้อย และบริษัทมีจุดที่แตกต่างจากผู้เล่นรายอื่น และต้องการจะจับมือกับลูกค้าตั้งแต่ต้น แล้วเติบโตไปด้วยกัน ลูกค้าเอสเอ็มอีหากจะไปดิจิทัล อีโคโนมีก็ต้องผ่านคลาวด์ บริหารต้นทุนให้เหมาะสม

ขณะเดียวกัน ได้หาโซลูชั่น อินชัวรันซ์มาให้บริการลูกค้า จากเดิมบริษัทประสบความสำเร็จในระบบแบงกิ้ง ซึ่งความต้องการของแบงกิ้งกับอินชัวรันซ์จะซ้อนกันเรื่องระบบหลังบ้าน โดยกำลังหาผู้รู้ และทีมงานที่เข้าใจธุรกิจมาเพิ่ม

นอกจากนั้น บริษัทยังทำโมบาย แอพให้ลูกค้าใช้ในแวร์เฮาส์ เป็นการว่าจ้างคนนอกทำให้ เนื่องจากการเขียนแอพพลิเคชั่นต้องใช้เด็กๆ ทำ และบริษัทยังได้ทดลองจ้างพนักงานเขียนแอพไว้ 2 คน เพื่อดูว่ารูปแบบการจ้างงานแบบใดจะเหมาะสมกับคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการริเริ่มธุรกิจเป็นของตัวเอง ไม่ค่อยต้องการเป็นลูกจ้างใคร ดังนั้น อีกแนวทางที่อาจต้องทำคือการให้ทุนเข้าสนับสนุนสตาร์ทอัพ

“ปีนี้ เป็นการต่อยอดของเก่า ทำอย่างไรให้ลูกค้าปรับเปลี่ยนโครงสร้างไอทีให้ทันสมัย สู่คลาวด์ โมบิลิตี้ อนาไลติกส์ ต้องคิดภาพใหญ่ให้ลูกค้ามีลอยัลต่อเรา และโตไปด้วยกัน”

เน้นระบบลูกค้าต้องใช้
สุภัค บอกว่า บริษัททำระบบที่ลูกค้าต้องใช้ ไม่ใช่ระบบฟู่ฟ่า ไม่ใช่โครงการผูกติดการเมืองที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสที่เปลี่ยนไป
ทั้งนี้ บริษัทมีศักยภาพมากพอที่จะทำธุรกิจไอทีได้ เป็นไอทีขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการใช้งาน ฉะนั้น จึงมีลูกค้าที่ตัดงบประมาณค่าใช้จ่ายด้านไอทีน้อยมาก
ไปพม่าหวังอนาคต


ส่วนการบุกตลาดพม่า ที่ออกไปทำตลาด 2 ปีมาแล้วมียอดรายได้ปีละไม่ถึง 100 ล้านบาท แต่อัตราการเติบโตดีขึ้น เป็นธุรกิจที่เลี้ยงตัวเองได้ ไม่ทำให้ขาดทุน และเชื่อว่า อีก 2-3 ปีจะโต“พรวดพราด” หลังจากการติดตั้ง และใช้งานเครือข่ายโทรคมนาคมของผู้ได้รับสัมปทาน 2 รายใหม่ให้บริการได้ราบรื่นจะช่วยผลักดันตลาดให้เติบโตสูง

การทำธุรกิจในพม่าของบริษัทเลือกลูกค้าที่เสี่ยงต่ำ คือ ธนาคาร และบริษัทโทรคมนาคมต่างชาติ ที่ล้วนต้องลงทุนต่อเนื่อง รองรับงานบริการต่างๆ ขณะที่ ลาว และกัมพูชา ยังไม่ได้เข้าไปตั้งสำนักงาน

ปรับโครงสร้างเปิดทางคนรุ่นใหม่
ก่อนหน้านี้ บริษัท ยิบอินซอย จำกัด ได้ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง 3 คน ประกอบด้วย นายเทียนชัย ลายเลิศ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็น ประธานกรรมการ , นางมรกต ยิบอินซอย ขึ้นดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายสุภัค ลายเลิศ ให้ดำรงตำแหน่ง กรรมการอำนวยการและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ซึ่งการปรับโครงสร้างดังกล่าว เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้เข้ามาบริหาร


ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่มีผลต่อนโยบายหรือโครงสร้างธุรกิจ ซึ่งธุรกิจหลักยังคงมุ่งให้บริการวางระบบไอทีแบบครบวงจร ขณะเดียวกันยังมุ่งขยายการให้บริการไปยังตลาดอินโดจีนมากขึ้น เพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียน หรือ เออีซี ในปลายปี 2558 โดยที่ผ่านมาได้ร่วมกับพันธมิตร ขยายตลาดไปยังพม่า ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มบริษัทคนไทย หรือบริษัทข้ามชาติ ที่ขยายการลงทุนหรือธุรกิจไปยังพม่า